เซ็กส์อย่างถูกวิธี

ระบบอวัยวะสืบพันธุ์

เผยแพร่ครั้งแรก 18 ธ.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
ระบบอวัยวะสืบพันธุ์

ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีตั้งอยู่ในอุ้งเชิงกรานซึ่งสามารถขยายขนาดเพื่อรองรับการเติบโตของทารกในครรภ์ 

เมื่อแรกเกิดรังไข่มีไข่อ่อนจำนวน  6  แสนฟอง  ซึ่งจะไม่เพิ่มขึ้นมากขึ้นกว่านี้ตลอดช่วงชีวิต  ไข่เหล่านี้จะฝ่อไปเป็นจำนวนมากก่อนถึงวัยสาว  ก่อนวัยหมดประจำเดือนไข่ประมาณ  400  ฟองจะเจริญขึ้นเป็นไข่แก่  โดยปกติประมาณ  1-2  ใบต่อรอบเดือน 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งปากมดลูก ที่รพ. พญาไท 2 BTS สนามเป้า 1,425 บาท ราคาดี ถูกใจคุณผู้หญิง

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

Ads h 6

ส่วนระบบอวัยวะสืบพันธ์ของเพศชาย  เป็นทั้งที่ผลิต  ที่เก็บ  และที่ปลดปล่อยน้ำเชื้อ  เริ่มตั้งแต่วัยหนุ่มไปตลอดชีวิต  ตัวอสุจิแต่ละตัวใช้เวลาเจริญเติบโตเต็มที่  72  ตัว  แต่จะมีการสร้างเชื้ออสุจิจำนวนมากมายพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง  ประมาณว่าผู้ชายคนหนึ่งผลิตตัวอสุจิจำนวน  12  ล้านล้านตัว

ฮอร์โมนเพศ  เป็นตัวควบคุมการสืบพันธุ์โดยตรง  และมีปัจจัยอื่นที่มีผลต่อระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและหญิง  ได้แก่  สุขภาพทั่วไป  โภชนาการ  และความเครียด  รวมทั้งพันธุกรรม  ยีนเป็นตัวกำหนดลักษณะของลูก  เช่น  สีของดวงตาและผม  ความสูง  รูปร่าง  ชนิดของเลือด  เป็นต้น

การกำหนดเพศ  เกิดขึ้นเมื่อมีการปฏิสนธิ  โดยขึ้นอยู่กับตัวอสุจิของพ่อว่าเป็นเซลล์เพศใด  เพราะเซลล์ของเพศหญิงประกอบด้วยโครโมโซมเอกซ์  2  ตัว  เมื่อไข่แบ่งตัวจะให้โครโมโซมเอกซ์  1  ตัว  ในขณะที่เซลล์ของเพศชายมีโครโมโซมเอกซ์และวาย  ซึ่งตัวเชื้ออสุจิอาจมีตัวหนึ่งตัวใดก็ได้  ดังนั้นเมื่อไข่ผสมกับเชื้ออสุจิเอกซ์  (X sperm)  ทารกจะเป็นเพศหญิง  โดยมีโครโมโซมเอกซ์  2  ตัว  แต่ถ้าพ่อให้เชื้ออสุจิวาย  (Y sperm)  ทารกจะเป็นเพศชาย  โดยมีโครโมโซมเอกซ์และวาย

อาการ  โรคของอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นที่ภายนอก  เช่น  มีหนองไหลจากปลายองคชาต อาจเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  (หนองใน  หนองในเทียม  ซิฟิลิส  เริมของอวัยวะเพศ  เอดส์)  มีเลือดปนในอสุจิ  มักเกิดจากการร่วมเพศที่รุนแรง  แต่ก็อาจเกิดจากโรคติดเชื้อบางอย่าง  เช่น  วัณโรค  เป็นต้น  อาการปอดบวม  การเปลี่ยนแปลงของอัณฑะหรือองคชาต  เป็นอาการที่แสดงถึงความผิดปกติบางอย่าง


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Female genital mutilation. World Health Organization (WHO). (https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/female-genital-mutilation)
Developmental disorders of the female genital tract. MedlinePlus. (https://medlineplus.gov/ency/article/001497.htm)
Anatomy and physiology of genital organs - women. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26003238)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม