กายภาพบำบัด

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 10 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 795,218 คน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปอาการปวดหลังส่วนล่างมักหายได้เองจากการพักผ่อน หรือการรับประทานยาแก้ปวด แต่ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือรบกวนชีวิตประจำวัน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจรักษา เพราะบางครั้งอาการปวดหลังส่วนล่างอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่น

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาสามารถเกิดจากการบาดเจ็บของเส้นเอ็นที่ยึดระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูก  เรียกย่อว่า เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ (tendons) หรือเส้นเอ็นที่ยึดระหว่างกระดูกกับกระดูก เรียกย่อว่า เส้นเอ็น  (ligaments), ปัญหาที่เกิดกับโครงสร้างกระดูกสันหลัง, หรือปัญหาหรือโรคที่มีความสัมพันธ์กับอวัยวะภายใน อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วร่างกายถูกออกแบบมาอย่างดีในการรับมือกับอาการบาดเจ็บที่สัมพันธ์กับหลังด้านขวา แต่ถ้าหากอาการของคุณรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

แต่ในบางกรณี อาการปวดหลังส่วนล่างจะมีอาการปวดทั้งหลัง หรือปวดเฉพาะด้านขวาเป็นหลัก โดยไม่แพร่กระจายไปที่หลังอีกฝั่ง ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา รวมถึงลักษณะของอาการโดยทั่วไป จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุทั่วไปของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวามักเป็นผลมาจากสาเหตุทั่วไปดังนี้:

  1. การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น (ligaments) และ/หรือ เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ (tendons) ที่อยู่รอบๆ และคอยค้ำจุนกระดูกสันหลัง (รวมเรียกว่าเนื้อเยื่ออ่อน หรือ soft tissues)
  2. ปัญหาอันเนื่องมาจากโครงสร้างของกระดูกสันหลัง เช่น ข้อต่อกระดูกสันหลัง (facet joints) หรือ หมอนรองกระดูกสันหลัง
  3. ปัญหาหรือโรคที่ส่งผลอวัยวะภายในที่ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางหลัง, ช่องท้อง, หรือบริเวณอุ้งเชิงกราน

แนะนำให้ไปพบแพทย์ ถ้าอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวายังคงมีอย่างต่อเนื่องหรือแย่ลงหลังจากเวลาผ่านไปไม่กี่วัน หรือถ้าเกิดมีอาการปวดอย่างรุนแรงฉับพลัน หรือมีอาการปวดร่วมกับมีอาการอื่นร่วมด้วยที่น่ากังวล

ส่วนใหญ่ของอาการปวดหลังส่วนล่างเกิดมาจากการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรงของกล้ามเนื้อ และ/หรือ เส้นเอ็น (ligaments) ที่อยู่ในหลังส่วนล่าง และร่างกายของเรานั้นได้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาตัวเองได้หากอาการปวดหลังเกิดจากสาเหตุนี้ ในช่วงแรกของอาการปวดจากกล้ามเนื้อฉีดขาดอาจมีอาการที่ชัดเจน แต่อาการปวดจะมีแนวโน้มดีขึ้นได้เองเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาและอาการฉุกเฉิน

ในบางกรณี อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาอาจเป็นสัญญาณหนึ่งของโรคร้ายแรงในร่างกาย ซึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ ตัวอย่างโรคร้ายแรงบางโรคที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาเป็นหนึ่งในอาการของโรคนั้นๆ:

  • ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis): ภาวะนี้เกิดขึ้นจากไส้ติ่งที่อยู่ในบริเวณช่องท้องส่วนล่างด้านขวามีการอักเสบ และ/หรือ แตก ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่างด้านขวา และ/หรือ มีปวดที่บริเวณด้านล่างขวาของช่องท้อง อาการของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีความหลากหลาย โดยอาจมีอาการได้แก่ คลื่นไส้, อาเจียน, หรือ มีไข้ อาการอาจจะเกิดขึ้นโดยฉับพลันและค่อยๆ มีอาการมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • กลุ่มอาการรากประสาทเอวและกระเบนเหน็บ หรือ กลุ่มอาการรากประสาทหางม้า (Cauda equina syndrome): ภาวะนี้เกิดขึ้นจากรากประสาทที่อยู่บริเวณส่วนล่างของไขสันหลัง ซึ่งอยู่บริเวณหลังส่วนล่าง ถูกกดทับและมีการอักเสบเกิดขึ้น อาการของผู้ป่วยจะหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีการทำงานของลำไส้และกระเพาะปัสสาวะที่ผิดปกติไป มีอาการปวด อ่อนแรง ชา ปวดเสียว ที่บริเวณส่วนล่างของร่างกาย
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนท้องโป่งพอง (Abdominal aortic aneurysm): การโป่งพองของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่บริเวณท้องหมายถึงการขยายขนาดหรือมีการแตกของเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณช่องท้อง โดยทั่วไปอาการจะได้แก่ มีอาการปวดอย่างรุนแรงและเฉียบพลันที่บริเวณช่องท้อง และ/หรือ หลังส่วนล่าง และมีอาการของความดันโลหิตต่ำร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด และ/หรือ คลื่นไส้
  • กระดูกอักเสบ (Osteomyelitis): โรคนี้คือมีการติดเชื้อเกิดขึ้นที่กระดูก ซึ่งจะมีอาการได้แก่ ปวดหลัง มีไข้ และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วยคือ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุและมีอาการบวม แดง กดเจ็บ ที่บริเวณรอบๆ กระดูกสันหลัง

ผู้ป่วยจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจของตัวเองว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์ คำแนะนำทั่วไปก็คือ แนะนำให้ไปพบแพทย์ถ้าอาการปวดหลังส่วนล่างมีอาการรุนแรงถึงระดับที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รบกวนการเดิน การยืน หรือการนอนหลับ และ/หรือ อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นเป็นอย่างฉับพลันและอาการไม่ดีขึ้นเมื่อพักผ่อน หรือเมื่อใช้ยาแก้ปวด

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

อย่างไรก็ตามรายชื่อโรคด้านบนที่ถูกกล่าวถึงนี้ไม่ใช่โรคทั้งหมดที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา ซึ่งยังมีโรคอื่นๆ อีกที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ตัวอย่างเช่น โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (fibromyalgia) ซึ่งจะมี หรือ โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis) ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเป็นบริเวณกว้าง

5.อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา: เนื้อเยื่อ และ โครงสร้างกระดูกสันหลัง

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวามักเกิดจากการบาดเจ็บหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างด้านขวา, หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอว (lumbar intervertebral discs) หรือ ข้อต่อกระดูกสันหลัง (facet joints) โดยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการปวดรอบๆ กระดูกสันหลัง โดยอาจมีอาการปวดเพียงด้านใดด้านหนึ่งของกระดูกสันหลังหรือทั้งสองด้านก็ได้

การฉีกขาดของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างด้านขวา

การฉีกขาดของกล้ามเนื้อเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการปวดหลังส่วนล่าง และอาจเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดที่เกิดขึ้นที่หลังส่วนล่างด้านขวา

อาการโดยทั่วไปคือ:

  • การเคลื่อนไหวทำได้จำกัด (การเคลื่อนไหว เช่น การโค้งตัวไปด้านหน้า หรือการขยับตัวไปทางด้านข้างอาจมีอาการปวดเกิดขึ้นได้)
  • มีอาการกดเจ็บ และ/หรือ บวม ที่บริเวณหลังส่วนล่างด้านขวา
  • กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเกร็ง
  • อาการปวดดีขึ้นเมื่อพัก เช่น เมื่อนั่งพักโดยที่ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นและเข่าได้รับการค้ำจุนร่วมกับการงอเข่าเล็กน้อย โดยการนั่งบนเก้าอี้นวม หรือนอนบนเก้าอี้ที่เอนตัวลงได้ หรือนั่งบนเบาะรองนั่ง หรือหมอนที่เตียง เป็นต้น
  • อาการปวดรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้รับการประคบบริเวณที่ปวดด้วยความเย็น หรือถุงเจลความเย็น (cold pack)
  • อาการปวดจะหายไป หรือมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับยาแก้ปวดซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ได้แก่ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) และ/หรือ ยาแก้ปวดพาราเซตามอล (paracetamol)
  • อาการปวดจะเป็นมากขึ้นเมื่อมีการลุกขึ้นยืนจากการนั่งหรือการนอน

การฉีกขาดของกล้ามเนื้อเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บในระดับเล็กน้อย เช่น การบิดตัวที่เกิดขึ้นขณะที่มีการยกของหนัก การฉีกขาดของกล้ามเนื้อยังสามารถเกิดจากการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงกระแทก เช่น บาดเจ็บจากเล่นกีฬา หรือ จากอุบัติเหตุรถยนต์

ส่วนใหญ่แล้วการฉีกขาดของกล้ามเนื้อจะมีอาการดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ และไม่จำเป็นต้องพบแพทย์

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาที่มีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลัง

อาการปวดที่เกิดขึ้นจากกระดูกสันหลังนั้นอาจมีสาเหตุมาจากโครงสร้างที่อยู่ในกระดูกสันหลัง เช่น ข้อต่อเล็กๆ ที่อยู่ในกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลังที่อยู่ที่บริเวณจุดเคลื่อนไหวต่างๆ และ/หรือ รากประสาทซึ่งเป็นแขนงจากกระดูกสันหลังด้านขวา

อาการปวดหลังส่วนล่างที่แสดงอาการปวดที่ด้านขวาของร่างกายมีดังนี้:

  • หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทที่บริเวณเอว (Lumbar Herniated Disc): หมอนรองกระดูกระหว่างกระดูกสันหลังสองชิ้นอาจมีการเคลื่อนเกิดขึ้นที่บริเวณด้านขวาของกระดูกสันหลัง ทำให้สารคล้ายเจลที่อยู่ตรงกลางของกระดูกสันหลังมีการรั่วไหลหรือยื่นออกมาจากกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกเคลื่อนเป็นสาเหตุของการปวดหลังส่วนล่างเพราะว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นที่บริเวณนี้ โดยอาการปวดที่เกิดขึ้นจะมีการแพร่กระจายไปที่ก้น และ/หรือ ที่ขาด้านขวาได้บ่อย แต่ก็ไม่เสมอไป
  • อาการปวดจากข้อต่อกระดูกสันหลังฟาเซ็ตเสื่อม (facet joint pain, osteoarthritis): ข้อฝืดแข็ง ข้อติด อาการไม่สบายตัว กดเจ็บ ที่บริเวณหลังส่วนล่างด้านขวา อาจเป็นอาการของข้อเสื่อมที่เกิดขึ้นที่ข้อต่อกระดูกสันหลังที่เรียกว่าข้อฟาเซ็ต ในผู้ป่วยบางรายเส้นประสาทที่ด้านขวาของกระดูกสันหลังจะถูกกดทับโดยกระดูกที่งอกจากข้อฟาเซ็ตนี้เอง ทำให้มีการปวดที่หลังส่วนล่างด้านขวาและมีอาการกดเจ็บ
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal stenosis): โพรงกระดูกสันหลังอาจตีบแคบจากการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกสันหลัง กระดูกงอก (bone spur) หรือการขัดขวางอื่นๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้มีอาการปวดที่หลังส่วนล่างด้านขวาและมีอาการปวด และ/หรือ อ่อนแรงที่บริเวณก้นและขาด้านขวา
  • โรคของข้อกระดูกเชิงกราน (Sacroiliac Joint Dysfunction): โดยข้อต่อที่ชื่อว่า Sacroiliac joint นี้เป็นข้อต่อที่เชื่อมระหว่างกระดูกเชิงกรานกับส่วนล่างของกระดูกสันหลัง ถ้าข้อต่อ Sacroiliac joint ที่อยู่ที่ด้านขวาของกระดูกเชิงกรานมีการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป หรือเคลื่อนไหวน้อยเกินไป จะทำให้มีการปวดเกิดขึ้นที่หลังส่วนล่างด้านขวา หรือ ปวดสะโพกด้านขวา
  • โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis): โรคนี้เป็นโรคที่มีกระบวนการอักเสบ ซึ่งอาจมีจุดกำเนิดจากส่วนล่างของข้อต่อ sacroiliac joint อาการแสดงเริ่มแรกของโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดนี้ อาจแสดงออกโดยอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา และ/หรือ ปวดบริเวณสะโพกด้านขวา เมื่อเวลาผ่านไปเป็นระยะเวลานาน โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดนี้อาจทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังและตัวกระดูกสันหลังละลายเข้าหากัน ทำให้การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังเป็นไปอย่างจำกัดได้

การรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังจะมีความหลากหลายขึ้นกับภาวะที่ผู้ป่วยหลายนั้นเป็น และความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น โดยการรักษามีหลายทางเลือก เช่น การประคบด้วยถุงความเย็นหรือถุงความร้อน (hot/cold packs) การใช้ยาแก้ปวดที่มีขายตามร้านขายยา การนวด การทำกายภาพบำบัด การใช้ยาฉีด หรือการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องมีการรักษาหลายวิธี กว่าที่จะพบวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด และวิธีในการรักษาก็อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลาด้วย

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาที่พบได้น้อย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในโพรงกระดูกสันหลังหรืออาการปวดเรื้อรังสามารถเป็นสาเหตุของการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาได้ ตัวอย่างของภาวะดังกล่าวได้แก่:

  • โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนจากความเสื่อมสภาพ (Degenerative spondylolisthesis): โรคนี้เป็นโรคที่มีการเคลื่อนตัวของกระดูกสันหลังข้อหนึ่งไปบนกระดูกสันหลังอีกข้อหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อของกระดูกสันหลังตามอายุ เราเรียกว่า Degenerative spondylolisthesis โรคนี้จะทำให้เกิดการฉีกขาดขึ้นที่กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างที่ทำหน้าที่ค้ำจุนกระดูกสันหลัง และอาจมีแรงกดหรือระคายคายเคืองบริเวณรากประสาท และทำให้เกิดการปวดที่หลังส่วนล่างด้านขวา และอาจมีการแพร่กระจายของอาการปวดผ่านเส้นประสาทไปสู่ขาด้านขวาด้วย
  • อาการปวดเรื้อรัง (chronic pain syndromes): โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (fibromyalgia) และ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) จะมีอาการปวดเรื้อรังทั่วร่างกาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดที่หลังส่วนล่างด้านใดด้านหนึ่ง สำหรับอาการอื่นๆ ได้แก่ การกดเจ็บที่บริเวณเฉพาะ เราเรียกบริเวณนั้นว่า จุดปวด (trigger points) และอาการเมื่อยล้าเรื้อรัง
  • เนื้องอกในกระดูกสันหลัง: มะเร็งที่มีจุดกำเนิดในกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย และส่วนใหญ่ของเนื้องอกในกระดูกสันหลังมักเกิดจากการแพร่กระจายจากบริเวณอื่นๆ ของร่างกายมาที่กระดูกสันหลัง ถ้าก้อนเนื้องอกกดเบียดกระดูกสันหลังด้านขวา หรือกดเบียดที่บริเวณรากประสาทด้านขวา จะทำให้มีอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาเกิดขึ้น

บางภาวะที่เกิดขึ้นนั้นอาจวินิจฉัยได้ยากกว่าภาวะอื่นๆ ถ้าคุณมีอาการปวดเรื้อรังเป็นเวลานานหรือมีอาการแย่ลง การจดบันทึกอาการปวดว่าปวดเมื่อไร และมีความรุนแรงอย่างไร จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้น

6.อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาที่มีสาเหตุจากอวัยวะภายใน

มีสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาหลายสาเหตุที่เกิดจากอวัยวะภายในที่อยู่ตรงกลางหลัง, ในช่องท้อง, หรือในอุ้งเชิงกราน โดยอาการปวดที่เกิดขึ้นจะเริ่มจากการอักเสบ หรือการระคายเคืองที่เกิดขึ้นที่อวัยวะภายใน หรือ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อก็ได้ โดยทั่วไปแล้วถ้าอาการปวดเกิดจากอวัยวะภายใน ผู้ป่วยจะมีอาการอื่นๆ ร่วมกับอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา ซึ่งจะมีอาการจำเพาะต่ออวัยวะที่เป็นสาเหตุ

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาที่เกิดจากอวัยวะภายใน เช่น:

  • ปัญหาที่ไต (Kidney problems): อาการของนิ่วในไตและการติดเชื้อที่ไตอาจมีอาการคล้ายคลึงกัน โดยทั้งสองโรคนี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้ที่ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย รวมทั้งมีอาการปวดขณะปัสสาวะ และคลื่นไส้ และ/หรือ อาเจียน อาการปัสสาวะลำบากเป็นอาการที่พบได้บ่อยของการเกิดนิ่วในไต ซึ่งอาจเกิดจากนิ่วที่ไตมีการเคลื่อนที่มาอยู่ที่ท่อปัสสาวะและเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะและทางเดินปัสสาวะ จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะลำบาก และอาจมีเลือดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะด้วย ส่วนการติดเชื้อที่เกิดขึ้นที่ไตด้านขวาจะเป็นสาเหตุของอาการไข้ การอักเสบเฉพาะที่ และการกดเจ็บที่บริเวณหลังส่วนล่างด้านขวา รอบๆ บริเวณที่อยู่ของไต
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative colitis): โรคนี้เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังเกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่ อาการปวดท้องเกร็งบ่อยครั้งจากโรคนี้สามารถทำให้มีอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาได้ สำหรับอาการอื่นๆ ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารเรื้อรัง เช่น ท้องเสีย ปวดทวารหนัก น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย
  • ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis): ไส้ติ่งจะอยู่ที่บริเวณด้านขวาล่างของช่องท้อง ถ้าไส้ติ่งมีอาการอักเสบหรือเริ่มมีการรั่วหรือไส้ติ่งแตก จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาได้ อาการทั่วไปที่พบได้บ่อยของไส้ติ่งอักเสบก็คือมีอาการปวดภายในช่องท้องด้านล่างขวาอย่างเฉียบพลัน และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย คือ อาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน และ/หรือ อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา
  • โรคทางสูตินรีเวช (Gynecological disorders): ผู้หญิงจะมีอวัยวะเกี่ยวกับข้องระบบสืบพันธุ์อยู่ในบริเวณอุ้งเชิงกราน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างได้ ตัวอย่างเช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เป็นสาเหตุของการปวดที่บริเวณอุ้งเชิงกราน และอาจมีการปวดร้าวไปที่บริเวณหลังส่วนล่างด้านขวาได้ นอกจากนี้ยังมีก้อนฟัยบรอยด์ (Fibroids) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นเองและเติบโตภายในมดลูกโดยไม่ใช่เนื้อร้าย และก้อนเนื้อเยื่ออื่นๆ ที่โตภายในหรือรอบๆ มดลูก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาได้ รวมทั้งอาจมีความผิดปกติของประจำเดือน ความถี่ของการปัสสาวะ และ/หรือ มีอาการปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ด้วย
  • การตั้งครรภ์: อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา และอาการปวดหลังส่วนล่างทั่วไป จะพบได้บ่อยขณะตั้งครรภ์ที่มีการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ผู้หญิงหลายๆ คน จะค้นหาวิธีในการจัดการกับอาการปวดที่แตกต่างกัน ได้แก่ การพักผ่อน การออกกำลังกาย การยืดเหยียด และการรักษาเสริมอื่นๆ

โรคที่เกิดขึ้นภายในร่างกายหลายโรคเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาได้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องคอยสังเกตอาการที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้บอกแพทย์ได้อย่างถูกต้อง ทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ และวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาที่พบได้น้อย

ภาวะต่อไปนี้อาจเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักไม่ใช่สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวา แต่จะมีอาการปวดที่บริเวณอื่นแทน เช่น อาการปวดในช่องท้อง

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านขวาอาจเป็นอาการเริ่มต้นของภาวะต่อไปนี้:

  • การอักเสบของถุงน้ำดี (gallbladder inflammation): การอักเสบของถุงน้ำดี หรือถุงน้ำดีทำงานผิดปกติ จะมีอาการสำคัญคือ อาหารไม่ย่อยอย่างรุนแรง โดยจะมีอาการมากหลังรับประทานอาหาร ถุงน้ำดีทำงานผิดปกติมักเป็นสาเหตุของอาการปวดช่องท้องบนด้านขวา และอาการปวดหลังด้านขวา
  • ปัญหาที่ตับ (Liver problems): อาการปวดที่สัมพันธ์กับตับ อาจเกิดขึ้นจากภาวะตับอักเสบ (hepatitis) การเกิดฝีในตับ การเกิดพังผืดที่ตับ (โรคตับแข็ง) หรือตับโต หรือตับล้มเหลว อาการของโรคตับนั้นได้แก่ อาการปวดที่บริเวณช่องท้องบนด้านขวา และ/หรือ ที่บริเวณหลัง, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร และอาการดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลือง แต่โดยทั่วไปโรคตับมักไม่เกิดในผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง

ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าคุณมีอาการปวดหลังจากโรคดังกล่าวข้างต้น แนะนำให้พบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจรักษา

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่