ยา PEP หรือยาต้านไวรัส HIV แบบฉุกเฉิน คืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 12, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

ยา PEP หรือยาต้านไวรัส HIV แบบฉุกเฉิน คืออะไร เชื่อว่าหลายคนคงจะพอรู้จักเจ้าไวรัส HIV กันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับยาต้านไวรัสอย่าง PEP อาจเป็น เรื่องใหม่ที่ใครหลายคนไม่คุ้นหูมากนัก วันนี้ Honestdocs เลยขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

ยา PEP คืออะไร ? ใช้กับใครได้บ้าง ?

ยา PEP นั้นมีชื่อย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis หรือหากจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ ยานี้จะถูก ให้แก่ผู้ที่สงสัยว่าได้รับเชื้อ HIV หรือว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มบุคคลที่ถูกล่วง ละเมิดทางเพศ (โดนข่มขืน) กลุ่มบุคคลที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันกับคนแปลกหน้า กลุ่มบุคคลที่เกิด อุบัติเหตุจากอุปกรณ์ป้องกันเช่น ถุงยางรั่ว หรือถุงยางหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยากลุ่มนี้ยัง ใช้ในบุคลากรของแพทย์ที่มีความเสี่ยง เช่นการโดนเข็มตำระหว่างปฎิบัติหน้าที่ การโดนมีดผ่าตัดบาด จากคนไข้ที่ไม่ทราบผลเลือด เป็นต้น นอกจากนี้ยา PEP ยังสามารถให้ได้ในกรณีที่กลุ่มบุคคลที่ประสบ อุบัติเหตุ แล้วมีเลือดออกหลายคนโดยแต่ละบุคคลมีการสัมผัสเลือดกันผ่านบาดแผลที่เกิด เช่น การ ประสบอุบัติเหตุรถชนแล้วผู้โดยสารส่วนมากเกิดบาดแผลขึ้น ทั้งนี้ในทางการแพทย์จะมีหลักในการ พิจารณาการจ่ายยาเป็นไปตามแต่ละกรณี

ใช้อย่างไร ?

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คนไข้ที่ต้องสงสัยว่าได้รับเชื้อจะต้องรับประทานยาต้านไวรัส (PEP) อย่าง เร็วที่สุด ภายในเวลา 72 ชั่วโมง และจะต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 28 วัน ภายใต้การดูแล และนำของแพทย์ เหตุผลที่จะต้องทานยานี้ให้เร็วที่สุด ก็เพื่อให้ยาเข้าไปต่อสู้กับเชื้อไวรัส และสร้าง ระบบภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกัน HIV ได้นั่นเอง

โดยยา PEP ที่ทำการแจกจ่ายให้แก่คนไข้แต่ละคนนั้น จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งประกอบด้วยยาต้าน ไวรัสประมาณ 3ชนิด โดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกชนิดให้เป็นรายบุคคล

มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงการรับยา PEP จะมีผลข้างเคียงของการรับประทานยา เช่น ท้องเสีย ปวดหัว อิด โรย คลื่นไส้และอาเจียน ดังนั้นคนไข้จึงควรทำความเข้าใจและทานยาให้ครบเวลาที่กำหนด

ต้องทานนานเท่าไหร่ ? เมื่อครบแล้ว ทำอย่างไร ?

เมื่อได้รับยาตามกำหนดเวลา และรับประทานอย่างต่อเนื่องจนครบ 28 วัน คนไข้ต้องไปพบแพทย์อีก ครั้ง โดยแพทย์จะทำการตรวจ HIV ซ้ำ โดยจะตรวจที่ 4-6 สัปดาห์หลังจากที่มีการสัมผัสกับเชื้อ HIV และตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้น 3 เดือน ซึ่งในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจซ้ำที่ 6 เดือน ต่อมาเพื่อติดตามอาการและลดความผิดพลาดของการไม่ปรากฎเชื้อ

ระหว่างรับยา PEP เราจะไม่เสี่ยงการติดเชื้อ HIV ใช่หรือไม่ เพราะเป็นยาต้านไวรัส HIV แบบ ฉุกเฉิน ดังนั้นจึงมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างสบายใจแม้ไม่ป้องกัน ?

ไม่ใช่ค่ะ ระหว่างช่วงเวลาของการรับยา คนไข้ต้องเลี่ยงการเพิ่มภาวะเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อเพิ่มขึ้น โดยการ ทานยา PEP ไม่ได้มีผลให้ร่างกายคุณต่อต้านเชื้อ HIV ที่จะได้รับเพิ่มเข้ามาในระหว่างทาง ดังนั้นหาก ต้องมีเพศสัมพันธ์ระหว่างนี้ ก็ควรมีการป้องกัน (แต่ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในระยะนี้)

ทำไมทานยาหมดแล้วจึงต้องมาพบแพทย์อีก ?

สิ่งสำคัญที่สุดของการมาตรวจซ้ำคือการยืนยันว่ายา PEP นั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งหากในระหว่าง 28 วันที่คุณทานยา และเกิดประสิทธิภาพ ผลเลือดของคุณจะออกมาเป็นลบ (Negative) ซึ่งนั่นแปลว่า คุณเองไม่ติดเชื้อ HIV ซึ่งหลังจากนี้คุณจะต้องป้องกันตัวเองจากเชื้อ HIV อยู่เสมอ โดยการใช้ถุงยาง อนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลแปลก หน้า และหมั่นตรวจเลือดเป็นประจำ หากคิดว่าตนเองมีภาวะเสี่ยง เพราะหากทราบได้เร็วจะส่งผลให้การ รักษาทำได้เร็ว และเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

รู้จักยา PEP ที่ใช้หลังจากการสงสัยว่าได้รับเชื้อแล้ว มาทำความรู้จักกับยา Prep ที่ช่วยป้องกัน HIV เหมือนกัน แต่สามารถป้องกันได้ก่อนการรับเชื้อดีกว่า

นอกจากยา PEP ที่มีการจ่ายให้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงหลังได้รับเชื้อ ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทาง การแพทย์ เพื่อเข้าแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ก็ได้มีการผลิตยา Prep เพื่อเป็นการป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ในเชิงรุกเช่นกัน ว่าแต่ยา Prep คืออะไร และแตกต่างจากยา PEP อย่างไร ลองไปดูกันดีกว่าค่ะ

Prep คืออะไร ?

ยา PrEP นั้นย่อมาจาก PreExposure Prophylaxis เป็นยาที่ทานก่อนที่จะได้รับเชื้อหรือป้องกันเชื้อ HIV สำหรับกลุ่มคนที่ไม่มีการตรวจพบเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ จากพฤติกรรมหรือหน้าที่ การงานที่ต้องปฏิบัติ

บุคคลใดบ้างที่เหมาะสำหรับการทาน Prep ?

1. ผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบ (ไม่มีเชื้อ HIV) แต่มีคู่รัก หรือคู่นอนที่มีผลเลือดเป็นบวก (มีเชื้อ HIV) ที่ยัง ไม่ได้รับยาต้าน หรือยังตรวจพบไวรัสในเลือด

2. ผู้ที่มีนิสัยรักอิสระ ชอบเปลี่ยนคู่นอน

3. ผู้ที่เคยกินยาป้องกันเอชไอวีฉุกเฉิน และยังมีพฤติกรรมเสี่ยงในแบบเดิม

4. ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศชาย หรือ สาวประเภทสอง

5. ชายหรือหญิงที่ทำงานบริการทางเพศ

6. ผู้ใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะชนิดฉีด

7. ผู้ที่อาจมีภาวะเสี่ยงต่อการเพศสัมพันธ์ขณะที่ไม่ได้สติ (เช่น มึนเมาจากแอลกอฮอล์ และสารเสพ ติด) โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ อาจหมายรวมถึงผู้ที่ชอบเที่ยวสถานบันเทิงกลางคืน

8. บุคคลทั่วไป ที่รู้ล่วงหน้าว่าจะต้องไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ทราบผลเลือด เช่น วางแผนไป เที่ยวต่างประเทศและใช้ Dating Application ในการหาคู่นอน

Prep คือยาต้านไวรัสที่ให้ทานเป็นประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV Prep ให้ผลที่มี ประสิทธิภาพมากในกลุ่มชายรักชาย และสาวประเภทสองที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยหากทานยาอย่าง สม่ำเสมอแล้ว จะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 92% โดยยาที่แนะนำให้ใช้ในปัจจุบันคือ Tenofovir 300 มิลลิกรัม Emtricitabine 200 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง

การทานยาเพร็พ

ก่อนเริ่มทานจะต้องตรวจให้แน่ใจว่า ไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน และมีการทำงานของตับ และไตอยู่ ในเกณฑ์ปกติ และควรปรึกษาแพทย์ เพื่อทราบถึงวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง ทั้งการป้องกันเอชไอวี รวมไปจนถึงการตรวจติดตามรักษาและตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เมื่อทานยาเพร็พแล้ว ควรจะติดตามผลเลือดระหว่างทานยาควบคู่ไปด้วย โดยผู้ที่ได้รับยาเพร็พ โดย แพทย์ จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง โดยจะมีการนัดพบแพทย์ทุก ๆ 3 เดือน เพื่อตรวจเลือดยืนยันว่า ไม่ มีการติดเชื้อและ การทำงานของตับและไตยังปกติดี และจะมีการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์อื่น ๆ อีกด้วย

การทานยา Prep เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV ป้องกันได้มากแค่ไหน ?

การทานยา Prep นั้นสามารถป้องกันได้การติดเชื้อได้ร้อยละ 44-73 ในกลุ่มชายรักชาย และ ร้อยละ 62-75 ในหญิงหรือชายที่มีเพศสัมพันธ์แบบรักต่างเพศ ทั้งนี้ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับการกินยาอย่างสม่ำเสมอ โดยยา Prep จะออกฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากทานอย่างต่อเนื่องครบ 7 วัน และต้องทาน ต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ

อาการข้างเคียง ?

ผู้ที่รับยา Prep จะมีอาการข้างเคีย เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ผลต่อการทำงานของไต การสูญเสียมวล กระดูก การกำเริบของไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น ถ้าหากอยากจะหยุดใช้ยา คนไข้จะต้องเข้ารับการ ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินตนเองว่าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว ทั้งจากเพศสัมพันธ์และการ ใช้สารเสพติดชนิดฉีด

เราสามารถทานยา Prep ไปตลอด เหมือนการทานวิตามินได้หรือไม่ ?

ยาทุกชนิดรวมถึงวิตามินนั้นมีการต่อไตและตับ ดังนั้นหากคุณเองไม่ได้มีความเสี่ยง หรือไม่ได้มี พฤติกรรมเสี่ยง ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับบุคคลที่ตัดสินใจใช้ยา Prep และเมื่อ ภายหลัง ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงลง ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดการใช้ Prep ได้ ขั้นตอนการหยุดใช้ยา Prep การหยุดยา Prep ควรทำหลังจากการมีความเสี่ยงครั้งสุดท้ายไปแล้ว 4 สัปดาห์ ก่อนหยุดกิน Prep คนไข้ต้องทำการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ถึงการดูแลและการป้องกัน ต่างๆ เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ HIV หลังจากนั้น ข้อควรรู้ การทาน Prep จะต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่า คนไข้ไม่ได้อยู่ในช่วงติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน ซึ่งยา Prep นั้นช่วยป้องกันในเรื่องของเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันครอบคลุมถึงโรคติดต่อจาก เพศสัมพันธ์อื่นๆ อย่าง ซิฟิลิส หนองใน หูดหงอนไก่ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงควรวางแผน ป้องกัน เช่น สวมถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดหรือเข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น หรือปรึกษาแพทย์ รวมถึงสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อความรู้และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่