Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เรื่องน่ารู้ Jet Lag หรือ อาการเจ็ตแล็ก เนื่องจากเดินทางโดยเครื่องบิน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,625,921 คน

เรื่องน่ารู้ Jet Lag หรือ อาการเจ็ตแล็ก เนื่องจากเดินทางโดยเครื่องบิน

a6.gif ในปัจจุบัน คนไทยเดินทางไปต่างประเทศกันมาก เครื่องบิน Jet ทำให้การเดินทางข้ามทวีปรวดเร็วขึ้น สามารถบินด้วยความเร็วสูงเกินหนึ่งพันกิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินอยู่บนฟ้าได้นานคราวละหลายชั่วโมง โดยไม่ต้องแวะลงเติมน้ำมัน ขณะนี้ไม่ว่าจะต้องเดินทางข้ามหาสมุทรหรือทวีปใด  ก็กินเวลาไม่เกินหนึ่งวัน ดังเช่นบินจากกรุงเทพฯ ไปอเมริกาซึ่งอยู่ห่างคนละซีกโลก จะเลือกบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกหรือแปซิฟิก ก็ใช้เวลาเพียงยี่สิบชั่วโมงกว่า

a6.gif ผู้ที่เดินทางข้ามทวีป โดยเฉพาะเดินทางไปอเมริกา นอกจากจะรู้สึกอ่อนเพลีย เพราะใช้เวลาบินนาน ได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ ในเครื่องบิน กินอาหารหลายมื้อ แต่สับสนจนไม่รู้ว่ามื้อไหนเป็นมื้อกลางวัน มื้อไหนเป็นมื้อเช้า ยังรู้สึกอ่อนเพลียเพราะเวลาเปลี่ยนไป ปรับตัวเข้ากับเวลาในท้องถิ่นไม่ทันอย่างที่เรียกว่า เจ็ตแล็ก (Jet Lag) เครื่องบินกลับเวลาให้กลางวันเป็นกลางคืนได้ เวลานอนที่กรุงเทพฯ กลับกลายเป็นเวลากลางวันในนิวยอร์ค ทำให้รู้สึกไม่อยากทำอะไร ใครอาสาจะพาไปไหน ไม่วาจะพาไปเที่ยวหรือพาไปซื้อของ ล้วนไม่อยากไป อยากจะนอนท่าเดียว แม้ถึงเวลากินก็ยังไม่อยากกิน ครั้นถึงเวลากลางคืนได้เวลาหลับนอนของคนอื่น ร้านรวงปิดหมด ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน กลับตาสว่างนอนไม่ลงจะเป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน



 

a6.gif ประมาณกันว่า จะต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวันเพื่อปรับตัวให้เข้ากับเวลาที่เปลี่ยนไปหนึ่งชั่วโมง ฉะนั้นเวลาบินไปอเมริกาซึ่งเวลาต่างกันประมาณ 12 ชั่วโมง อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัว 12 วัน หรือเกือบสองอาทิตย์ คนที่ไปเที่ยวระยะสั้น ยังไม่ทันได้ปรับตัวก็ถึงเวลาเดินทางไปเสียแล้ว นักมวยไทยที่บินไปชกที่นิวยอร์คที่แพ้กลับมา อาจจะไม่ใช่เพราะไร้คามสามารถจนสู้คู่ต่อสู้ไม่ได้ แต่อาจจะเนื่องจากปรับตัวกับเวลาใหม่ยังไม่ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจตับวันนี้ เริ่มที่ 637 บาท พร้อมจองคิวรพ.ให้ ไม่ต้องรอ

เซลล์ตับเสียแล้วซ่อมไม่ได้ ดื่มเหล้าบ่อย อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง หรือมีโรคตับ ควรตรวจอยู่เสมอ

Istock 1037536402

คำแนะนำ เกี่ยวกับวิธีการที่จะช่วยลดความอ่อนเพลียในการเดินทางโดยเครื่องบิน

เริ่มต้นด้วยการเลือกเวลาออกเดินทาง ต้องพยายามหลีกเลี่ยงเที่ยวบินที่ออกแต่เช้าตรู่หรือดึกเกินไป ที่ทำให้ต้องตื่นแต่มืด ผิดจากเวลาตื่นปกติ ออกจากบ้านตั้งแต่ยังไม่สว่าง หรือต้องนั่งถ่างตารอเวลาเครื่องบินออกดอนดึกที่พ้นเวลานอนปกติไปแล้ว



 

a1.gif ก่อนวันออกเดินทาง สามวันเริ่มปรับตัวเรื่องอาหาร โดยไม่กินกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ระหว่างเวลาบ่อยสามโมงถึงห้าโมงเย็น วันแรกให้กินอาหารอย่างเต็มที่ให้อิ่มครบทั้งสามมื้อสำหรับมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ควรเลือกอาหารที่ให้โปรตีนสูง ได้แก่เนื้อสัตว์และคาร์โบไฮเดรตสูง ได้แก่ข้าวและขนมหวาน วันที่สองเป็นวันอดลดอาหารให้เหลือเพียงมื้อละเบา ๆ และมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ วันที่สามเป็นวันกินอาหารหนักเหมือนวันแรก ส่วนวันออกเดินทางเป็นวันอดอาหาร กินเพียงเล็กน้อยเหมือนวันที่สอง เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางให้กินอาหารหนักอีกหนึ่งครั้ง กินอาหารเช้าที่ให้โปรตีนสูง และกินตามเวลาท้องถิ่นใหม่

a1.gif ก่อนขึ้นเครื่องบิน ควรตั้งนาฬิกาให้ตางกับเวลาท้องถิ่นของเมืองที่จะไป ในเครื่องบินควรกินน้ำมาก เพราะอากาศในเครื่องบินค่อนข้างแห้ง แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ควรกินอาหารที่มีกากมาก ได้แก่ ผัก ผลไม้ เพื่อป้องกันท้องผูก ลุกขั้นเดินไปมาในเครื่องบินบ้าง หรือขยับแขนขยับขาอยู่กับที่ในที่นั่ง ถ้ามีกำหนดไปถึงที่หมายตอนช้าให้พยายามนอนในเครื่องบินให้ได้นานที่สุด แต่ถ้ามีกำหนดไปถึงที่หมายตอนค่ำ ให้พยายามถ่างตาตื่นอยู่ในเครื่องบินให้ได้นานที่สุด โดยดูภาพยนตร์ ฟังเพลงอ่านหรือเขียนหนังสือ

a1.gif เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง ควรกิน นอน ออกกำลังและทำงานตามเวลาท้องถิ่น คนที่มาถึงตอนเข้าหรือตอนบ่าย ควรออกไปเดินเล่นหรือออกกำลังกายเบา ๆ ส่วนคนที่มาถึงตอนค่ำ ให้รีบเข้านอน และพยายามนอนอย่างน้อยที่สุด 4 ชั่วโมง ในวันแรก แต่อย่าออกกำลังกายตอนค่ำ เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ อย่านอนกลางัน ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเพียงใด เพราะร่างกายจะสับสนคิดว่าได้เวชลานอนตอนกลางคืนแล้ว แทนที่จะหลับเพียงงีบเดียวอาจเผลอหลับใหลไม่รู้เรื่องไปหลายชั่วโมง ต่อเมื่อปรับตัวเข้ากับเวลาท้องถิ่นได้แล้วจึงค่อยนอนกลางวัน

หากนอนไม่หลับ ไม่ควรทนนอนทุรนทุราย ควรลุกขึ้นจากเตียงไปนั่งอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ เมื่อรู้สึกเหนื่อยมาก จึงค่อยกลับไปนอนบนเตียง การกินของกินชนิดที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมปังกรองก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น ส่วนตอนเช้าควรตื่นให้เป็นเวลา ไม่ว่าเมื่อคืนจะนอนได้มากน้อยเพียงไร

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่