ความรู้สุขภาพ

หน้าที่สำคัญของหู

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
หน้าที่สำคัญของหู

หน้าที่ในการได้ยินหรือการรับฟังเสียง  (Phonoreceptor)

หากยากเข้าใจวิธีการได้ยินเสียงของมนุษย์เราแนะนำให้ลองหลับตานึกถึงภาพการตีกลอง  เมื่อปีไม้ลงบนหน้ากองจะเกิดการสั่นสะเทือน  เช่นเดียวกับคลื่นเสียงที่มากระทบเยื่อแก้วหู  แรงสั่นสะเทือนจะถูกส่งผ่านกระดูกค้อน  กระดูกทั่ง  และกระดูกโกลน  ไปสู่หน้าต่างรูปไข่  แรงสั่นสะเทือนนี้จะทำให้เอนโดลิมพ์ในท่อคอเคลียสั่นสะเทือนไปจนสุดปลายท่อ  และยังทำให้เยื่อบุเวสติบูลาร์สั่นสะเทือนเป็นผลให้ของเหลวที่อยู่ในท่อคอเคลียสั่นสะเทือนไปด้วย  จากนั้นเซลล์ขนจะสั่นไหวตามการสั่นสะเทือน  โดยเซลล์ขนที่อยู่ใกล้กับหน้าต่างรูปไข่จะเปลี่ยนคลื่นสั่นสะเทือนของเสียงสูง  ส่วนเซลล์ขนที่อยู่ใกล้กับปลายท่อจะรับคลื่นสั่นสะเทือนของเสียงต่ำ  แล้วแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปตามเส้นประสาทรับความรู้สึกโดยเส้นประสาทอะคูสติก หรือเส้นประสาทคอเคลียร์ซึ่งรวมกันเป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8   เพื่อวิ่งเข้าสู่สมองส่วนที่เกี่ยวกับการได้ยินบริเวณกลีบขมับ (Temporal  Lobe)  เพื่อแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณเสียง  แปลข้อมูล  และแยกแยะเสียงต่อไป 

ภาพแสดงการได้ยินเสียงเข้าหูชั้นนอกหูชั้นกลางหูชั้นในไปยังสมอง

หน้าที่ในการทรงตัวและรักษาสมดุลของร่างกาย (Statoreceptor)

มนุษย์เป็นสัตว์สองเท้า  ทั้งที่จริงๆแล้วตอนอยู่ในครรภ์แม่มนุษย์ก็ลอยอยู่ในน้ำคร่ำ  เมื่อแรกเกิดก็ยังทรงตัวไม่ได้  ต่อมาจึงเริ่มชันคอ  นั่ง  คลาน  แล้วจึงเริ่มยืน  โดยเมื่อคอนศีรษะที่หนักมากไว้ได้จึงค่อยหัดเดินสองเท้า  วิ่ง  ปีนป่าย  มีพฤติกรรมและกิจกรรมหลากหลายตามมา

ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายของเราสามารถทรงตัวอยู่ได้ในสภาวะต่างๆ  ขณะที่เด็กหัดเดิน  เริ่มเรียนรู้การทรงตัวผู้ใหญ่หรือพี่เลี้ยงไม่ควรอุ้มแบบกระเตงให้ผิดธรรมชาติของการทรงตัว  แต่ควรให้เด็กฝึกใช้ร่างกายเพื่อให้คุ้นเคยกับการควบคุมการทรงตัวตามธรรมชาติให้มาก

การทรงตัวหรือสภาวะสมดุลของการทรงตัวต้องอาศัยกลไกของระบบประสาทและอวัยวะหลายชนิดทำงานประสานกัน  การรับรู้และประมวลข้อมูลต่างๆนี้เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยอีกทั้งยังต้องมีความสมดุลของพลังประสาทรับรู้จากอวัยวะทรงตัวในหูชั้นในทั้งซ้ายและขวา  ส่วนต่างๆของร่างกายจึงเคลื่อนไหวได้อย่างกลมกลืนเป็นอัตโนมัติ

สมองมีศูนย์รับรู้ข้อมูล (Vestibular Nuclei)  อยู่ในก้านสมองซึ่งจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลให้สัมพันธ์กันโดยอาศัยการแปลงสภาวะการเคลื่อนไหวเป็น “กระแสประสาท”  ส่งไปตามระบบประสาทไปสู่สมอง  เมื่อสมองรับรู้สภาวะนั้นๆแล้ว  ร่างกายจึงสามารถทรงตัวอยู่ได้อย่างอัตโนมัติในทุกๆสถานการณ์โดยไม่เซหรือล้ม 

                                   สัญญาณเข้า                                   สัญญาณออก

 แผนภูมิการทรงตัว  เมื่อสมองส่วนก้านสมอง (Brainstem)  รับรู้การทรงตัวจากประสาทสัมผัสและอวัยวะต่างๆแล้ว  จะส่งต่อการทำงานไปยังสมองรับรู้การทรงตัว  เพื่อให้ควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา  แขน  ขา  และศีรษะให้ประสานงานกัน  แล้วส่งไปยังสมองท้ายรับรู้การทรงตัวให้รับรู้การทรงตัวในภาวะต่างๆ  เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัวให้มั่นคงอยู่ได้

คงไม่ผิดหากจะเปรียบการทรงตัวของมนุษย์กับการทรงตัวของรถยนต์ที่มีการควบคุมจากหลายระบบจึงทำให้มนุษย์สามารถขึ้นเขาลงห้วย  นั่งรถหมุน  ขับรถเช่าฉวัดเฉวียน  หรือใช้ร่างกายได้อย่างหลากหลายตามประสบการณ์และการฝึกฝนเป็นพิเศษ  เช่น  การห้อยโหนตีลังกา  ไต่ลวด  มนุษย์แต่ละคนมีความสามารถในการทรงตัวและมีความทนทานต่อสถานการณ์ไม่เท่ากัน  บางคนทรงตัวได้ดีบางคนอาจรู้สึกทนต่อการเคลื่อนไหวเร็วๆไม่ได้  ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้  อาเจียน  เหงื่อแตกจะเป็นลม

หูทำงานประสานกับลูกตาและส่วนต่างๆของร่างกาย

หูชั้นในทำงานประสานกับ “ลูกตา”  ทำให้มีการเคลื่อนไหวของลูกตาไปพร้อมๆกัน  สายตาของเราจึงมีส่วนช่วยสร้างสมดุลของการทรงตัวด้วย  เพื่อให้รู้ตำแหน่งของศีรษะ  ดังนั้นสายตาจึงเป็นหน้าต่างของการทรงตัว  การทรงตัวยังเกี่ยวพันกับอวัยวะรับความรู้สึกสัมผัสอื่นๆ  ได้แก่  ข้อต่อ  กล้ามเนื้อ  คอ  แขนขา  ที่เคลื่อนไหวไปตามศีรษะและลำตัว

 

สัญญาณไฟฟ้าถูกส่งไปยังศูนย์รับรู้ที่ก้านสมอง  ศูนย์ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตา  และศูนย์ควบคุมการทรงตัวของกล้ามเนื้อ  แขนขาและข้อต่อ  อย่างอัตโนมัติ

 



ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่