อาการและการวินิจฉัยโรคเซลิแอค (Celiac)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

เนื่องจากโรคเซลิแอคมีอาการได้หลากหลายทำให้ยากต่อการวินิจฉัย

โรคเซลิแอคเป็นโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบและทำลายภายในลำไส้เล็ก โดยเกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อกลูเตน ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ โรคนี้เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก เนื่องจากอาการเป็นได้หลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การรับประทานอาหารที่มีกลูเตนจะทำให้อาการของโรคนี้รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยโรคเซลิแอคบางคนก็ไม่มีอาการเลย

อาการของโรคเซลิแอค

อาการทางระบบย่อยอาหารของโรคเซลิแอคอาจประกอบด้วย

  • ท้องอืด มีลมในท้อง ปวดท้อง
  • ท้องเสียเรื้อรัง (อาจท้องเสียอยู่ตลอดหรือเป็นๆ หายๆ หลายสัปดาห์)
  • ท้องผูก
  • อุจจาระสีซีด มีกลิ่นเหม็นหรือมัน
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ปัญหาทางระบบย่อยอาหารนี้สามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกคนที่เป็นโรคนี้และอาจพบได้บ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โรคนี้ยังสามารถทำให้เกิดปัญหากับส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ บางภาวะต่อไปนี้สามารถพบได้ในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

อาการที่ไม่ได้เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ประกอบด้วย

  • ซีด (ปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำ)
  • อ่อนเพลีย (อ่อนเพลียมากที่ไม่ดีขึ้นแม้จะนอน)
  • มีบุตรยากหรือแท้ง
  • ขาดประจำเดือน
  • โรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
  • ชัก
  • มีร้อนในในปาก
  • ปวดกระดูกหรือปวดข้อ
  • กระดูกพรุน
  • ผื่นคันและเป็นตุ่มน้ำที่ผิวหนัง
  • ผมร่วง
  • ชาหรือเจ็บแปล๊บปลายมือหรือปลายเท้า
  • ปวดหัว

การวินิจฉัยโรคเซลิแอค

มีการทดสอบหลายอย่างที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าคุณเป็นโรคเซลิแอคหรือเป็นโรคทางระบบทางเดินอาหารอื่นๆ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ

  • ตรวจเลือด : สามารถนำตัวอย่างเลือดไปตรวจหา antibody ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดพิเศษและบางตัวจะพบว่าสูงขึ้นในผู้ป่วยโรคนี้ ก่อนทำการเจาะเลือด คุณควรรับประทานอาหารที่มีกลูเตนตามปกติ การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกลูเตนก่อนการเจาะเลือดนั้นอาจทำให้การวินิจฉัยเกิดได้ช้ากว่าเดิม
  • การส่องกล้อง : แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้ทำการส่องกล้องเพื่อยืนยันการวินิจฉัย หากผลการตรวจเลือดพบว่าคุณอาจจะเป็นโรคนี้ คุณจะต้องกลืนท่อขนาดเล็กที่ภายในมีกล้องอยู่ภายใน ก่อนที่แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กจากผนังลำไส้ใหญ่มาตรวจ ผู้เชี่ยวชาญ (มักจะเป็นพยาธิแพทย์) จะทำการตรวจชิ้นเนื้อนี้ภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามีการทำลายที่เกิดจากโรคเซลิแอคหรือไม่
  • การตรวจพันธุกรรม : แพทย์อาจให้ตรวจพันธุกรรมเพื่อตัดโรคนี้ออกจากการวินิจฉัย โดยผู้ป่วยโรคเซลิแอคส่วนมากจะมียีน HLA DQ2 หรือ DQ8 แต่ผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคนี้ก็อาจมียีนเหล่านี้เช่นกัน ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้การทดสอบนี้เพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคเซลิแอคได้
  • การตรวจมวลกระดูก : หากคุณเป็นโรคเซลิแอค แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพื่อดูว่ามีมวลกระดูกหายไปหรือไม่ การทดสอบนี้จะทำหลังจากที่คุณรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนมาแล้วประมาณ 1 ปี การทดสอบนี้จะใช้เครื่องที่คล้ายกับเครื่องเอกซเรย์ หากการตรวจพบว่ามีมวลกระดูกหายไปมาก คุณอาจต้องรับประทานอาหารเสริมหรือรับการรักษาเพื่อส่งเสริมให้มีการเจริญเติบโตของกระดูก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่