Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ขี้หูผิดปกติ บ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง

ขี้หูเยอะ ขี้หูมีกลิ่นเหม็น หรือขี้หูเหลวคล้ายหนอง เป็นลักษณะของอาการขี้หูผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณของโรคที่เกิดกับหูได้!
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,338,540 คน

ขี้หูผิดปกติ บ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง

“ขี้หู” แม้จะดูเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ แต่แท้จริงแล้วมีความสำคัญต่อร่างกายเรามาก เพราะขี้หูเป็นเหมือนด่านแรกที่ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอม และเชื้อโรค ไม่ให้เข้าไปในหูได้ แต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ามีขี้หูผิดปกติ เช่น ขี้หูเยอะ หรือขี้หูเหลวเป็นน้ำไหลออกมาจากหู และมีกลิ่นเหม็น นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับหูของเรา

ลักษณะของขี้หูผิดปกติ

ลักษณะของขี้หูจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจมีขี้หูแห้ง สีเหลืองซีด หรือบางคนอาจมีขี้หูเปียก สีน้ำตาลเข้มก็ได้ แต่ขี้หูผิดปกตินั้นจะมีลักษณะเหมือนกัน ได้แก่

  • ขี้หูเปียกกว่าปกติ หรือเหลวเป็นน้ำ ไหลออกมาจากหู
  • ขี้หูมีลักษณะคล้ายหนอง สีขุ่น และมีเลือดปน
  • ขี้หูมีกลิ่นเหม็น
  • ขี้หูมีสีผิดปกติจากที่เคยเป็น
  • ขี้หูแห้งเป็นสะเก็ดอยู่ในช่องหู
  • ไม่มีขี้หูเลย (การไม่มีขี้หูเลยเป็นเรื่องอันตราย เพราะไม่มีสิ่งป้องกันหูชั้นใน)

การมีขี้หูผิดปกตินั้นมักมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดหู คันหู ไปจนถึงปวดศีรษะ หากพบขี้หูในลักษณะดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ขี้หูผิดปกติบ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง

หูชั้นนอกอักเสบ (Otitis externa)

  • หูชั้นนอกอักเสบ สาเหตุมักมาจากการติดเชื้อจากแผลที่เกิดจากการแคะหู หรือมีน้ำสกปรกเข้าหู ทำให้หูชั้นนอกอักเสบและเป็นหนอง
  • อาการที่พบบ่อยคือ ใบหูและรูหูบวมแดง กดเจ็บ มีของเหลวไหลออกมาจากหู มีกลิ่นเหม็น และทำให้หูอื้อ บางรายอาจมีไข้ และต่อมน้ำเหลืองหลังหูโตร่วมด้วย ซึ่งการอักเสบอาจลุกลามไปถึงหูชั้นกลางได้

หูชั้นกลางอักเสบ หรือหูน้ำหนวก (Otitis media)

  • หูชั้นกลางอักเสบมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งส่วนใหญ่ลุกลามมาจากความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ และการอักเสบที่หูชั้นนอก
  • อาการที่พบคือ ปวดในหูรุนแรง มีของเหลวใส หรือขุ่นข้นคล้ายหนอง ไหลออกมาจากหูเยอะมาก มีกลิ่นเหม็น และการได้ยินลดลง นอกจากนี้มักมีอาการปวดศีรษะและไข้สูงร่วมด้วย

มะเร็งหู (Ear cancer)

  • มะเร็งหูสามารถเกิดได้กับเนื้อเยื่อหูชั้นนอกและชั้นกลาง ซึ่งพบได้น้อยมาก โดยเซลล์มะเร็งจะเป็นชนิดเดียวกับมะเร็งผิวหนัง
  • อาการที่พบคือ มีก้อนเนื้อสีคล้ำคล้ายกระเกิดที่ใบหู เป็นแผลเรื้อรังในหู ปวดหูรุนแรง มีน้ำไหลออกมาจากหูคล้ายโรคหูน้ำหนวก มีเลือดปน มีก้อนเนื้ออุดกั้นในหู ส่งผลให้การได้ยินลดลง และมะเร็งอาจลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณหูได้

มีของเหลวคั่งค้างในหู

การมีของเหลวคั่งค้างในหู หรือที่คนส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า น้ำเข้าหู มักเกิดเวลาอาบน้ำ สระผม ว่ายน้ำ หรือดำน้ำ ทำให้เกิดอาการหูอื้อ มีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากรูหู ซึ่งหากปล่อยไว้นานก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และกลายเป็นโรคหูอักเสบได้

มีขี้หูอุดตัน

  • เกิดจากการใช้ของแข็งแคะหูบ่อยๆ จนรูหูระคายเคือง ทำให้กระตุ้นการสร้างขี้หูมากขึ้น ซึ่งขี้หูเหล่านี้จะถูกดันให้ลึกเข้าไปทุกครั้งที่แคะหูจนทำให้ทำความสะอาดได้ลำบาก และสะสมจนเกิดการอุดตันนั่นเอง
  • อาการที่พบบ่อยคือ ช่องหูแคบลง ขี้หูแห้งติดกับรูหู หรือลอกเป็นขุย จนบางครั้งไม่มีขี้หูเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าไปในหูได้ง่าย

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

ความผิดปกติที่เป็นสัญญาณว่า ควรรีบไปพบแพทย์หู คอ จมูกทันทีคือ การมีขี้หูผิดปกติตามลักษณะที่กล่าวมาเป็นเวลาเกิน 2-3 วัน และมีอาการปวดหู คันหูรุนแรง มีไข้ ปวดศีรษะ และการได้ยินลดลงร่วมด้วย

ไม่ควรเพิกเฉยต่ออาการที่เกิดขึ้น เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา อาจทำให้อาการรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวรได้

การรักษาโรคที่มีอาการขี้หูผิดปกติ

วิธีการรักษาโรคที่มีอาการขี้หูผิดปกติจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ เช่น

  • หากมีน้ำคั่งค้างในหู หรือมีของเหลวในหูมาก แพทย์จะใช้เครื่องมือดูดน้ำออกจากหู
  • หากมีอาการหูอักเสบ หรือปวดหู แพทย์จะให้ยาหยอดหู เช่น ยาโซฟราเดกซ์ (Sofradex) เพื่อรักษาอาการอักเสบ รวมถึงให้รับประทานยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)
  • หากเป็นโรคหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลางอักเสบ และมีหนองภายในหู แพทย์จะใช้เครื่องมือดูดหนองออก หรือใช้วิธีผ่าเจาะแก้วหู และสอดท่อ เพื่อให้ของเหลวในหูไหลออกมา
  • หากติดเชื้อแบคทีเรียในหู แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยาไดคลอกซาซิลลิน (Dicloxacillin)
  • หากเป็นมะเร็งหูจะต้องรักษาเหมือนมะเร็งทั่วไปคือ ผ่าตัดก้อนเนื้อในหูออก ใช้ยาเคมีบำบัด และการฉายรังสี

ข้อควรปฏิบัติเมื่อมีขี้หูผิดปกติ

หากพบว่าขี้หูมีลักษณะผิดแผกไปจากเดิมให้รีบมาพบแพทย์ทันที และระหว่างเข้ารับการรักษา ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการแคะหูด้วยอุปกรณ์แข็งๆ หากต้องการทำความสะอาดหู ให้ใช้ก้านพันสำลีเช็ดเบาๆ เท่านั้น
  • รับประทานยา หรือใช้ยาหยอดหู เป็นประจำตามที่แพทย์แนะนำ
  • งดกิจกรรมที่อาจทำให้น้ำสกปรกเข้าหู เช่น การว่ายน้ำ ดำน้ำ
  • ไม่ซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง ยกเว้นได้รับคำแนะนำจากแพทย์

การป้องกันอาการขี้หูผิดปกติ

วิธีป้องกันอาการขี้หูผิดปกติคือ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของโรคที่ทำให้เกิดขี้หูผิดปกติ เช่น

  • ไม่แคะหูบ่อยๆ หรือแคะหูรุนแรง เพราะจะทำให้หูอักเสบได้
  • ระวังอย่าให้น้ำเข้าหู เช่น ขณะอาบน้ำควรใช้หมวกคลุมปิดมาถึงหู เมื่อดำน้ำ หรือว่ายน้ำ ควรใส่ที่อุดรูหู (Ear plug)
  • ดูแลความสะอาดของหู โดยใช้ก้านพันสำลีเช็ดทำความสะอาดเบาๆ บริเวณหูชั้นนอกเป็นประจำ
  • เมื่อติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ ควรรีบรักษาตัวให้หาย เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังหูได้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป