Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ลดเซลลูไลท์อย่างไรให้ได้ผล?

หลากหลายวิธีในการลดเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มด้วยตัวเอง เพื่อความสวยงามและลดความเสี่ยงไขมันอุดตัน โดยไม่ต้องพึ่งยา
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,021,459 คน

ลดเซลลูไลท์อย่างไรให้ได้ผล?

ลดเซลลูไลท์ได้อย่างไร? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวหนังของคนเราเสียก่อน โครงสร้างดังกล่าวนี้ประกอบด้วย 3 ชั้นหลัก คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เซลลูไลท์ (Cellulite) ที่สาวๆ หลายคนไม่ชอบนั้น เกิดจากผิวหนังชั้นบนมีการสะสมไขมันมากกว่าปกติ ทำให้การเรียงตัวของไขมันชั้นนี้มีลักษณะเป็นผิวขรุขระ เมื่อมองดูจากภายนอกจึงคล้ายผิวเปลือกส้ม

จากอาหารเปลี่ยนเป็นเซลลูไลท์ได้อย่างไร?

กระบวนการย่อยอาหารประเภทไขมันเริ่มต้นตั้งแต่กระเพาะอาหาร แต่จะถูกย่อยเพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากความเป็นกรดไม่เพียงพอ เมื่อผ่านไปถึงลำไส้เล็ก น้ำดีจะมีหน้าที่ย่อยไขมันที่เหลือให้เป็นโมกุลเล็ก ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อส่งต่อไปให้กับอวัยวะเป้าหมายที่ต้องการใช้ไขมันเพื่อปลี่ยนเป็นพลังงาน กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับปริมาณไขมันที่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย เมื่อมีไขมันส่วนเกินจากการย่อย จะถูกสะสมในชั้นใต้ผิวหนังและตับ ไว้ใช้ในยามที่ร่างกายต้องการพลังงานสำรอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ทำไมผู้หญิงมีเซลลูไลท์มากกว่าผู้ชาย?

เนื่องจากการสะสมของชั้นไขมันใต้ผิวหนังขึ้นอยู่กับโครงสร้างของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและฮอร์โมนเพศ ซึ่งในผู้หญิงเนื่อเยื่อเกี่ยวพันจัดเรียงเป็นแนวตั้ง ลักษณะคล้ายลูกฟูก ทำให้มีปริมาณไขมันสะสมมาก ประกอบกับฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระตุ้นให้มีการสะสมไขมันในร่างกาย ทำให้เห็นผิวเปลือกส้มได้ง่ายที่บริเวณก้น ต้นขา และสะโพก ส่วนในผู้ชายโครงสร้างร่างกายส่วนใหญ่จะเป็นกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน และการเรียงตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเป็นแนวนอน เรียงตัวกันเป็นระเบียบมากกว่า ส่วนมากจะสะสมในแนวกึ่งกลางลำตัว (พุง) ทำให้มองเห็นเป็นผิวโป่งนูนไม่ชัดเท่าของผุ้หญิงนั้นเอง

วิธีลดเซลลูไลท์ด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่พึ่งยา

  1. ควบคุมอาหาร ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด อาหารมัน เบเกอรี ขนมหวาน และลดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ที่มากเกินไป หากมีปริมาณน้ำตาลมากเกินความจำเป็น น้ำตาลส่วนที่เหลือจะสะสมในรูปของไขมัน นอกจากนี้ควรเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารจากวิธีการทอดหรือผัด มาเป็นวิธีการต้มหรือนึ่งแทน และเลือกใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมาประกอบอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันรำข้าว เพื่อลดการสะสมไขมันในร่างกายด้วย
  2. เพิ่มกระบวนการเผาผลญไขมันในร่างกาย โดยวิธีต่อไปนี้
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการลดเซลลูไลท์ ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดการสะสมของไขมัน และทำให้เซลลูไลท์มีขนาดเล็กลง นอกจากนี้ยังทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้นอีกด้วย โดยการการออกกำลังกายที่ได้ผลในการลดไขมันนั้น เน้นการออกกำลังกายที่ไม่ใช้กำลังมาก แต่เน้นเรื่องระยะเวลาต่อเนื่อง เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือคาร์ดิโอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน วันละ 30-40 นาที
    • พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 8-10 ชั่วโมง ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดการสะสมไขมันได้
    • ดื่มชาเขียวตอนเช้าวันละ 1 แก้ว ช่วยเพิ่มการเผาผลาญและยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ยับยั้งการดูดซึมไขมัน
  3. กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการเผาผลาญได้ ทำได้ดังนี้
    • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้ร่างกายช่วยขับสารพิษที่นำไปสู่การสะสมไขมันออกทาง เหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ
    • รับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น มะเขือเทศ มี มีวิตามินซี สร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวกระชับ กล้วย มีโพแทสเซียม สามารถป้องกันการเกิดเซลลูไลท์ แอปเปิล มีไฟเบอร์สูง ช่วยล้างสารพิษในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้สมุนไพรอย่างขมิ้นชันและพริกก็สามารถกระตุ้นการไหลเวียน กำจัดสารพิษ ลดอาการบวมและลดการสะสมไขมันใต้ผิวหนังได้ด้วย
    • นวดและขัดผิวด้วยกากกาแฟสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ช่วยขับของเหลวและของของเสียที่คั่งระหว่างเซลล์ ทำให้ผิวกระชับขึ้น เนื่องจากคาเฟอีนมีส่วนช่วยขยายหลอดเลือดกระตุ้นการไหลเวียน ทำให้กำจัดของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

ไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนังหรือเซลลูไลท์ สาเหตุส่วนใหญ่เกินจากพฤติกรรม ตั้งแต่การรับประทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมันมากเกินความจำเป็น จนไปถึงขาดการออกกำลังกาย ทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดการสะสมไขมัน ดังนั้นวิธีป้องกันและลดการเกิดเซลลูไลท์ที่ดีและง่ายที่สุด คือการควบคุมอาหารและหันมาออกกำลังกายนั่นเอง

ที่มาของข้อมูล

นัทยา วรวุทธธินนท์, หน่วยตจศัลยศาสตร์เลเซอร์ผิวหนัง สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, เซลลูไลท์ (https://dst.or.th/Publicly/Articles/1183.23.10/LOzzXP2Aw3), 2555.

นงศักดิ์ ชนะสุมน, ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลรามาธิบดี, Carboxyherapy, Beauty takes risk? (http://www.errama.com/system/spaw2/uploads/files/CARBOXYHERAPY%20IN%20EFFICACY%20AND%20COMPLICATION.pdf), เข้าถึงเมื่อ 29 กรกฎาคม 2562.

พิมพร วีลาพรพิสิฐ, เซลลูไลท์ (http://www.aihd.mahidol.ac.th/sites/default/files/images/new/pdf/journal/janapr2003/4.pdf), 2556.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป