ภาวะกระดูกพรุน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 9, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที

กระดูกพรุนเป็นภาวะที่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงและยังนำไปสู่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างคาดไม่ถึง เพราะจะทำให้กระดูกเปราะเกิดการแตกหักได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของสะโพกและกระดูกสันหลังซึ่งอาจทำให้พิการได้

กระดูกพรุนพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สาเหตุของกระดูกพรุนในหญิงสูงอายุเกิดขึ้นเนื่องจากฮอร์โมนเอสโทรเจนลดลง ส่วนผู้ชายเนื้อกระดูกจะลดลงช้ากว่าผู้หญิง

นอกจากนี้อาจมีสาเหตุจากการใช้ยาประเภทสเตียรอยด์ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ระดับฮอร์โมนทอสเทอโรนต่ำกว่าปกติ หรืออาจมีสาเหตุอื่น ๆ อีกหลายประการ ได้แก่ พันธุกรรม อาหาร และวิถีการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมต่ำ มีโปรตีนจากสัตว์มาก เกลือ กาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย และได้รับแสงแดดไม่เพียงพอในการสร้างวิตามินดี

ทำความรู้จักกับกระดูก

กระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต ทำหน้าที่เหมือนธนาคารแคลเซียมที่เราสามารถถอนออกไปใช้ได้ตลอดชีวิต กระดูกของเรามีโครงสร้างที่แบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของใยคอลลาเจนที่ให้ความยืดหยุ่นแก่กระดูก ฉะนั้นเราจะเห็นว่าเวลาที่เด็กๆ หกล้มหรือตกบันไดก็เพียงแค่มีรอยถลอก แขนขาไม่หัก อีกส่วนคือส่วนที่มีแร่ธาติมาสะสมรอบๆ ใยคอลลาเจน ทำให้กระดูกแข็งและมีความแข็งแรงขึ้น

เนื้อเยื่อกระดูกประกอบไปด้วยเซลล์สองชนิด คือ ออสตีโอคลาสต์ (Osteoclast) ทำหน้าที่สลายกระดูก และออสตีโอบลาสต์ (Osteoblast) ทำหน้าที่สร้างเนื้อกระดูก โดยสะสมแร่ธาตุในส่วนของใยคอลลาเจนการสร้างและทำลายจะต้องสมดุลกันเสมอ กระดูกจึงจะแข็งแรง เมื่อใดที่เสียสมดุลกระดูกก็จะขาดความแข็งแรงและเกิดโรคได้ในที่สุด

ช่วงเวลาสำคัญในการสร้างกระดูกคือวัยเด็กและวัยรุ่น (อายุ 9-20 ปี) ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในเด็กผู้หญิง อายุ 18 ปี และผู้ชายเมื่ออายุ 20 ปี จะมีเนื้อกระดูกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นกระดูกจะค่อยๆ สร้างไปเรื่อยๆ อีก 10 ปี กระทั่งอายุ 30 ปี จะมีการทำลายมากกว่าการสร้าง

ผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื้อกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ฉะนั้นช่วงวัยเด็กจึงควรรีบฉวยโอกาสอันดีในการสะสมเนื้อกระดูก มิฉะนั้นแล้วอาจทำให้เด็กไม่สูงเท่าที่ควร และเสี่ยงจะที่เกิดภาวะกระดูกพรุนง่ายขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่

คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสนใจกับกระดุในช่วงที่กระดูกมีการสร้าง เพราะเชื่อว่าเราจะสร้างความแข็งแรงให้กระดูกเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นไลฟ์สไตล์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะเสริมสร้างกระดูก ไลฟ์สไตล์ที่กล่าวถึงนี้หมายรวมทั้งการออกกำลังกาย การกินอาหารที่เสริมกระดูกคือแคลเซียมและวิตามินดี รวมทั้งโปรตีนและวิตามินเคให้เพียงพอ

นอกจากนี้ยังจำเป็นที่จะต้องลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำลายเนื้อกระดูกได้แก่ อาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย บุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากไป และการใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน เช่น กลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoids) และยากันชัก ซึ่งจะทำให้กระดูกบางเร็ว

นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้วจะต้องคำนึงถึงปัจจัยทางกรรมพันธุ์ด้วย การมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันมีผลต่อกระดูก และอีกส่วนก็จะขึ้นกับยีนของคนคนนั้น

ภาวะกระดูกพรุน : ฆาตกรเงียบ

เวลาที่คนคนหนึ่งกระดูกสะโพกหักด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุนับว่าอันตรายอย่างยิ่ง เพราะจากสถิติที่พบ 1 ใน 2 ของคนที่กระดูกสะโพกหักไม่เคยกลับสู่สภาพเดิม และ 1 ใน 4 จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี

ภาวะกระดูกพรุนเป็นอาหารที่เกิดขึ้นโดยเจ้าตัวไม่มีโอกาสรู้กว่าจะรู้ตัวก็เป็นมากแล้ว จึงได้รับสมญาว่า ฆาตกรเงียบ ผู้หญิงมีความเสี่ยงเกิดภาวะกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงมีเนื้อกระดูกน้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็กบาง นอกจากนี้ความเสี่ยงยังจะเพิ่มขึ้นอีกเมื่อผู้หญิงหมดประจำเดือน เพราะฮอร์โมนเพศหญิงที่ชื่อว่า “เอสโทรเจน” หมดไป เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงนั้นจะทำหน้าที่ปกป้องกระดูกให้แก่ผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะไม่เกิดอาการนี้เลย เพราะเมื่ออายุมากขึ้นผู้ชายก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพียงแต่เนื้อกระดูกผู้ชายจะลดลงช้ากว่าผู้หญิง ยกเว้นผู้ชายที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือมีระดับฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนต่ำกว่าปกติ ในประเทศไทยมีรายงานว่า ในพ.ศ. 2552 ประชากรไทยอายุมากกว่า 50 ปี ประมาณ 15 ล้านคนเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน โดยประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของประชากรผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี หรือ 2.25 ล้านคนมีภาวะกระดูกพรุน นับว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่วนค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษากระดูกสะโพกหักต่อผู้ป่วย 1 รายอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาท ฉะนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ โดยสำรวจว่าตัวเองมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการกินและการออกกำลังกายโดยเร็วที่สุด

ประเมินความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน

โดยพิจารณาจากสิ่งต่อไปนี้

1. ประวัติครอบครัว

  • คุณมีญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง คนใดคนหนึ่ง) ที่มีภาวะกระดูกพรุน คุณจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ลูกของหญิงที่มีกระดูกพรุนจะมีเนื้อกระดูกต่ำกว่าปกติ และหลังจากหมดประจำเดือนจะมีฃความเสี่ยงของกระดูกหักเพิ่มสูงขึ้น
  • คุณมีประวัติกระดูกหักในวัยผู้ใหญ่
  • ในบรรดาญาติที่มีภาวะกระดูกพรุน ลองพิจารณาถึงอาหารและไลฟ์สไตล์ของคนเหล่านั้นตั้งแต่วัยเด็ก หากพวกเขากินอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ รวมถึงออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ยังมีภาวะกระดูกพรุน พวกเขาอาจมีกรรมพันธุ์ของโรคนี้ คุณอาจต้องใส่ในกับการกินและไลฟ์สไตล์ในทางที่จะส่งเสริมสุขภาพกระดูกด้วย
  • เชื้อชาติเป็นปัจจัยเสี่ยงอีกอย่างหนึ่งของกระดูกพรุน หากคุณเป็นชาวเอเชีย (มองโกเลียน) หรือ ยุโรป (คอเคเซียน) จะมีความเสี่ยงกระดูกพรุนสูงกว่าเชื้อชาติอื่นๆ แต่ไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ถ้ามีไลฟ์สไตล์ที่เร่งก่อให้เกิดภาวะกระดูกพรุนก็จะเพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน
  • รูปร่างบาง กระดูกเล็ก โดยเฉพาะผู้หญิง จะเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุนมากขึ้น
  • สูบบุหรี่ เร่งการสูญเสียเนื้อกระดูกและเร่งการเกิดกระดูกพรุน

2. การออกกำลังกาย

  • ออกกำลังกายชนิดลงน้ำหนักตัวสม่ำเสมอหรือไม่
  • หากคุณไม่สามารถลุกเดินเหินไปไหนมาไหนได้เป็นเวลานาน จะทำให้กระดูกอ่อนแอลง เสี่ยงต่อกระดูกพรุนได้

3. นิสัยการกิน

  • กินอาหารที่ไม่ส่งเสริมสุขภาพกระดูกเป็นประจำ เช่น อาหารมีแคลเซียมน้อยเกินไป
  • ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากกว่าวันละ 3 แก้ว ถ้าคนที่มียีนเร่งกระดูกพรุนก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขึ้นอีก
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นประจำ

4. ประวัติการเจ็บป่วย

  • มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากไป (Hyperthyroidism) หรือต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากไป (Hyperparathyroidism) มีผลทำให้กระดูกบาง
  • เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของระบบย่อย เช่น โรคลำไสแปรปรวน ลำไส้อักเสบ ทำให้การดูดซึมสารอาหารลดลง
  • มีโรคที่ทำให้กระดูกพรุน เช่น เบาหวาน ข้ออักเสบ
  • มีประวัติกระดูกแตกหัก
  • กินยาที่มีผลทำให้กระดูกบางเป็นประจำ เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาบำบัดโรคมะเร็ง ยาแก้ลมชัก ยาต้านการซึมเศร้า ยาลดกรด
  • ผลการตรวจกระดูกที่ระบุว่ามีเนื้อกระดูกต่ำกว่าปกติเล็กน้อย
  • มีการคัดกรองยีน พบว่ามีที่ทำลายเนื้อกระดูก

ยีนมีผลต่อสุขภาพกระดูกอย่างไร

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ในเมื่อองค์ประกอบส่วนใหญ่ของกระดูกเป็นแคลเซียมซึ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับกระดูก การเสริมแคลเซียมจากอาหารหรือเม็ดยาแคลเซียมก็น่าจะหมดปัญหา แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่แค่นั้น

ข้อมูลการวิจัยพบว่า การเสริมอาหารแคลเซียมอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการที่ยับยั้งกระดูกพรุน ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ ทำอย่างไรจึงจะลดการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกได้ ข้อนี้มีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายประการ ได้แก่ พันธุกรรม อาหาร และวิถีการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมต่ำ มีโปรตีนจากสัตว์สูง เกลือมาก คาเฟอีนมาก แอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย และขาดแสงแดดในการสร้างวิตามินดี

พันธุกรรม

นอกจากเป็นสิ่งสำคัญที่ยังควบคุมไม่ได้ แล้วยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ควบคุม กำหนดปริมาณเนื้อกระดูก รวมไปถึงอัตราการสร้างและการสลายเนื้อกระดูก นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าพันธุกรรมมีบทบาทครอบคลุมไปถึงปริมาณการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย การตอบสนองของวิตามินดีและยาต่างๆ

ยีนกระดูกพรุนในคนต่างเชื้อชาติก็จะมีความต่างกัน โดยเฉพาะยีนที่ผิดปกติในคนไทยก็จะต่างจากยีนของฝรั่ง ใครโชคดีได้พันธุ์ดีปัญหาก็จะน้อยหน่อย ปัญหาใหญ่อีกส่วนจะเป็นเรื่องของพฤติกรรมการดำเนินชีวิต รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายซึ่งจัดเป็นปัจจัยที่เราควบคุมได้ ถ้าตั้งใจทำอย่างจริงจัง

นักวิจัยพบว่ามียีนชนิดหนึ่งซึ่งเป็น ตัวรับวิตามินดี (Vitamin DReceptor: VDR) มีรหัสในยีนที่ช่วยให้วิตามินดีและแคลเซียมทำงานเสริมสร้างกระดูกให้ปกติ เมื่อใดที่ยีนนี้มีรหัสส่วนใดส่วนหนึ่งผิดปกติไปก็จะเกิดผลเสียอย่างร้ายแรงต่อกระดูกได้

ยีนวีดีอาร์เป็นตัวสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟตจากระบบย่อยในการเสริมสร้างกระดูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ขึ้นกับการทำงานของวิตามินดี ส่วนประกอบเฉพาะของยีนทำให้ตัวรับวิตามินดีเปลี่ยนรูปร่าง ทำให้ไปปิดกั้นประตูในการทำงานของแคลเซียมและฟอสเฟต ซึ่งต้องการวิตามินดีไปช่วยในการปล่อยแคลเซียมและฟอสเฟตเข้าสู่เนื้อเยื่อในปริมาณที่เพียงพอ

สำหรับผู้ที่มีส่วนของยีนวีดีอาร์ที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะผู้หญิงถ้ากินแคลเซียมน้อยจะมีความเสี่ยงกระดูกพรุนในส่วนของสะโพกและกระดูกสันหลังมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้หญิงคนนั้นกินแคลเซียมวันละ 700 มิลลิกรัม (เท่ากับนม หรือโยเกิร์ต หรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม 2-3 แก้ว แก้วละ 240 มิลลิลิตร) ก็จะสามารถลดความเสี่ยงกระดูกพรุนได้ทั้งๆที่มียีนอันตรายอยู่

นอกจากนี้ผู้ที่มียีนวีดีอาร์ควรระวังเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน หากผู้หญิงมีรหัสอันตรายในส่วนของยีนวีดีอาร์และเป็นคอกาแฟ จะมีเนื้อกระดูกบางลงรวดเร็ว ผู้หญิงที่ไม่มีรหัสอันตรายในส่วนของยีนชนิดนี้แม้จะดื่มกาแฟมากก็เสียเนื้อกระดูกได้ แต่ไม่เร็วเท่าผู้ที่มียีนชนิดนี้ฉะนั้นหากใครที่รู้ตัวว่ามียีนที่เพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุนก็ควรจะยับยั้งชั่งใจหากจะดื่มเอสเปรสโซด้วยที่สอง

สำหรับผู้ที่ไม่มียีนชนิดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้ไฟเขียวในการดื่มกาเฟอีน เพราะยังมียีนอีกหลายชนิดที่มีผลต่อสุขภาพ จึงควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้

คอลลาเจนกับโครงสร้างกระดูก

เวลาที่มีการสร้างกระดูก กระบวนการสร้างจะทำงานอย่างมีระเบียบภายใต้การควบคุมของยีนที่ชื่อว่า คอลวันอะวัน (COL1A1) โดยเลือกใช้โปรตีนที่ถูกชนิด แร่ธาตุต่างๆ อย่างถูกปริมาณและถูกเวลายีนชนิดนี้จะควบคุมการผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1 ที่ใช้ในการสร้างกระดูกทำให้กระดูกแข็งแรง

ถ้ายีนชนิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของยีนจะทำให้มีการถอดรหัสผิด สร้างโปรตีนน้อยลง คอลลาเจนก็จะถูกสร้างน้อยลงเช่นกัน กระดูกก็จะไม่แข็งแรง เปราะง่าย หากคนคนนั้นกินแคลเซียมไม่เพียงพอจะเป็นสาเหตุที่เร่งกระดูกพรุนขึ้นไปอีก ในกรณีนี้อาหารที่มีแคลเซียมสูงสามารถยับยั้งการทำงานของยีนที่ผิดปกตินี้ได้

ข้อควรระวัง  อย่ากินแคลเซียมมากเกินกว่า 2,500 มิลลิกรัม เพราะสิ่งที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะต้องกินให้มากๆ แคลเซียมต้องการตัวช่วยในการทำงาน หากปริมาณแคลเซียมไม่สมดุลกับตัวช่วย กระดูก็จะเกิดปัญหาขึ้นแทนที่จะแข็งแรง

กระดูกอักเสบ

เรามักจะนึกภาพการอักเสบว่าต้องมีการบวมแดงของเนื้อเยื่อโดยเฉพาะผิวหนัง แต่เนื้อเยื่อกระดูกที่สมบูรณ์ก็อาจมีการอักเสบเกิดขึ้นได้เป็นปกติ การควบคุมการอักเสบเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการสร้างกระดูก เมื่อใดที่กระบวนการอักเสบหลุดจากการควบคุม อย่างเช่น เกิดการอักเสบเรื้อรัง เนื้อกระดูกจะถูกทำลายมากกว่าการสร้าง

การอักเสบที่เกิดขึ้นมากๆ นี้จะทำให้โครงสร้างกระดูกบอบบางและเกิดกระดูกพรุนในที่สุด การทำงานที่ผิดพลาดและการอักเสบนี้มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมได้

ยีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบที่มีผลต่อสุขภาพกระดูกคือ ทีเอ็นเอฟ แอลฟา (TNF-alpha) อินเตอร์ลูคิน-1 (IL-1) และอินเทอร์ลูคิน-6 (IL-6) ยีนเหล่านี้จะผลิตสารอักเสบซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างกระดูก ในส่วนของยีนทีเอ็นเอฟแอลฟาจะมีทั้งส่วนที่เร่งการเกิดกระดูกพรุนและส่วนที่ป้องกันกระดูกพรุนในวัยหมดประจำเดือน

อย่าลืมว่า ไม่ว่าคุณจะมียีนที่เพิ่มความเสี่ยงการอักเสบเรื้อรังในกระดูกหรือไม่ก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือเลือกกินอาหารที่มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ซึ่งกระดูกของคุณจะพลอยได้ผลประโยชน์ไปด้วย

อาหารที่ช่วยลดการอักเสบ ลดกระดูกพรุน

หากเรารู้ตัวว่ามียีนที่ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียเนื้อกระดูก ควรให้ความสนใจเลือกกินอาหารที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เช่น อารหารที่มีกรดโอเมก้า-3 สูง ได้แก่ ปลาทะเล เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดฟักทอง ถั่ววอลนัท ถั่วเหลือง สาหร่ายทะเล ไข่ที่มีโอเมก้า-3 สูง เป็นต้น

ชะลอกระดูกพรุนได้อย่างไร

การป้องกันกระดูกพรุนทำได้ 2 วิธี คือ สร้างความแข็งแกร่งของกระดูกให้มากที่สุดในช่วง 30 ปีแรก และลดการสูญเสียเนื้อกระดูกในวัยผู้ใหญ่ การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตลล์ที่จะช่วยลดการสูญเสียของเนื้อกระดูกทำได้โดย

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอโดยวิธีลงน้ำหนักตัว และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ
  • รับวิตามินดีให้เพียงพอ ไม่ว่าจากอาหารหรือแสงแดด หรือ การเสริมวิตามินดี
  • กินแคลเซียมให้เพียงพอ เพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่ต้องขอยืมแคลเซียมจากกระดูกมาใช้
  • กินผักใบเขียวให้มากพอเพื่อให้ได้วิตามินเค
  • ระวังอย่าเสริมวิตามินเอ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุน


ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ผู้ชายกระดูกปิดตอนอายุ14ได้หรอครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่