ความรู้สุขภาพ

ขี้หูเปียก อันตรายหรือไม่?

ขี้หูเปียกไม่ใช่อาการผิดปกติ เป็นเพียงสิ่งที่เกิดตามพันธุกรรมของแต่ละคน การพยายามกำจัดขี้หูเปียกผิดวิธีต่างหากที่สร้างอันตรายได้
เผยแพร่ครั้งแรก 4 ก.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ขี้หูเปียก อันตรายหรือไม่?

ขี้หู (Earwax, Cerumen) หลายคนอาจจะมองว่าเป็นสิ่งสกปรกที่ออกมาจากหู แต่รู้หรือไม่ว่าขี้หูเป็นสิ่งปกติที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยในการผลัดเปลี่ยนเซลล์บริเวณรูหู โดยการนำซากเซลล์ที่ตายแล้ว ตลอดจนสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กต่างๆ ออกจากรูหู ป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย และป้องกันการติดเชื้อในบริเวณหูได้ โดยกลไกที่นำขี้หูออกมาจากหูอาศัยการเคลื่อนไหวในบริเวณรูหูขณะพูดหรือเคี้ยวอาหารนั่นเอง

ขี้หูมีหลายสี หลายลักษณะ โดยทั่วไปแล้วขี้หูปกติจะมีสีเหลืองอำพันไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน ลักษณะขี้หูจะแตกต่างกันได้ตามกรรมพันธุ์ และเชื้อชาติต่างๆ เช่น ชาวเอเชียตะวันออก ชาวจีน ชาวเกาหลี มักจะมีขี้หูแห้งและสีอ่อน ส่วนชาวแอฟริกามักจะมีขี้หูเปียกและสีเข้มกว่า เป็นต้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงลักษณะของขี้หูที่เปียกเท่านั้นว่าเกิดจากอะไร อันตรายหรือบ่งบอกปัญหาสุขภาพใดหรือไม่ รวมถึงการรักษาและการทำความสะอาด

"ขี้หูเปียก" มีลักษณะอย่างไร

ขี้หูเปียกในที่นี้หมายถึงลักษณะขี้หูที่เหนียว ไม่จับตัวเป็นก้อน มีสีเหลืองเหมือนขี้หูทั่วไป เหนียวติดอยู่บริเวณรูหู และจะถูกขับออกมาภายนอกรูหูได้ ผ่านกลไกจากการพูดและการเคี้ยวอาหาร ทำให้เห็นเลอะที่บริเวณภายนอกรูหูได้ เป็นปัญหากวนใจใครหลายๆ คนที่มีขี้หูในลักษณะนี้ แต่ขี้หูลักษณะดังกล่าวที่จริงแล้วปกติ ไม่เป็นอันตรายอะไร

สาเหตุของขี้หูเปียก

ในรูหูของมนุษย์แต่ละข้างนั้นมีต่อมต่างๆ 2 ชนิดด้วยกัน ประกอบด้วย

  1. ต่อมขี้หู (Ceruminous gland) มีประมาณ 1,000-2,000 ต่อม มีโครงสร้างคล้ายต่อมเหงื่อบริเวณรักแร้ ทำหน้าที่ผลิตสารจำพวกโปรตีนต่างๆ
  2. ต่อมไขมัน (Sebaceous gland) ทำหน้าที่ผลิตสารพวกไขมันต่างๆ

ตามปกติเมื่อสารจากทั้งสองต่อม เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว สิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กภายในรูหู ทั้งสามอย่างรวมกันเข้า จะเกิดเป็นขี้หูขึ้นมา

สำหรับบางคนที่ขี้หูเปียก เป็นเพราะสารที่หลั่งจากต่อมขี้หูกับต่อมไขมันมีสภาพเป็นของเหลวมาก และไขมันจากต่อมไขมันส่วนใหญ่เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว (Unsaturated long-chain fatty acids) ในปริมาณมาก ขี้หูจึงมีลักษณะเหลว เนื่องจากไม่แข็งตัวที่อุณหภูมิร่างกาย สังเกตเห็นเป็นขี้หูเปียกนั่นเอง

ขี้หูเปียกอันตรายไหม บ่งบอกปัญหาสุขภาพอะไรหรือเปล่า?

ขี้หูเปียกเป็นสิ่งที่ปกติ ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน และไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าสังเกตเห็นว่าขี้หูมีความผิดปกติ เช่น มีลักษณะของเหลวใส ของเหลวปนเลือด หรือของเหลวสีขุ่นไหลออกจากรูหู นั่นถือว่าเป็นอันตราย และไม่ใช่ลักษณะของขี้หูเปียกปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

อาการต่างๆ ดังกล่าวอาจจะเกิดจากการที่เยื่อแก้วหูได้รับความเสียหายจนทะลุ อาจมีการอักเสบติดเชื้อภายในหูชั้นกลาง รวมถึงอาจมีเนื้องอกที่ผลิตของเหลวต่างๆ เหล่านี้ภายในหู เมื่อสังเกตพบความผิดปกติจึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการซักประวัติ และตรวจภายในหูเพิ่มเติมด้วยอุปกรณ์ส่องหู (Otoscope) จะได้ทราบสาเหตุและแนวทางการรักษาต่อไป

ขี้หูเปียกจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ อย่างไร?

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าลักษณะขี้หูเปียกไม่ใช่ความผิดปกติ จึงไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษา สำหรับผู้ป่วยบางรายที่เข้าใจการดูแลรักษาภายในรูหูผิด เช่น ใช้ไม้พันสำลีแคะและเช็ดภายในรูหูเพื่อทำความสะอาดขี้หูที่เปียกนั้น อาจจะเป็นการดันขี้หูไปสะสมบริเวณด้านในรูหู เมื่อขี้หูสะสมมีปริมาณมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า ขี้หูอุดตัน (Impacted cerumen) ขึ้นได้ ส่งผลให้ได้ยินเสียงลดลงกว่าปกติ เมื่อสงสัยว่ามีภาวะดังกล่าวควรไปพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก (Otolaryngologist) เพื่อทำการตรวจ และนำขี้หูที่อุดตันนั้นออกมาผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ควรพยายามแคะออกเอง เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู อาจทำให้เยื่อแก้วหูทะลุได้

วิธีทำความสะอาดขี้หูเปียกที่ถูกต้อง เป็นอย่างไร?

ไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดๆ ที่ต้องใช้สิ่งแปลกปลอมต่างๆ พยายามเข้าไปทำความสะอาดภายในรูหู ไม่ว่าจะเป็นขี้หูชนิดใดก็ตาม เนื่องจากขี้หูเป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อเป็นกลไกในการป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย และป้องกันการติดเชื้อในบริเวณหูได้ ส่วนการทำความสะอาดขี้หูเปียกที่ร่างกายขับออกมา แนะนำให้ใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดเฉพาะบริเวณภายนอกรูหูเท่านั้น ไม่ควรดึงปลายสำลีเพื่อที่จะสอดเข้าไปในรูหู เพราะอาจทำให้เกิดภาวะขี้หูอุดตันอย่างที่อธิบายแล้วข้างต้น

สำหรับผู้ที่มีของเหลวเข้าไปในหูภายหลังจากกิจกรรมต่างๆ เช่น ว่ายน้ำ อาบน้ำ เป็นต้น แล้วต้องการนำของเหลวนั้นออกมา แนะนำให้ใช้สำลีแห้งใส่เอาไว้บริเวณภายนอกรูหู แล้วตะแคงหูนอนเอาหูข้างที่มีของเหลวเข้าไปนั้นลง รอให้ของเหลวค่อยๆ ไหลออกมาเอง ไม่ควรพยายามเข้าไปเช็ดภายในรูหูเช่นกัน


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Jaime R. Herndon, What Does Your Earwax Color Mean? (https://www.healthline.com/health/earwax-color), 21 March 2018.
W. Steven Pray, Earwax: Should It Be Removed? (https://www.medscape.com/viewarticle/504788_1)
Jon Johnson, Earwax color chart: What to know (https://www.medicalnewstoday.com/articles/326093.php), 19 August 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม