มะเร็งและโรคร้าย

ทำอย่างไรเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ทำอย่างไรเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

ไม่มีวิธีใดที่ถูกต้องในการจัดการกับคำว่ามะเร็งระยะสุดท้าย และแต่ละคนมีแนวทางที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามควรพิจารณาถึงผลกระทบ และทางเลือกที่คุณมีอยู่ภายหลังจากทราบว่ามะเร็งของคุณไม่สามารถรักษาให้หายได้

การวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

ขณะที่ฟังผลการวินิจฉัย คุณอาจรู้สึกมึน เหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น หรืออาจรู้สึกเศร้า กลัว สูญเสีย และโกรธ

Greta Greer ผู้อำนวยการโครงการผู้รอดชีวิต (Survivor Program) ของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) กล่าวว่า “ผู้ป่วยบางคนไม่เคยยอมรับว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและพยายามหาหนทางที่จะรักษา ในขณะที่บางคนตอบแค่ว่า โอเค หลังจากนั้นก็เริ่มจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ตามลำดับ”

แต่ละคนมีการบอกเรื่องนี้แก่คนรอบข้างที่ต่างกัน บางคนมีการพูดคุยกันในทุกรายละเอียด ในขณะที่บางคนอาจบอกเพียงเล็กน้อย บางคนที่มีเด็กเล็ก อาจต้องการทำให้ทุกสิ่งเป็นปกติไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อาจต้องใช้เวลามากกว่าการพบแพทย์เพียง 1 ครั้งเพื่อให้คุณได้แจ้งความกังวลและได้รับข้อมูลมากเท่าที่ต้องการ การขอความคิดเห็นทางการแพทย์ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ตัวอย่างแหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ทาง online เช่น เว็บไซต์ของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาในหัวข้อเรื่องช่วงที่ใกล้เสียชีวิต (Nearing the end of life)

แนวทางการรักษามะเร็งระยะสุดท้าย – การดูแลทางการแพทย์และการเข้าร่วมโครงการวิจัยในมนุษย์

ถึงแม้ว่ามะเร็งระยะสุดท้ายจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็ยังมีวิธีการรักษา นายแพทย์ William Breitbart หัวหน้าสาขาจิตเวชศาสตร์ที่ศูนย์โรคมะเร็ง New York’s Memorial Sloan-Kettering  (New York’s Memorial Sloan- Kettering Cancer Center) คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างน้อย 35% ที่จะได้รับประโยชน์จากการรักษากับนักสังคมสงเคราะห์, นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เนื่องจากผู้ป่วยโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายสามารถมีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการบำบัดหรือการใช้ยา

คุณอาจได้รับประโยชน์จากการฉายรังสีหรือการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาในการมีชีวิตออกไปแต่ไม่ได้รักษาโรค การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะมุ่งเน้นที่การลดอาการ เช่น อาการปวดซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ คุณควรสอบถามถึงแนวทางการรักษาต่าง ๆ รวมถึงการรักษาทางเลือกเช่นการฝังเข็ม มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่าอาการปวดอาจไม่ได้รับการรักษาเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการติดยาที่อาจเกิดตามภายหลัง

บางคนเข้าร่วมในโครงการวิจัยการรักษาแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับการรักษาชนิดล่าสุด และคุณจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งต่อไปในอนาคต สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกามีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยนี้ และในเว็บไซต์ของสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute) ก็สามารถให้คุณค้นหาการศึกษาที่กำลังเปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการ

การเข้าสู่ช่วงเสียชีวิต

ความกังวลส่วนใหญ่ของผู้ป่วย มักจะเกี่ยวข้องกับการได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ทางการแพทย์ การมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและการไม่เจ็บปวดทรมาน หลายคนต้องการแนวความคิดเกี่ยวกับอะไรคือสิ่งที่ควรคาดหวังเมื่อเวลานั้นมาถึง

การตายจากโรคมะเร็งนั้นมักจะเกิดจากการค่อย ๆ อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงคงที่ก่อนจะเกิดการทรุดลงอย่างรวดเร็ว) ผู้ที่ใกล้เสียชีวิตจะเริ่มใช้เวลาอยู่บนเตียงนานขึ้นเรื่อย ๆ และตื่นน้อยลง หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงของการนอนหลับลึกก่อนการเสียชีวิต

ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับมะเร็งระยะสุดท้าย

การเลิกคาดหวังเกี่ยวกับการรักษาไม่ได้หมายความว่าให้เลิกคาดหวังในทุก ๆ เรื่อง ตัวอย่างวิธีการจัดการกับปัญหาของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายจากงานวิจัยในปี 2005 กล่าวว่า

  • ใช้ช่วงเวลาหนึ่งของวันในการอยู่กับปัจจุบัน
  • คิดว่ามันจะต้องมีวันที่ดีและวันที่ไม่ดี
  • พยายามใช้ชีวิตไปตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการคิดถึงในสิ่งที่ไม่ดีซึ่งอาจ (หรือไม่มีทาง) เกิดขึ้น
  • ทำในสิ่งที่มีความสุข อย่าคิดถึงแต่ว่าตัวเองกำลังจะตาย
  • คิดไว้ว่าชีวิตไม่ได้จบลงหลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

การดูแลด้านจิตใจ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญและอาจจะไม่ได้มาจากครอบครัวเพียงอย่างเดียว นายแพทย์ Greer กล่าวว่า “ภายหลังจากการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย บางครอบครัวกลับมาใกล้ชิดกันมากขึ้นแต่บางครอบครัวกลับห่างกันมากขึ้น” หลายโรงพยาบาลจึงมีบริการแนะนำสำหรับคู่ชีวิตและครอบครัวของผู้ป่วย

การหาความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือญาติอาจเป็นสิ่งที่ง่ายกว่าถ้าเริ่มจากการทำสิ่งต่าง เช่น การเลี้ยงเด็ก การทำอาหาร หรือการขับรถไปส่ง นอกจากนั้นเครือข่ายช่วยเหลือโรคมะเร็งของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society’s Cancer Resource Network) ก็มีการให้ความช่วยเหลือเช่นกัน

ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจำนวนมากได้รับความช่วยเหลือจากผู้ป่วยโรคมะเร็งคนอื่น ๆ โรงพยาบาลหลายแห่งสนับสนุนให้มีการตั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งขึ้น และยังมีชุมชนเครือข่ายออนไลน์เช่น “เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง – Dying with Cancer” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ CancerChat.org.uk ให้ความช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

เรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องคิดถึงเมื่อเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย

  • คุณต้องการการดูแลในสถานพยาบาลผู้ป่วยหรือไม่
  • มีหัตถการอะไร (เช่นการใส่สายให้อาหาร การช่วยชีวิตด้วยการปั้มหัวใจ) ที่คุณไม่ต้องการหรือไม่
  • แนวทางการรักษาที่คุณต้องการ หรือไม่ต้องการเพื่อช่วยในการดูแลขณะที่คุณไม่สามารถตัดสินใจได้

เรื่องทางการเงินและกฎหมาย

  • คุณจัดการเรื่องทางการเงินเรียบร้อยแล้วหรือไม่?
  • มีคนรู้สถานที่เก็บเอกสารสำคัญหรือยัง?
  • คุณทำพินัยกรรมหรือยัง และเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่?
  • คุณมีประกันชีวิตหรือไม่? มีผลประโยชน์อะไรที่จะได้รับบ้าง?

การเตรียมตัวระยะสุดท้าย

  • มีอะไรที่อยากมอบให้คนที่คุณรักหรือไม่?
  • ต้องเตรียมจดหมายหรือวีดีโอสำหรับใครหรือเปล่า
  • คุณต้องการเสียชีวิตที่อื่นนอกจากโรงพยาบาลหรือไม่
  • คุณต้องการให้มีนักบวชอยู่ในขณะที่คุณเสียชีวิตหรือไม่
  • คุณต้องการฝังหรือเผาศพ คุณมีที่ฝังศพแล้วหรือยัง? หรือต้องการให้นำอัฐิไปไว้ที่ใดเป็นพิเศษ
  • คุณได้แสดงความเห็นหรือความต้องการต่อการจัดงานศพของตัวเองหรือยัง?

เรียงลำดับความสำคัญ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือคุณจะต้องตัดสินใจว่าต้องการจะทำอะไรบ้างในเวลาที่เหลืออยู่ มีอะไรที่ยังคิดค้างและต้องการแก้ไข คุณต้องการใช้ชีวิตตามปกติให้นานที่สุด หรือมีโครงการอะไรที่อยากทำให้สำเร็จ? ต้องการเดินทาง? ถ้าคุณมีเด็กเล็กอยู่ด้วยคุณอาจจะต้องการใช้เวลากับพวกเขาให้มากที่สุด

บางคนเลือกที่จะเป็นผู้ให้ เช่นในปี 2008 Randy Pausch ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ได้ทำการพูดในหัวข้อ “การสอนครั้งสุดท้าย” ซึ่งกลายเป็นหนังสือขายดีและคลิปที่โด่งดังบน youtube โดยเขาต้องการทำในสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความตื่นตัวต่อการเป็นมะเร็งตับอ่อนก่อนที่จะเสียชีวิต

ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน คุณจะเริ่มรู้สึกถึงเวลาที่เหลืออยู่ แพทย์อาจมีการคาดเดาช่วงเวลาที่เหลืออยู่แต่การรู้เวลาอย่างคร่าว ๆ นั้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็น

นายแพทย์ Breitbart ยังกล่าวอีกว่า มะเร็งระยะสุดท้ายถือเป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยอมรับการมีชีวิตอยู่ การทำให้ชีวิตมีความหมายและการเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต คุณอาจต้องการถามตัวเองว่าขณะนี้คุณมีความสงบสุขแล้วหรือยัง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่