Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ความสำคัญของห้องปฏิบัติการ IVF

นอกจากขั้นตอนและการตัดสินใจต่างๆ ในการทำ IVF ที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์แล้ว ห้องปฏิบัติการก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากเลือกห้องปฏิบัติการที่ไม่ได้คุณภาพ ก็อาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,385,553 คน

ความสำคัญของห้องปฏิบัติการ IVF

ความสามารถของห้องปฏิบัติการ มีความสำคัญอย่างไร

ขั้นตอนสำคัญต่างๆ ในการทำ IVF มักดำเนินการในห้องปฏิบัติการของคลินิก ซึ่งห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งก็มีคุณภาพที่แตกต่างกันไป การเข้ารักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF ในคลินิกที่มีห้องปฏิบัติการที่เป็นมาตรฐานสากล จะสามารถเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการทำ IVF ได้มากขึ้นถึง 2 เท่า

กระบวนการทำงานในขั้นตอนต่างๆ และความสามารถหรือความเชี่ยวชาญของห้องปฏิบัติการที่มีคุณภาพ ควรเป็นไปตามแผนภาพด้านล่างนี้

ถ้าจะให้ดีที่สุด ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาจากคลินิกที่มีความสามารถของห้องปฏิบัติการ ดังนี้

  • สามารถปฏิสนธิไข่ที่เก็บได้อย่างน้อย 75 - 80% ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการปฏิสนธิ (หากใช้เทคนิค ICSI มีอัตราสำเร็จสูงกว่า)
  • สามารถเลี้ยงไข่ที่ปฏิสนธิแล้วให้เป็นเอ็มบริโอในระยะบลาสโตซิสต์ได้ 60% (หรือในระยะแรกของการแบ่งตัวได้ 70%)
  • สามารถแยกเซลล์จากเอ็มบริโอมาตรวจ PGS ได้สำเร็จ และ 95% ของเอ็มบริโอ ต้องมีการเก็บเซลล์ได้อย่างเพียงพอสำหรับการอ่านผลอย่างถูกต้อง
  • สามารถเก็บแช่แข็งเอ็มบริโอได้ โดย 99% ของเอ็มบริโอระยะบลาสโตซิสต์ที่เก็บแช่แข็ง (หรือ 90% ของระยะแรกของการแบ่งเซลล์) สามารถนำมาใช้ใหม่ได้โดยไม่เสียหาย

นอกจากนี้ การที่ห้องปฏิบัติการของคลินิกเปิดทำงานตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเพียงพอ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากผู้ป่วยต้องรอห้องปฏิบัติการเปิดทำการในวันจันทร์ อาจส่งผลกระทบทำให้อัตราความสำเร็จในการทำ IVF ลดน้อยลงไป

แนวทางจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และการรับรองคุณภาพของห้องปฏิบัติการ

อีกเรื่องที่ผู้เข้ารับการทำ IVF ไม่ควรมองข้าม คือการรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ ของห้องปฏิบัติการ เช่น ระบบติดตามแบบเรียลไทม์ที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อเครื่องมือใช้การไม่ได้ หรือระบบพลังงานสำรองในกรณีที่ไฟฟ้าดับ เป็นต้น

ปัจจุบันห้องปฏิบัติการนั้นเปิดดำเนินการได้ง่ายขึ้น จึงอาจพบว่าห้องปฏิบัติการบางแห่งมีการจัดการที่หละหลวม ดังนั้น ควรตรวจสอบด้วยตัวเองว่าคลินิกและห้องปฏิบัติการที่กำลังจะเข้ารับการทำ IVF มีมาตรฐานหรือการรับรองคุณภาพจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือไม่

สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน จะต้องผ่านการรับรอง Laboratory Accreditation (LA) และมาตรฐาน ISO 17025 ซึ่งระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการ การทดสอบ สอบเทียบเครื่องมือ และการจัดการด้านคุณภาพของห้องปฏิบัติการ

ที่มาของข้อมูล

Importance Of The IVF Laboratory (https://www.fertilityiq.com/ivf-in-vitro-fertilization/importance-of-the-lab#disaster-recovery-and-accreditation)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
รู้จักฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มากับมลภาวะ และวิธีการเลือกหน้ากากป้องกัน
รู้จักฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มากับมลภาวะ และวิธีการเลือกหน้ากากป้องกัน

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร? มาจากไหน? แตกต่างจากฝุ่นละอองทั่วไปในอากาศอย่างไร? อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่?

ดูในแอป