อาการ และการวินิจฉัยของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 677,993 คน

อาการแสดงของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งมักจะเริ่มจากปัญหาของการมองเห็น

ในโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคเอ็มเอส ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจะโจมตีปลอกประสาทซึ่งเป็นเยื่อหุ้มไขมันอยู่รอบใยประสาทและปกป้องใยประสาท จึงทำให้แผลเป็นที่เนื้อเยื่อ (sclerosis และมีชื่อเรียกว่า พล๊าก หรือรอยโรค) นั้นเกิดขึ้นบนใยประสาทและทำให้เสียกระบวนการไหลเวียนสิ่งเร้าที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าทั่วทั้งระบบประสาท

การที่ประสาทที่ถูกทำลายสามารถก่อให้เกิดอาการแสดงต่าง ๆ ของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง อาการไข้ การแช่น้ำร้อน การถูกแดด และความเครียด อาจกระตุ้นหรือทำให้อาการแสดงแย่ลงชั่วคราว

อาการแสดงระยะแรกของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

อาการแสดงของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งแตกต่างอย่างมากในแต่ละคน และโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งชนิดต่าง ๆ มีอาการแสดงที่แตกต่างกันออกไปในบางครั้ง ดังนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดเดาว่าโรคจะพัฒนาในแต่ละคนอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งมันจะประสบกับปัญหาทางสายตาก่อนเป็นอันดับแรก รวมถึงอาการมองไม่ชัดหรือเห็นภาพซ้อน การบิดเบือนของสี และสภาวะที่เรียกว่าเส้นประสาทตาอักเสบ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดตาและสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว

อาการแสดงระยะแรกสามารถมีได้ดังนี้

  • กล้ามเนื้อที่อ่อนแอ ติดขัด และส่วนใหญ่มักจะมีอาการเจ็บปวด
  • อาการเหน็บ ปวดแปลบเหมือนโดนเข็มตำ หรืออาการชา (เหมือนมีปิ่นและเข็มแหลมมาคอยทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา) บริเวณแขน ขา ลำตัว และใบหน้า ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Paresthesia หรือความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน
  • ปัญหาการทรงตัวและความซุ่มซ่าม
  • ปัญหาในการควบคุมกระเพาะปัสสาวะ หรือภาวะที่ต้องปัสสาวะทันที
  • อาการเวียนศีรษะเป็นระยะเวลานาน

อาการแสดงอื่น ๆ ของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

อาการอ่อนเพลีย คือหนึ่งในอาการแสดงที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 80% ที่เป็นโรคนี้ คุณอาจประสบกับอาการเหนื่อยทั้งวันหรือรู้สึกอ่อนเพลียง่ายจากการออกแรงทางร่างกายหรือจิตใจ

อาการทั่วไปอื่น ๆ ของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งมีดังนี้

  • อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน
  • ความผิดปกติทางเพศ เช่น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ภาวะช่องคลอดแห้ง และการไม่ถึงจุดสุดยอดทางเพศ
  • ความยากลำบากในการเดินจากการที่กล้ามเนื้ออ่อนแอ มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ การสูญเสียการทรงตัว สูญเสียการรับรู้ความรู้สึกที่ผิวหนัง และอาการอ่อนเพลีย
  • อาการท้องผูก และภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ความบกพร่องของสมรรถนะทางสมอง ที่ส่งผลกระทบต่อการให้ความสนใจ การใส่ใจ ความจำ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ
  • ภาวะซึมเศร้าทางคลินิก
  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ชนิดอื่น ๆ เช่น อารมณ์แกว่ง ฉุนเฉี่ยวง่าย การหัวเราะและร้องไห้ที่ไม่สามารถควบคุมได้

อาการแสดงที่พบได้น้อยของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งมีดังนี้

  • อาการพูดไม่ชัด ลิ้นแข็งหรือ difficult-to-understand speech รวมถึงการขาดความสามารถที่จะออกเสียง  (โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง)
  • อาการสั่น ที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • อัมพาต
  • ปัญหาในเรื่องระบบทางเดินหายใจ
  • ความยากลำบากในการเคี้ยวและกลืน
  • อาการชัก
  • อาการคันผิวหนัง (pruritus)
  • ปัญหาการได้ยิน
  • อาการปวดหัว โดยเฉพาะ ไมเกรน

อาการปวดของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

อาการปวดโดยทั่วไปมีปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และปวดหลังเรื้อรังหรือปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเรื้อรัง และโรคปวดเฉพาะที่ซึ่งเป็นอาการแสดงทั่วไปของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

ความจริงแล้วมีประมาณ 93% ของผู้ที่เป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งนั้นมีอาการปวด จากรายงานในวารสารวิชาการ Pain ของปี 2013 รายงานการศึกษานี้พบว่าอาการปวดหัวและ อาการปวดเหตุประสาท ในระดับที่รุนแรงที่สุดเป็นชนิดของการปวดที่พบบ่อยที่สุดที่ผู้ป่วยประสบได้ส่งผลกระทบต่อ 43% และ 26% ในผู้ที่เป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งตามลำดับ

ประเภทการปวดของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่พบได้น้อยที่สุดนั้น พบได้บนใบหน้า มีชื่อว่า Trigeminal neuralgia จากรายงานการศึกษา

โรคปวดเส้นประสาทใบหน้าจะปวดเหมือนถูกเข็มแทงแบบเสียวแปล๊บบนใบหน้าที่เกิดจากการที่เส้นประสาทใบหน้าซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของใบหน้า และการรับรู้ความรู้สึกนั้นถูกทำลาย บางครั้งโรคนี้มีการสับสนกับอาการปวดฟัน

อีกหนึ่งประเภททั่วไปของอาการปวดจากโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งคือ Lhermitte’s sign ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อทดสอบว่ามีการระคายเคืองต่อเยื่อหุ้มไขสันหลังหรือไม่ และตรวจโดยมีความรู้สึกเสียวแปล๊บคล้ายไฟฟ้าช๊อตวิ่งลงไปจากข้างหลังศีรษะลงไปตามแนวกระดูกสันหลังหรือลงไปตามแขนหรือขา ผู้ป่วยมักจะรู้สึกถึงอาการ Lhermitte’s sign เมื่อพวกเขาก้มคอไปข้างหน้า

การวินิจฉัยของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งอาจยากต่อการวินิจฉัย นอกจากข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีการทดสอบชนิดเดียวที่สามารถตรวจหาโรคนี้ได้ อาการแสดงของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งสามารถเลียนแบบภาวะความเจ็บป่วยอื่น ๆ อีกมากมายและสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเวลาผ่านไป อาการแสดงอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล และสามารถเปลี่ยนได้ในแต่ละวันของบุคคลเดิม ในการวินิจฉัยโรค บุคลากรทางแพทย์ต่างใช้อุปกรณ์และการตรวจสอบมากมายเพื่อช่วยหาสาเหตุความเป็นไปได้อื่น ๆ

ประวัติทางการแพทย์: แพทย์จะถามหารายละเอียดเกี่ยวกับประวัติสุขภาพทั้งของส่วนตัวและครอบครัวและถามผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการแสดง ระยะเวลาของโรค และการเริ่มต้นของโรคอย่างระมัดระวัง

การตรวจร่างกาย: การตรวจร่างกายส่วนมากจะรวมถึงการตรวจเพื่อพิจารณาสุขภาพของประสาทและกล้ามเนื้อ แพทย์อาจมองหาจุดอ่อนในจุดเฉพาะของร่างกาย การเคลื่อนไหวของดวงตาที่ไม่ประสานกัน และปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว การมองเห็น และการพูด

การตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ถ้าแพทย์สงสัยว่าคุณเป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งหลังการตรวจ พวกเขาจะให้คุณทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมซึ่งเริ่มต้นด้วยการตรวจ MRI สำหรับโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง แพทย์จะใช้การสแกนสมองหรือไขสันหลังซึ่งขึ้นอยู่กับอาการแสดงและการตรวจร่างกาย ภาพผลลัพธ์สามารถแสดงรอยหรือแผลในระบบประสาทส่วนกลางที่ปลอกประสาทถูกทำลาย

เนื่องจากความผิดปกติอื่น ๆ สามารถทำให้เกิดพล๊ากเหล่านี้ การสแกน MRI ไม่สามารถให้หลักฐานที่แน่ชัดของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งได้ แต่แพทย์พึ่งการสแกน MRI เป็นหลักเพื่อหาหลักฐานของโรคนี้ การสแกน MRI ยังสำคัญในการติดตามการเจริญเติบโตของโรค และแพทย์อาจสั่งให้ทำการตรวจรอบใหม่ ๆ เป็นครั้งคราวเพื่อดูแลสภาวะของผู้ป่วย

การเก็บน้ำในสมองและในไขสันหลัง (CSF collection): ถ้าการวินิจฉัยนั้นยังไม่ชัดเจน แพทย์อาจนำตัวอย่างของน้ำไขสันหลัง แพทย์พิจารณาตัวอย่างเพื่อหาความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวที่เพิ่มสูงขึ้นและระดับแอนตีบอดีที่สูงขึ้นซึ่งเรียกว่า immunoglobulin G

Evoked response tests (ERTs): การตรวจด้วยวิธีอิเล็คทรอนิกส์เหล่านี้บางครั้งมีชื่อเรียกว่า evoked potential tests ซึ่งใช้วัดความเร็วของการเชื่อมโยงของสมอง การตรวจ ERTs ที่พบบ่อยที่สุดคือ visual evoked response test (VER), brain stem auditory evoked response test (BAER), และ sensory evoked response test (SER)

ในแต่ละการตรวจ แพทย์จะแปะสายไฟลงบนหนังศีรษะของผู้ป่วย หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละประเภทของการตรวจ แพทย์จะให้การกระตุ้นทางสายตา การได้ยิน หรือการสัมผัส ตัวกระตุ้นเหล่านี้เป็นรูปแบบกระดานหมากรุกที่ผู้ป่วยเห็นบนจอมอนิเตอร์ กลุ่มของเสียงคลิ๊กที่พวกเขาได้ยินจากหูฟัง หรือสิ่งเร้าที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าสั้น ๆ ที่พวกเขารู้สึกบนแขนหรือขา

การตรวจเหล่านี้จะวัดความเร็วของวิถีของการมองเห็น การได้ยิน และการรับรู้ และสามารถดักจับจุดในสมองที่อาจถูกทำลายจากโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถ้าเป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมจริง สามารถหายได้ไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่