โรคเบาหวาน

ผ่าริดสีดวงทวารแบบใหม่เจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวไว และไม่เสี่ยง

โรคริดสีดวงทวาร” ที่บางคนก็ชอบเรียกกันว่า “ริซซี่” ให้ดูเก๋ไก๋ อ่อนโยนนิดๆ เพื่อหวังจะกลบความน่ากลัวและคลายความกังวลให้ผู้เป็นโรคนี้ลงได้บ้าง โรคนี้พบบ่อยในคนทั่วโลกและพบได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ มักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ไม่ค่อยพบในวัยรุ่น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 29, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 516,748 คน

ผ่าริดสีดวงทวารแบบใหม่เจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวไว และไม่เสี่ยง

ผ่าริดสีดวงทวารแบบใหม่เจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวไว และไม่เสี่ยง 

“โรคริดสีดวงทวาร” ที่บางคนก็ชอบเรียกกันว่า “ริซซี่” ให้ดูเก๋ไก๋ อ่อนโยนนิดๆ เพื่อหวังจะกลบความน่ากลัวและคลายความกังวลให้ผู้เป็นโรคนี้ลงได้บ้าง  โรคนี้พบบ่อยในคนทั่วโลกและพบได้ทุกเพศ ทุกวัย  ทุกฐานะ  มักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ไม่ค่อยพบในวัยรุ่น 

โฆษณาจาก HonestDocs
ล้างลำไส้ detox ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ล้างเศษอาหารที่เกาะติดผนังลำไส้ 30-60 นาที ไม่เจ็บ เริ่มที่ 909 บาท

ปัจจุบันมีรายงานว่า ทั่วโลกมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้โรคนี้จะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต แต่ก็ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

ว่ากันว่า ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่มีสาเหตุสำคัญจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง” เช่นเดียวกับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น  เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือพูดง่ายๆ ว่า ใครก็สร้างโรคริดสีดวงทวารขึ้นมาได้  

มาดูกันว่า โรคนี้คืออะไร  มีสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่   มีอาการอย่างไร  ปัจจัยเสี่ยงของโรค หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมีอะไรบ้าง  มีแนวทางการรักษา รวมทั้งการป้องกันอย่างไร เพื่อที่ว่า “ริซซี่” จะได้ไม่มาเยือน 

ริดสีดวงทวารคืออะไร

เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุช่องทวารหนัก รวมถึงมีการหย่อนยานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันกับเยื่อบุช่องทวารหนักด้วย  ส่งผลให้เกิดก้อนเนื้อที่ปากทวารหนักยื่นโป่งพองและยื่นออกมา  ทั้งนี้เนื้อเยื่อริดสีดวงทวารประกอบด้วยหลอดเลือดดำ  เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นสูง

ริดสีดวงทวารมีกี่ชนิด

  • ชนิดภายใน       เกิดขึ้นเหนือรูเปิดทวารหนัก 1.5-2 เซนติเมตร หลอดเลือดที่โป่งพองออกนี้จะปกคลุมด้วยเยื่อบุลำไส้ใหญ่ตอนปลายสุดจึงทำให้ไม่สามารถมองเห็น หรือคลำได้ ผู้ป่วยจึงไม่มีอาการเจ็บปวดแต่จะมีเลือดออกเป็นหลัก  สามารถแบ่งโรคได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้
  • ระยะที่ 1 อาจมีเลือดออกเวลาเบ่งอุจจาระ หรือท้องผูก หัวริดสีดวงทวารยังไม่พ้นยื่นออกมา
  • ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงทวารยื่นพ้นออกจากปากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ แต่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง อาจมีเลือดออกร่วมด้วย
  • ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงทวารยื่นพ้นออกจากปากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ ไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เองต้องใช้นิ้วดันกลับเข้าไป
  • ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงทวารยื่นพ้นออกจากปากทวารหนักตลอดเวลา  มีอาการอักเสบ บวมมาก ทำให้ผู้ป่วยนั่งไม่ได้
  • ชนิดภายนอก    เกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก สามารถมองเห็นและคลำได้ หลอดเลือดที่โป่งพองออกจะถูกปกคลุมด้วยผิวหนัง ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บและเลือดออก 

อาการของริดสีดวงทวาร

  • ถ่ายอุจจาระแล้วมีเลือดสดๆ ไหลออกมาด้วย
  • คลำพบก้อนที่ปากทวารหนัก
  • โดยทั่วไปจะไม่มีอาการปวด ยกเว้นมีลิ่มเลือดเฉียบพลัน หรือมีการขาดเลือดของริดสีดวงทวาร หรือมีโรคอื่นแทรก

 โรคนี้หากเกิดขึ้นกับใครนอกจากสร้างความเจ็บป่วยทางกาย กระทบการใช้ชีวิตแล้ว ยังสร้างความอับอายเพราะกลัวการพบแพทย์ กลัวกระบวนการรักษานั่นเอง นายแพทย์ธีรสันต์  ดันติเตมิท ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 แนะนำว่า ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสมก่อนะระยะของโรคจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น 

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร

  • ภาวะท้องผูกเรื้อรัง
  • ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยๆ
  • อุปนิสัยชอบเบ่งอุจจาระอย่างมาก เพื่อพยายามขับอุจจาระให้หมด
  • อุปนิสัยใช้เวลานั่งถ่ายอุจจาระนาน เช่น เล่นโทรศัพท์มือถือ  อ่านหนังสือ
  • อาชีพบางอาชีพ เช่น ผู้ที่ต้องยืนนานๆ ผู้ที่ต้องนั่งนานๆ
  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นริดสีดวงทวารหนักมาก่อน
  • หญิงที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะมดลูกขยายใหญ่ขึ้นทำให้ขับถ่ายลำบาก

การรักษาริดสีดวงทวาร

            มีหลายวิธี เช่น การใช้ยาเหน็บทวารหนัก การกินยาระบาย หรือยาที่ช่วยให้อุจจาระนุ่ม การฉีดยา การผ่าตัด การใช้ยางรัด แต่การจะรักษาด้วยวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับระยะของโรคและดุลยพินิจของแพทย์นั่นเอง

โฆษณาจาก HonestDocs
ล้างลำไส้ detox ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ล้างเศษอาหารที่เกาะติดผนังลำไส้ 30-60 นาที ไม่เจ็บ เริ่มที่ 909 บาท

การรักษาริดสีดวงทวารชนิดภายใน

  • ไม่ผ่าตัด
  • การรัดยาง   เป็นการรักษาที่ไม่เจ็บมาก แต่จะรู้สึกหน่วงเหมือนปวดท้องถ่ายประมาณ 1-3 วัน  วิธีนี้จะช่วยให้ริดสีดวงระยะที่ 2-3 สามารถหดกลับไปยังระยะที่ 1 ได้  หลังจากรัดแล้วยางจะหลุดไปเอง แผลที่รัดยางจะหดกลับไป ไม่ต้องเสียเลือดและไม่ต้องเย็บแผล
  • การฉีดยา    ด้วยยาชนิดเดียวกันกับที่ใช้รักษาเส้นเลือดขอด เป็นการรักษาที่ทำให้เส้นเลือดแข็งและหดไป แต่เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษากับการรัดยางแล้ว พบว่า การรัดยางได้ผลที่แน่นอนมากกว่า ยิ่งหากผู้ป่วยเป็นริดสีดวงหลายหัว การฉีดยาอาจได้ผลไม่ทั่วถึง
  • ผ่าตัด 
  • การผ่าตัดมาตรฐาน    ผ่าเอาก้อนเนื้อออกไปแล้วเย็บปิดปากแผล วิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป นอนโรงพยาบาล 1-2 วัน และพักฟื้นที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่ต้องแช่ก้นในด่างทับทิม หรือน้ำอุ่น สามารถใช้น้ำล้างได้ตามปกติ งดออกกำลังกาย
  • รักษาด้วยเลเซอร์     ต้องเจาะเข้าไปที่บริเวณข้างแผลเพื่อเลเซอร์เข้าไปทำลายริดสีดวง ขนาดรอยเจาะประมาณ 2-3 มิลลิเมตร  วิธีนี้ไม่ต้องเย็บแผล หลังผ่าตัดสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ต้องแช่ก้นในด่างทับทิม หรือน้ำอุ่น
  • เครื่องมือเย็บอัตโนมัติ  ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะตำแหน่งที่ต้องตัดใกล้กับช่องคลอด  วิธีใช้เวลาน้อยและหลังผ่าตัดใช้เวลาพักฟื้นน้อยแค่ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้เร็ว
  • การเย็บหลอดเลือดริดสีดวง  วิธีนี้เจ็บน้อย แต่ต้องบล็กหลังและดมยาสลบก่อนผ่าตัด เนื่องจากต้องเปิดแผลเข้าไปแล้วเย็บหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงริดสีดวงเพื่อให้หดหรือฝ่อลง 

การรักษาริดสีดวงทวารชนิดภายนอก

ส่วนมากจะหายเองได้ ไม่อันตรายมาก อาการที่พบบ่อยคือ ก้นเรียบอยู่แล้ว แต่เมื่อเบ่งก็เจ็บก้นและเกิดอาการอักเสบขึ้นมา เรียกว่า ริดสีดวงภายนอกอักเสบ อาการแบบนี้สามารถเกิดได้กับทุกคนที่ติดนิสัยชอบเบ่งอุจจาระ  แต่หากไม่สามารถหายเองได้ต้องมาผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออก

เมื่อก้อนเนื้อเติบโตมากขึ้นจำเป็นต้องผ่าตัดออกโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะโรคทวารหนัก

เท่านั้น ไม่มีวิธีอื่น เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ เมื่อถ่ายบ่อยๆ จะยิ่งเจ็บมากขึ้น  อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยสามารถมาพบแพทย์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ก้อนเนื้อโตมากก็ได้  

หลังผ่าตัด เมื่อมีอาการต่อไปนี้ต้องรีบมาพบแพทย์

  • ถ่ายเป็นลิ่มเลือดปริมาณมาก แต่ไม่ค่อยมีอุจจาระออกมา
  • เจ็บแผลมาก ปวดตลอดเวลา โดยอาการไม่ดีขึ้น
  • มีหนอง หรือน้ำเหลืองออกมาในปริมาณมาก
  • มีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ 

แค่ปรับพฤติกรรม … ก็ป้องกันริดสีดวงทวารหนักได้

  • ดื่มน้ำสะอาดให้พอเหมาะหากดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้ขับถ่ายลำบากเพราะร่างกายจะดูดน้ำในกากอาหารกลับขึ้นไปใช้ใหม่นั่นเอง ส่งผลให้ท้องผูก  และมีของเสียสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น
  • รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น เพราะช่วยเพิ่มเส้นใยให้กากอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น  ตรงกันข้ามถ้ารับประทานแต่เนื้อสัตว์ซึ่งมีกากใยน้อย  จะทำให้การเคลื่อนตัวของอาหารภายในลำไส้ช้าลง  เกิดการหมักหมมภายในลำไส้ และขับถ่ายยากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เนื่องจากสารแทนนินในชาและคาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ทำให้ขับถ่ายยากขึ้น หรือท้องผูกนั่นเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดทั้งเปรี้ยวจัดและเผ็ดจัด นอกจากทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารแล้ว ยังส่งผลต่อการขับถ่ายด้วย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงพฤติกรรมเนือยนิ่ง  พยายามขยับร่างกาย  ลุกขึ้นยืน เดินบ่อยๆ หรือถ้าดีที่สุดคือ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ เพื่อให้ลำไส้เคลื่อนไหวและบีบให้อุจจาระเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น 

            หากคุณ หรือคนใกล้ตัวมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวาร ควรรีบปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้ ถ้าไม่อยากให้ “ริซซี่” มาเยือน  แต่หากคุณมีอาการต้องสงสัยว่า อาจเข้าข่ายโรคนี้แล้ว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือติดต่อคลีนิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (ผ่าตัดลำไส้และอื่น) โรงพยาบาลพญาไท 2 ซึ่งมีทีมแพทย์พร้อมให้บริการรักษาโรคริดสีดวงทวารแบบครบวงจร เจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวไว และไม่เสี่ยง

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่