ยาลดกรด ขนาดและวิธีใช้ ผลข้างเคียง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 20, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

ยาลดกรด ขนาดและวิธีใช้ ผลข้างเคียง

ยาที่มีผลลดกรดในกระเพาะอาหาร มีหลายกลุ่ม คือ

  1. ยาลดกรด ออกฤทธิ์สะเทินกรดในกระเพาะ ให้มีสภาพความเป็นกรดด่างพอเหมาะ
  2. ยายับยั้งการหลั่งกรด
  3. ยาเพิ่มความต้านทานของเยื่อบุเซลล์
  4. ยายับยั้งการหลั่งกรดและเพิ่มความต้านทานของเยื่อบุเซลล์

1. ยาลดกรด มีหลายกลุ่ม แบ่งได้ดังนี้

  1. โซเดียมไบคาร์บอเนต (เช่น ชื่อการค้า อีโน) มักใช้แก้อาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ให้ผลเร็วทันใจ ทำให้เรอแก๊สออกมาได้ แก๊สนั้นเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ยาตัวนี้ควรใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้น และควรตื่นตอนที่ยาหมดฟองฟู่แล้วเพื่อไม่ให้ไปเพิ่มแก๊สในท้อง เมื่อใช้ยาติดต่อกันนาน ซึ่งเป็นยาลดกรดที่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ จะทำให้สมดุลกรดด่างของร่างกายเสียไป เกิดภาวะร่างกายเป็นด่างจากไบคาร์บอเนต ยานี้ไม่ควรใช้กับโรคไต โรคหัวใจ โรคตับ โรคความดันโลหิตสูง
  2. แคลเซียมคาร์บอเนต ใช้ลดกรดในกระเพาะ เมื่อใช้เป็นเวลานาน เป็นยาลดกรดที่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ จึงอาจทำให้สภาวะร่างกายเป็นด่างจากการมีแคลเซียมคั่งอยู่ในเลือด เกิดอาการท้องผูก เบื่ออาหารปวดศีรษะ อ่อนเพลีย กระหายน้ำ หรือเป็นนิ่วในไต และอาจเป็นไตวายได้อาจทำให้มีแคลเซียม (หินปูน) ไปเกาะตามเนื้อเยื่อต่างๆ เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อด้วย ยานี้ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยโรคไต โรคหัวใจ โรคตับ โรคความดันโลหิตสูงเช่นกัน
  3. ยาลดกรดประเภทเกลืออะลูมิเนียม เช่น อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมคาร์บอเนต อะลูมิเนียมฟอสเฟต เป็นยาที่ไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ยาในกลุ่มนี้มีทั้งชนิดน้ำและชนิดเม็ด  ยามีรสชาติไม่ดี ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เมื่อใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องผูก อะลูมิเนียมจะไปรวมกับฟอสเฟตจากกระดูก และขัดขวางการดูดซึมฟอสเฟตจากอาหาร ทำให้ขาดธาตุฟอสเฟต ส่งผลให้กระดูกพรุน กล้ามเนื้ออ่อนแรง หลงลืม มือสั่น
  4. ยาลดกรดประเภทเกลือของแมกนีเซียม เช่น แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ แมกนีเซียมไตรซิลิเกต ยานี้รับประทานปริมาณมาก ทำให้ท้องเสียได้ บางคนจึงใช้เป็นยาระบายเป็นครั้งคราวเรียกว่ายาระบายแมกนีเซียม เมื่อใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้มีแมกนีเซียมคั่งอยู่ในร่างกาย ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี ปัสสาวะเป็นด่าง ไตทำงานหนัก
  5. ยาลดกรดประเภทผสม ในท้องตลาดปัจจุบัน นิยมที่จะนำเกลืออะลูมิเนียมที่ทำให้ท้องผูกมาผสมกับเกลือของแมกนีเซียมที่ทำให้ท้องเสียผสมในสัดส่วนต่างๆ กัน ส่งผลลดอาการข้างเคียงที่ไม่ต้องการได้ และสามารถสะเทินฤทธิ์ของกรดเกลือในกระเพาะอาหาร ให้มีสภาพความเป็นกรดด่างพอเหมาะ ชื่อการค้า ได้แก่ อะลั่มมิลค์, มาลอกซ์, กาชิดา

วิธีการใช้ยาลดกรด

ยาเม็ดซึ่งมักจะเป็นเม็ดขนาดใหญ่และต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน

ยาน้ำแขวนตะกอน ต้องเขย่าขวดก่อนใช้เพื่อให้ตัวยาเข้ากันดีก่อน ลดปวดได้เร็ว เคลือบกระเพาะอาหารได้ดีกว่ายาชนิดเม็ด

สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคแผลกระเพาะอาหารอาการปวดแสบร้อนท้อง อืดเฟ้อ ใช้ยาลดกรดตามฉลากยา มีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

  • ไม่ควรรับประทานยาตอนท้องว่าง กระเพาะจะบีบไล่ยาออกไปสู่ลำไส้เล็กเร็ว
  • ไม่ควรรับประทานยาหลังอาหารเร็วเกินไป อาหารจะไปเจือจางกรดในกระเพาะอยู่แล้ว
  • โรคแผลกระเพาะอาหาร ควรใช้ยาลดกรดแบบนี้เรื่อยไปจนกว่าอาการปวดท้องจะทุเลา ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
  • คนที่ท้องอืดเฟ้อเป็นครั้งคราว ควรใช้ยาเฉพาะเมื่อมีอาการ และอีกมื้อยาหลังอาหาร 1 ชั่วโมงและก่อนนอน โดยมากจะหายไปใน 1-3 วัน
  • ปวดท้องภายหลังอิ่มอาหาร ควรใช้ยาลดกรดที่ออกฤทธิ์เร็ว เช่นโซดามินต์ หรือแคลเซียมคาร์บอเนตเพื่อให้หายเร็ว หากไม่หายภายใน 5 นาทีให้รับประทานยาอีก
  • ถ้ามีอาการปวดแสบ หรือจุกเสียดตรงใต้ลิ้นปี่ก่อน หรือหลังอาหารหรือตอนดึกๆ ควรรับประทานยาลดกรด ชนิดน้ำครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือ 1 เม็ด ร่วมกับยายับยั้งการหลั่งกรด เช่น ไซเมทิดีน หรือแรนนิติดีน นานไม่เกิน 2 สัปดาห์

2. ยายับยั้งการหลั่งกรด มี 3 ชนิด คือ

  1. ยาขัดขวางการทำงานของฮีสตามีน ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพะจากการกระตุ้นของสารฮีสตามีน กาเฟอีน อินซูลิน ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ ยารานิธิดีน ไซเมทธิดีน รับประทานยากลุ่มนี้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ จึงจะช่วยลดอาการปวดท้องได้ดี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอยู่ด้วย

รานิธิดีน ลดกรดได้นาน 8-12 ชั่วโมง ยาส่วนใหญ่ถูกขับออกทางปัสสาวะ ผลข้างเคียงน้อย จึงเป็นที่นิยมใช้กับผู้ป่วยที่ต้องติดต่อกันนานหลายเดือน ชื่อการค้า ได้แก่ เซนเทค, พาทิค, รานิดีน

ผู้ใหญ่รับประทานวันละ 150 มิลลิกรัม เข้าและก่อนนอน หรือรับประทาน 300 มิลลิกรัม ก่อนนอนวันละครั้งก็ได้

ผลข้างเคียง อาจมีบางรายที่ปวดศีรษะ ท้องเสีย มีผื่นคัน แต่ยานี้ไม่มีผลต่อตับ ไต ยกเว้นเมื่อใช้ในขนาดสูงติดต่อกันนาน อาจทำให้เต้านมโต การทำงานของตับ ไต ผิดปกติ และมีอาการทางสมอง

ไซเมทธิดีน ลดกรดได้นาน 8-12 ชั่วโมง ชื่อการค้า ได้แก่ ทากาเมต, อัลซีดีน มีทั้งยาเม็ด ยาน้ำ และยาฉีด

ผู้ใหญ่รับประทาน ครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าพร้อมอาหารและก่อนนอน หรือรับประทาน 800 มิลลิกรัม ก่อนนอนวันละครั้ง หากต้องใช้ยาลดกรดร่วมด้วย ควรทิ้งระยะห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อน หรือหลังก็ได้

ผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มึนงง ปวดศีรษะ เต้านมโตในผู้ชาย ตับอักเสบ เม็ดเลือดขาวต่ำ มีผื่นคัน หรือเส้นเลือดฝอยอักเสบ ปวดตามข้อ หรือกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ

ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ในผู้ที่เป็นโรคไต หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร

  1. ยาต้านโคลีน ปกติโคลีนจะกระตุ้นการผลิตเอนไซม์เพปซินและกรดเกลือ ดังนั้นยานี้จึงช่วยลดกรดในกระเพาะได้ รวมทั้งลดการหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อน และยับยั้งอาการปวดท้องจากการที่กระเพาะและลำไส้บีบตัวมากได้ด้วย ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ อะโทรปีน, ออกซีพีไซไคลมีน, พิเรนเซปิน

ผลข้างเคียง เช่น ทำให้ปากแห้ง ตาพร่า ปัสสาวะไม่ออก ท้องผูก หัวใจเต้นเร็ว ต้อหิน กระเพาะอาหารส่วนท้ายตีบ

ไม่ควรใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคต้อหิน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ

ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาต้านฮีสตามีน ยาระงับประสาท ยาแก้โรคซึมเศร้า เพราะจะส่งผลให้อาการข้างเคียงรุนแรงกว่าเดิม

ยากลุ่มนี้ที่ใช้บ่อยคือ พิเรนเชปิน ชื่อการค้า ได้แก่ บิสวานิล มีทั้งชนิดเม็ดและยาฉีด มีผลข้างเคียงน้อย ทำให้แผลในกระเพาะหายภายใน 6-8 สัปดาห์

  1. ยายับยั้งการทำงานของโปรตอนปั๊ม ที่เยื่อบุกระเพาะอาหารจึงลดการหลั่งกรดในกระเพาะได้ ยาในกลุ่มนี้ได้แก่
  • โอเมพราโซล
  • แลนโซพราโซล
  • อีโซเมพราโซล
  • แพนโทพราโซล
  • เรบีพราโซล

ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ได้นานมากประมาณ 48 ชั่วโมง จึงรับประทานยาเพียงวันละครั้งเท่านั้น ต่อเนื่องกัน 4-8 สัปดาห์ ใช้ได้ผลดีและนิยมใช้กันแพร่หลาย ช่วยลดอาการปวดท้อง และช่วยให้แผลหายเร็วกว่ายากลุ่มอื่น

อาการข้างเคียง ไม่ค่อยมี ใช้ติดต่อกันได้นานนับเดือนหรือหลายเดือนยกเว้นบางรายที่อาจมีอาการท้องผูก หรือท้องเดิน

  1. ยาเพิ่มความต้านทานเยื่อบุเซลล์

ยากลุ่มนี้ไปเคลือบแผลกระเพาะ ช่วยป้องกันไม่ให้กรดในกระเพาะไปทำลาย รวมทั้งยับกระตุ้นการหลั่งเยื่อเมือกออกมาป้องกันเซลล์ ยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาซูครัลเฟต, คาร์บีนอกโซโลน

  • ยาซูครัลเฟต ออกฤทธิ์นาน 6-12 ชั่วโมงและถูกดูดซึมน้อยมากสามารถใช้รักษาโรคแผลกระเพาะของคนที่เป็นไตวายร่วมด้วยได้อย่างไม่มีปัญหา

รักษาแผลกระเพาะอาหารในผู้ใหญ่ใช้วันละ 4 กรัม ก่อนอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน ต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ ส่วนขนาดยาที่ใช้เพื่อป้องกันแผลไม่ให้เกิดขึ้นอีกคือ วันละ 2 กรัม

ผลข้างเคียงของยา เช่น ท้องผูก อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร เวียนศีรษะมีผื่นคันตามตัว ปากคอแห้ง หรือง่วงนอนด้วย

ระวังหากใช้ต่อเนื่องยาวนาน จะมีการสะสมอะลูมิเนียมจากตัวยาจนเกิดอาการพิษได้

  • ยาคาร์บีนอกโซโลน ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างและหลั่งเยื่อเมือกเคลือบกระเพาะอาหาร ชื่อการค้า ได้แก่ ไบโอแกสโตรน, ดูแกสโตรน ยานี้มีผลตกตะกอนเอนไซม์เพปซินด้วย

ไม่ควรใช้ในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ หรือผู้สูงอายุ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคไต คนที่ใช้ยาสเตียรอยด์ และผู้ที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ

4. ยายับยั้งการหลั่งกรดและเพิ่มความต้านทานเยื่อบุเซลล์

  1. ยาเซแทรกเซต ออกฤทธิ์ยับยั้งการซึมผ่านของกรดไปยังเยื่อบุเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่เยื่อบุกระเพาะอาหารและเพิ่มการสร้างเยื่อเมือก รวมทั้งยับยั้งการเปลี่ยนเอนไซม์เปปซิโนเจนไปเป็นแปปซิน รักษาโรคแผลกระเพาะให้หายได้ร้อยละ 80 ในเวลา 8 สัปดาห์

รับประทานยาครั้งละ 200 มิลลิกรัม หลังอาหาร 3 มื้อและก่อนนอน

ผลข้างเคียง คือ ท้องผูก คลื่นไส้ มีผื่นคันตามตัว

  1. ยาพรอสตาแกลนดิน ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งกรด ต้านฮีสตามีนต้านฤทธิ์แอลกอฮอล์ ต้านการซึมผ่านของกรด กระตุ้นการสร้างเยื่อเมือกปกคลุมกระเพาะอาหาร ชื่อการค้า ได้แก่ ไมโซพรอสติล, เอนพรอสทิล

รับประทานครั้งละ 200 ไมโครกรัม ก่อนอาหาร 3 มื้อและก่อนนอนนาน 2 สัปดาห์ ให้ผลการรักษาดีเหมือนยาแรนนิติดีน ยาไซมิติดีน

ผลข้างเคียง ได้แก่ ท้องเดิน ปวดท้อง อาเจียน ปวดศีรษะ

ยานี้ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์และเด็ก เพราะมีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัว

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "ดูแลกระเพราะอาหารและลำไส้" โดยกนกอร บุญพิทักษ์ จากสำนักพิมพ์ Feel Good

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่