อาการและการวินิจฉัยโรคเซลิแอค (Celiac)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 4, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

เนื่องจากโรคเซลิแอคมีอาการได้หลากหลายทำให้ยากต่อการวินิจฉัย

โรคเซลิแอคเป็นโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบและทำลายภายในลำไส้เล็ก โดยเกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อกลูเตน ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ โรคนี้เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก เนื่องจากอาการเป็นได้หลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การรับประทานอาหารที่มีกลูเตนจะทำให้อาการของโรคนี้รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยโรคเซลิแอคบางคนก็ไม่มีอาการเลย

อาการของโรคเซลิแอค

อาการทางระบบย่อยอาหารของโรคเซลิแอคอาจประกอบด้วย

  • ท้องอืด มีลมในท้อง ปวดท้อง
  • ท้องเสียเรื้อรัง (อาจท้องเสียอยู่ตลอดหรือเป็นๆ หายๆ หลายสัปดาห์)
  • ท้องผูก
  • อุจจาระสีซีด มีกลิ่นเหม็นหรือมัน
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ปัญหาทางระบบย่อยอาหารนี้สามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกคนที่เป็นโรคนี้และอาจพบได้บ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โรคนี้ยังสามารถทำให้เกิดปัญหากับส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ บางภาวะต่อไปนี้สามารถพบได้ในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

อาการที่ไม่ได้เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วย

  • ซีด​ (ปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำ)
  • อ่อนเพลีย (อ่อนเพลียมากที่ไม่ดีขึ้นแม้จะนอน)
  • มีบุตรยากหรือแท้ง
  • ขาดประจำเดือน
  • โรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
  • ชัก
  • มีร้อนในในปาก
  • ปวดกระดูกหรือปวดข้อ
  • กระดูกพรุน
  • ผื่นคันและเป็นตุ่มน้ำที่ผิวหนัง
  • ผมร่วง
  • ชาหรือเจ็บแปล๊บปลายมือหรือปลายเท้า
  • ปวดหัว

การวินิจฉัยโรคเซลิแอค

มีการทดสอบหลายอย่างที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าคุณเป็นโรคเซลิแอคหรือเป็นโรคทางระบบทางเดินอาหารอื่นๆ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ

  • ตรวจเลือด : สามารถนำตัวอย่างเลือดไปตรวจหา antibody ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดพิเศษและบางตัวจะพบว่าสูงขึ้นในผู้ป่วยโรคนี้ ก่อนทำการเจาะเลือด คุณควรรับประทานอาหารที่มีกลูเตนตามปกติ การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกลูเตนก่อนการเจาะเลือดนั้นอาจทำให้การวินิจฉัยเกิดได้ช้ากว่าเดิม
  • การส่องกล้อง : แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ทำการส่องกล้องเพื่อยืนยันการวินิจฉัย หากผลการตรวจเลือดพบว่าคุณอาจจะเป็นโรคนี้ คุณจะต้องกลืนท่อขนาดเล็กที่ภายในมีกล้องอยู่ภายใน ก่อนที่แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กจากผนังลำไส้ใหญ่มาตรวจ ผู้เชี่ยวชาญ (มักจะเป็นพยาธิแพทย์) จะทำการตรวจชิ้นเนื้อนี้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามีการทำลายที่เกิดจากโรคเซลิแอคหรือไม่
  • การตรวจพันธุกรรม : แพทย์อาจให้ตรวจพันธุกรรมเพื่อตัดโรคนี้ออกจากการวินิจฉัย โดยผู้ป่วยโรคเซลิแอคส่วนมากจะมียีน HLA DQ2 หรือ DQ8 แต่ผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคนี้ก็อาจมียีนเหล่านี้เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้การทดสอบนี้เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคเซลิแอคได้
  • การตรวจมวลกระดูก : หากคุณเป็นโรคเซลิแอค แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพื่อดูว่ามีมวลกระดูกหายไปหรือไม่ การทดสอบนี้จะทำหลังจากที่คุณรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนมาแล้วประมาณ 1 ปี การทดสอบนี้จะใช้เครื่องที่คล้ายกับเครื่องเอกซเรย์ หากการตรวจพบว่ามีมวลกระดูกหายไปมาก คุณอาจต้องรับประทานอาหารเสริมหรือรับการรักษาเพื่อส่งเสริมให้มีการเจริญเติบโตของกระดูก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่