PEP คืออะไร ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 27, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 903,713 คน

PEP ย่อมาจาก post exposure prophylaxis เป็นยาที่ต้องรับประทานให้เร็วที่สุดหลังสัมผัสเชื้อ HIV เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยจะต้องเริ่มรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน หลังจากสัมผัสเชื้อ ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี

ยา PEP จะต้องรับประทานวันละ 1-2 ครั้งนานอย่างน้อย 28 วัน ยาที่ใช้ในสูตรยา PEP คือยาต้านไวรัส HIV (หรือยาเออาร์ที : ART) ยานี้จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ในร่างกาย

ใครบ้างที่ควรได้รับยา PEP

ยา PEP มีไว้สำหรับผู้ที่คาดว่ามีการสัมผัสเชื้อ HIV มาภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน  ยา PEP จะใช้ในกรณีดังนี้:

  • มีเพศสัมพันธ์กับคนที่อาจจะมีเชื้อ HIV อยู่ และไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย หรือถุงยางอนามัยฉีกขาด (ถุงแตก)
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

ถ้าคุณคาดว่าตัวคุณเองเพิ่งสัมผัสเชื้อ HIV มาภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน และต้องการรับยา PEP คุณต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะว่ายิ่งรับยาเร็ว ยาจะยิ่งมีประสิทธิภาพ

ยา PEP เป็นยาสำหรับกรณีฉุกเฉิน ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่าคุณจะปลอดภัยจากการติดเชื้อจริงๆ   แต่การใช้ถุงยางอนามัย การกินยา PrEP หรือการไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน จะป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้มากกว่า   หากคุณรู้ว่าตัวคุณมีโอกาสจะต้องสัมผัสกับเชื้อ HIV (เช่น คู่ของคุณเป็นผู้ติดเชื้อ HIV) กรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับยา PrEP

หากคุณเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงาน และเกิดเหตุการณ์ระหว่างการปฏิบัติงานที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV  แนะนำให้คุณพบแพทย์โดยเร็วที่สุด และรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหัวหน้าของคุณ  โดยปกติแล้วการติดเชื้อ HIV จากการปฏิบัติงานในสถานพยาบาลพบได้น้อยมาก เพราะว่ามีอุปกรณ์และขั้นตอนความปลอดภัยอยู่ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสของการติดเชื้อ HIV ขณะดูแลรักษาผู้ป่วย

ฉันจะรับยา PEP ได้อย่างไร

แพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ สามารถจ่ายยา PEP ให้คุณได้  โดยคุณจะต้องเริ่มรับยา PEP ภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังการสัมผัสกับเชื้อ HIV  ห้ามรอเด็ดขาด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบรับประทานยา PEP ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ก่อนที่คุณจะรับยา PEP แพทย์จะซักประวัติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตัดสินว่าคุณจำเป็นต้องรับยา PEP หรือไม่ โดยแพทย์จะสั่งตรวจ HIV ให้กับคุณก่อนรับยา PEP (เพราะถ้าคุณติดเชื้อ HIV อยู่ก่อนแล้ว จะไม่สามารถใช้ยา PEP ได้) นอกจากนั้นยังมีการตรวจไวรัสตับอักเสบบี  หากคุณคาดว่าจะสัมผัสเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ คุณจะต้องได้รับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วย เช่น หนองใน หนองในเทียม และซิฟิลิส

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างรับประทานยา PEP

ยา PEP ไม่ใช่ยารับประทานครั้งเดียว แต่เป็นยาที่ประกอบด้วยยาหลายชนิด  โดยแพทย์จะสั่งยา PEP ให้คุณรับประทานวันละ 1-2 ครั้ง นานติดต่อกันอย่างน้อย 28 วัน (4 สัปดาห์)  ซึ่งจะต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องทุกวันตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเอง เพราะจะทำให้ยาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น

ยา PEP มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ HIV ไม่ 100%  และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ในอนาคตได้  ดังนั้นสิ่งสำคัญคือคุณจะต้องป้องกันตัวเองไม่ให้มีโอกาสรับเชื้อเพิ่มเติมระหว่างที่รับประทานยา PEP อยู่  และต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง  ถ้าคุณเป็นผู้เสพยาเสพติดทางเส้นเลือด ห้ามแบ่งเข็มฉีดยานี้ให้คนอื่นใช้  ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยป้องกันคุณจากการติดเชื้อ HIV ในอนาคต  และยังป้องกันการแพร่ของเชื้อ HIV ไปยังผู้อื่นด้วย (หากคุณเป็นผู้ติดเชื้อ)

ถ้าคุณมีอาการ เช่น ไข้ ผื่น ระหว่างได้รับยา PEP ให้รีบไปพบแพทย์ อาการดังกล่าวนี้อาจเป็นอาการแสดงในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อ HIV

ผลข้างเคียงของยา PEP คืออะไร

ผลข้างเคียงของ PEP เช่น ปวดท้อง รู้สึกอ่อนเพลีย โดยทั่วไปผลข้างเคียงจะไม่อันตราย และสามารถรักษาได้  หากผลข้างเคียงนั้นเป็นมากจนรบกวนคุณ ให้ปรึกษาแพทย์

หากการใช้ยา PEP ไม่มีประสิทธิภาพพอ คุณอาจจะมีอาการของการติดเชื้อ HIV ในระยะเริ่มแรกได้ เช่น ไข้ หรือ ผื่น  หากคุณมีอาการดังกล่าวนี้ขณะกำลังได้รับยา PEP หรือภายใน 1 เดือนหลังได้รับประทานยา PEP จนหมด  แนะนำให้ปรึกษาแพทย์

จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากรับประทานยา PEP จนครบ

คุณต้องไปพบแพทย์ตามนัดหลังจากรับประทานยา PEP จนหมด โดยแพทย์จะทำการตรวจ HIV ซ้ำ โดยจะตรวจที่ 4-6 สัปดาห์หลังจากที่มีการสัมผัสกับเชื้อ HIV และตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้น 3 เดือน  ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจซ้ำที่ 6 เดือนต่อมาก็ได้ 

สิ่งสำคัญที่สุดของการมาตรวจซ้ำคือการยืนยันว่ายา PEP นั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งในระหว่างนี้ คุณจะต้องป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ HIV อยู่เสมอ โดยการใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่