การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารหลัก 5 หมู่ และประโยชน์ต่อสุขภาพ

Istock 525969744 m

โดยปกติแล้ว ร่างกายของคนเราควรได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันการเจ็บป่วยได้ง่าย แต่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หากแต่สารอาหารที่ร่างกายได้รับนั้นไม่ครบทั้ง 5 หมู่อย่างที่ควรได้รับก็ถือว่าร่างกายยังไม่สมบูรณ์และแข็งแรงได้อย่างแท้จริง

หากต้องการให้ร่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรงและไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บง่าย ก็ควรใส่ใจ่รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เป็นประจำทุกวัน ว่าแต่เราสามารถรับประทานให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ได้จากแหล่งใดบ้าง มาติดตามรายละเอียดน่ารู้เกี่ยวกับสารอาหาร 5 หมู่ดังนี้ได้เลย

อาหารหมู่ที่ 1 โปรตีน

 

สำหรับอาหารหมู่ที่ 1 นั้นประกอบไปด้วยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วต่างๆ ซึ่งอาหารประเภทนี้จะให้สารอาหารประเภทโปรตีนแก่ร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีความเจริญเติบโต อีกทั้งยังทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังทำหน้าที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานเพื่อป้องกันโรคให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

สำหรับร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายเกิดการสึกหรอ สารอาหารเหล่านี้ก็ช่วยซ่อมแซมในส่วนนั้นได้ดีทีเดียว ในส่วนของอาหารประเภทนี้ยังถูกนำไปสร้างกระดูก เลือด กล้ามเนื้อ ผิวหนัง น้ำย่อย เม็ดเลือด และฮอร์โมน รวมทั้งภูมิต้านทานเชื้อโรคต่างๆ ดังนั้นจึงถือว่าอาหารที่อยู่ในหมู่ที่ 1 นี้ จัดเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญในการสร้างโรคงสร้างของร่างกายในการเจริญเติบโต และช่วยทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติยิ่งขึ้น

ประเภทของสารอาหารหมู่ที่ 1

สารอาหารที่อุดมอยู่ในอาหารหมู่ที่ 1 นั้นก็คือ โปรตีน ซึ่งโปรตีนจะประกอบไปด้วยสารเคมี 2 ชนิดด้วยกันคือ

  1. กรดอะมิโนจำเป็น คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ดังนั้นร่างกายจึงต้องได้รับกรดอะมิโนประเภทนี้จากการรับประทานเข้าไป
  2. กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหาร และยังได้รับจากการสร้างขึ้นมาเองของร่างกายอีกด้วย

ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 1

  1. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
  2. ร่างกายมีความต้องการโปรตีนอยู่เสมอเพื่อนำโปรตีนไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อในส่วนที่สึกหรออยู่ทุกวัน
  3. โปรตีนมีส่วนช่วยรักษาดุลน้ำ เพราะโปรตีนที่มีอยู่ในเซลล์และหลอดเลือดจะช่วยรักษาปริมาณน้ำในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม
  4. ช่วยรักษาดุลกรด – ด่างของร่างกาย เนื่องจากกรดอะมิโนนั้นจะมีหน่วยคาร์บอกซีลที่มีฤทธิ์เป็นกรดและเป็นด่าง ดังนั้นโปรตีนจึงมีคุณสมบัติช่วยรักษาดุลกรด – ด่างนั่นเอง และนั่นก็ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการเกิดปฏิกิริยาต่างๆ ภายในร่างกาย

อาหารหมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต

 

อาหารหมู่ที่ 2 ประกอบไปด้วยข้าว น้ำตาล แป้ง มัน และเผือก เป็นต้น ซึ่งอาหารประเภทนี้จะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแก่ร่างกาย และนั่นก็คือการให้พลังงานแก่ร่างกายนั่นเอง มันจึงทำให้ร่างกายของคนเราสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอีกด้วย ในส่วนของพลังงานที่ได้รับจากการทานอาหารประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะหมดไปเป็นวันต่อวัน จากการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำงาน ออกกำลังกาย และเดิน เป็นต้น แต่หากคุณรับประทานอาหารประเภทนี้มากเกินความต้องการของร่างกายก็จะทำให้พลังงานถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน จนทำให้เกิดโรคอ้วนตามมา

ประเภทของสารอาหารหมู่ที่ 2

คาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารประเภทนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ

  1. โนโนแซ็กคาไรด์ คือ คาร์โบไฮเดรตที่มีขนาดของโมเลกุลเล็กที่สุด จะดูดซึมจากลำไส้ได้เลยเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โดยที่ไม่ต้องผ่านการย่อยแต่อย่างใด
  2. ไดแซ็กคาไรด์ คือ คาร์โบไฮเดรตที่มีส่วนประกอบของโมโนแซ็กคาไรด์จำนวน 2 ตัวมารวมกัน เมื่อร่างกายได้รับสารไดแซ็กคาไรด์ จะทำให้น้ำย่อยที่อยู่ในลำไส้เล็กย่อยออกมาเป็นโมโนแซ็กคาไรด์ก่อน ร่างกายจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้
  3. พอลีแซ็กคาไรด์ คือ คาร์โบไฮเดรตที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังมีสูตรโครงสร้างที่ซับซ้อน และประกอบไปด้วยโมโนแซ็กคาไรด์จำนวนมากมารวมกัน

ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 2

  1. มีความจำเป็นต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ
  2. มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง
  3. สงวนคุณค่าของโปรตีนไม่ให้เกิดการเผาผลาญเป็นพลังงาน หากร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่เพียงพอ
  4. คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของแคลอรีทั้งหมดที่ร่างกายได้รับแต่ละวัน
  5. กรดกลูคูโรนิกซึ่งเป็นสารอนุพันธุ์ของกลูโคสนั้น จะคอยทำหน้าที่ในการเปลี่ยนสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายเมื่อสารพิษเหล่านั้นผ่านไปที่ตับให้มีพิษลดลง อีกทั้งยังทำให้สารพิษอยู่ในสภาพที่ขับถ่ายออกมาได้

อาหารหมู่ที่ 3 วิตามินพืชผัก

 

อาหารหมู่ที่ 3 ประกอบไปด้วยผักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำลึง ผักกาด ผักบุ้ง ผักใบเขียวต่างๆ และผักชนิดอื่นๆ ที่สามารถนำมารับประทานได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งอาหารประเภทนี้จะมีส่วนในการให้วิตามินและเกลือแร่แก่ร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ให้ร่างกายได้มีแรงต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดต่างๆ แถมยังทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย

ประเภทของสารอาหารหมู่ที่ 3

ประเภทของสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับจากการทานอาหารในหมู่ที่ 3 นี้ก็คือวิตามิน ซึ่งเป็นวิตามินในกลุ่มของสารอินทรีย์ และยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการจำนวนน้อย เพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกายได้อย่างปกติ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินเองได้ ดังนั้นจึงเกิดอาการอาศัยสมบัติของการละลายตัวของวิตามิน และทำให้เกิดการแบ่งวิตามินออกเป็น 2 จำพวกคือ วิตามินที่ละลายตัวในไขมัน และวิตามินที่ละลายในน้ำ

  1. วิตามินที่ละลายตัวในไขมัน คือ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่มีการดูดซึมโดยการต้องอาศัยไขมันในอาหาร มีหน้าที่ทางชีวเคมีที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์โปรตีนบางชนิดในร่างกาย
  2. วิตามินที่ละลายในน้ำ คือ วิตามินทั้ง 9 ตัว ได้แก่ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี12 ไนอาซิน กรดแพนโทนิก ไบโอติน และโฟลาซิน เป็นวิตามินที่มีหน้าที่ทางชีวเคมีคือ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหรือทำให้ปฏิกิริยาของร่างกายดำเนินไปได้

ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 3

  1. ช่วยในการมองเห็นของดวงตา โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีแสงสว่างน้อย
  2. ช่วยเผาผลาญโปรตีนที่อยู่ในร่างกาย เพื่อให้เกิดพลังงาน
  3. มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาท ไขกระดูก หรือทางเดินอาหาร

อาหารหมู่ที่ 4 วิตามินผลไม้

 

อาหารประเภทนี้ประกอบไปด้วยผลไม้ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้วย ส้ม มะละกอ แอปเปิล ลำไย มังคุด และอื่นๆ ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะให้สารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยทำให้ร่างกายของคนเรามีความแข็งแรงพร้อมทั้งมีแรงในการต้านทานโรค แถมยังมีกากใยอาหารที่ช่วยทำให้การขับถ่ายของลำไส้เป็นไปตามปกติอีกด้วย

ประเภทของสารอาหารหมู่ที่ 4

ประเภทของสารอาหารที่จะได้รับจากอาหารหมู่นี้นั่นก็คือ เกลือแร่ ซึ่งเป็นเกลือแร่ที่จัดอยู่ในกลุ่มของสารอนินทรีย์ที่ร่างกายขาดไม่ได้เลย ทั้งนี้มีการแบ่งเกลือแร่ชนิดนี้ออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. เกลือแร่ที่มนุษย์ต้องการในปริมาณที่มากกว่าวันละ 100 มิลลิกรัม นั่นก็คือ แมกนีเซียม โซเดียม กำมะถัน ฟอสฟอรัสโพแทสเซียม คลอรีน และแคลเซียม
  2. เกลือแร่ที่มนุษย์ต้องการในปริมาณวันละ 2-3 มิลลิกรัม นั่นก็คือ เหล็ก โครเมียม ไอโอดีน ทองแดง โคบอลต์ สังกะสี แมงกานีส ซีลีเนียม ฟลูออรีนและโมลิบดีนัม

ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 4

  1. ช่วยควบคุมความเป็นกรด – ด่างในร่างกาย เพราะ โพแทสเซียม คลอรีน ฟอสฟอรัส และโซเดียม มีหน้าที่สำคัญในการช่วยควบคุมความเป็นกรด – ด่างในร่างกาย
  2. ช่วยควบคุมสมดุลน้ำ เนื่องจากโพแทสเซียมและโซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมความสมดุลของน้ำทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกเซลล์
  3. มีส่วนช่วยในการเร่งปฏิกิริยา เนื่องจากปฏิกิริยาหลายชนิดที่อยู่ในร่างกายจะดำเนินไปได้นั้น ต้องมีเกลือแร่เป็นตัวเร่ง เช่น แมกนีเซียม ถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญกลูโคสให้เกิดพลังงาน

อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน

 

สำหรับอาหารในหมู่นี้ประกอบไปด้วยกะทิมะพร้าว น้ำมันรำ น้ำนมถั่วเหลือง และน้ำมันปาล์ม เป็นต้น ซึ่งอาหารประเภทนี้จะมีส่วนในการให้สารอาหารประเภทไขมันแก่ร่างกาย จึงทำให้ร่างกายมีการเจริญเติบโต อีกทั้งร่างกายจะเกิดการสะสมพลังงานที่ได้จากอาหารประเภทนี้ไว้ใต้ผิวหนังตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณสะโพก และบริเวณต้นขา เป็นต้น และไขมันที่สะสมไว้นี้จะให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทั้งยังเป็นพลังงานที่สะสมไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นระยะยาวอีกด้วย

ประเภทของสารอาหารหมู่ที่ 5

สำหรับประเภทของสารอาหารในอาหารหมู่นี้ก็คือ ไขมัน ซึ่งเป็นสารอินทรีย์กลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถละลายได้ในน้ำ แต่จะสามารถละลายได้ดีในน้ำมันและไขมันด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ไขมันที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพของคน คือ ไตรกลีเซอไรด์และคอเสเตอรอล โดยส่วนใหญ่ไขมันทั้งสองชนิดนี้จะอยู่ในอาหาร และในส่วนของประเภทกรดไขมันจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. กรดไขมันไม่จำเป็น คือกรดไขมันที่นอกจากร่างกายจะได้รับจากการรับประทานอาหารแล้ว ร่างกายยังสามารถสังเคราะห์กรดไชมันชนิดนี้ได้อีกด้วย นั่นก็คือ กรดสเตียริกและกรดโอเลอิก
  2. กรดไขมันจำเป็น คือ กรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ร่างกายจะได้รับจากการรับประทานอาหารเข้าไป โดยกรดไขมันชนิดนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ตัวคือ กรดไลโนเลอิก กรดไลโนเลนิก และกรดอะแรคิโดนิก

ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 5

  1. ไขมันในปริมาณ 1 กรัม จะให้พลังงานมากถึง 9 กิโลแคลอรี ให้กรดไขมันที่จะเป็นต่อการช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี แบะวิตามินเค
  2. ไขมันจะทำให้รสชาติของอาหารถูกปาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ
  3. มีส่วนช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน ไม่ทำให้รู้สึกหิวบ่อยๆ

ทราบถึงเนื้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร 5 หมู่ ประเภทของสารอาหาร และหน้าที่ของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไปแล้ว จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะร่างกายไม่สามารถรับสารอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งแต่เพียงเท่านั้น อีกทั้งหากเรารับประทานอาหารไม่ครบถ้วนทั้ง 5 หมูเพียงพอหรือหากขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน โดยจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในด้านอื่นๆ ตามมา

ดังนั้น เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพและเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้สุขภาพต่อไป จากนี้ต้องพิถีพิถีใส่ใจเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นสารอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่เป็นประจำทุกมื้อจะดีที่สุด หากทำได้เช่นนี้ นอกจากโรคภัยไข้เจ็บไม่กล้ามาเบียดเบียนง่ายแล้ว ยังทำให้อายุยืนยาวได้อีกด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=l7Iaeokk9Fc

เพลงอาหารหลัก 5 หมู่

เป็นเพลงสำหรับเด็ก ให้ฝึกท่องจำ เป็นเพลงที่ได้ประโยชน์มาก ทำให้จดจำสารอาหารทั้ง 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการด้วยการฟัง แม้แต่บางคนตอนโตแล้วจะทานอาหารในแต่ละมื้ออาจจะต้องคิดถึงบทเพลงนี้ และทบทวนว่าวันนี้เรากินอาหารครบทั้ง 5 หมู่แล้วหรือยัง

เนื้อร้องมีดังนี้

อาหารหลัก 5 หมู่ของไทย ทุกคนจำไว้อย่าได้แปลผัน
หมู่ 1 กินเนื้อ นม ไข่ ถั่วเมล็ดช่วยให้เติบโตแข็งขัน
หมู่ 2 ข้าว แป้ง เผือก มัน และน้ำตาล จะให้พลัง
หมู่ 3 กินผักต่างๆ สีเขียวเหลืองบ้างมีวิตามิน *
หมู่ 4 กินผลไม้ สารอาหารมากมายกินเป็นอาจิณ*
หมู่ 5 อย่าได้ลืมกิน ไขมันทั้งสิ้น * ให้ความอบอุ่นร่างกาย

https://www.youtube.com/watch?v=kqIbZHDPJZE

หวังว่าเพลง อาหารหลัก 5 หมู่ของไทยนี้จะช่วยให้หลายๆ ท่านนำไปเปิดให้เด็กฟัง เพื่อสุขภาพโภชนาการที่ดีของเด็กไทยในอนาคตต่อไป

ปริมาณอาหาร 1 ส่วนเท่ากับเท่าไหร่

การทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องแบ่งสัดส่วนการรับประทาน โดยชาวไทยวัยทำงานนั้นกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ทานอาหารดังนี้

  • หมู่ที่ 1 โปรตีน : 6 ส่วน
  • หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง : 9 ส่วน
  • หมู่ที่ 3 พืชผัก : 4 ส่วน
  • หมู่ที่ 4 ผลไม้ : 3 ส่วน
  • หมู่ที่ 5 ไขมัน : 2-3 ส่วน

ซึ่งในแต่ละส่วนนั้นมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ตามตารางปริมาณอาหาร 1 ส่วนดังต่อไปนี้

ตารางปริมาณอาหาร 1 ส่วน

อาหารจานเดียวที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่

โภชนาการอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานให้กับอวัยวะต่างๆ เป็นส่วนสำคัญเพื่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากการเกิดโรค

แต่ด้วยความเร่งรีบของผู้คนในยุคสมัยใหม่ ทำให้เราไม่ค่อยมีเวลาเตรียมอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วนให้กับตัวเอง ผู้คนจึงเสี่ยงต่อการเผชิญโรคขาดสารอาหาร ร่างกายอ่อนแอ ตามมาด้วยความเจ็บป่วยที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม การทำอาหารแบบไม่ยุ่งยาก ประหยัดเวลา และได้สารอาหารอย่างครบถ้วน โดยเน้นเป็นเมนู "อาหารจานเดียว" ที่แสนเรียบง่าย อร่อยและได้ประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน

เมนูสุกี้แห้ง

สุกี้แห้ง เป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก เพียงลวกทุกอย่างและเติมเครื่องปรุงเล็กน้อยเท่านั้น ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เราสามารถปรับสูตรเติมผักให้มากขึ้นได้ ลดปริมาณเส้นให้น้อยลง ลดปริมาณแป้งและน้ำตาล ส่วนประกอบหลักๆ จึงเป็นผักหลากชนิด เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้ง ขึ้นฉ่าย และเนื้อสัตว์ หากอยากลดไขมัน ก็ลอกหนังออก เช่น อกไก่ หรือสันในไก่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเติมผักอื่นๆ เพิ่มเติมลงไปได้ตามชอบ ปรุงรสกับน้ำจิ้มสุกี้ อร่อยได้ประโยชน์แบบเต็มๆ

ข้าวผัดสายรุ้ง

เมนูคุณภาพทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กับเมนูข้าวผัดที่ใครๆ ก็รู้จัก ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก จัดได้ว่าเป็นอาหารจานเดียวที่สามารถนำเอามาประยุกต์สูตรการทำได้หลากหลาย สำหรับเมนูข้าวผัดสายรุ้ง คือข้าวที่คลุกเคล้าผัดกับผักหลากชนิดจนได้สีสันที่น่าทาน ส่วนประกอบหลักๆ คือ หอมหัวใหญ่ บล็อกโคลี่ ถั่วลันเตา ข้าวโพดเหลือง งาดำ งาขาว แครอท ต้นหอม มะเขือเทศ และจัดวางจานด้วยแตงกวาสดก่อนเสิร์ฟ มีเนื้อสัตว์และไข่ไก่เพิ่มรสชาติ แค่นี้ก็ได้เมนูอาหารครบตามหลักโภชนาการแบบง่ายๆ แล้ว

ยังมีอาหารหลัก 5 หมู่ที่เป็นอาหารจานเดียวอีกมากมาย ที่เราสามารถสร้างสรรค์ให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เพียงแค่เติมผักให้มากขึ้น สารอาหารที่เราได้รับในแต่ละมื้อ ก็ไม่ต้องมัวหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลากันได้แล้ว

การรับประทานอาหารอย่างละนิดละหน่อย(หลากหลาย)ในแต่ละวัน ส่งผลดีมากกว่าการรับประทานอาหารอย่างเดียวในปริมาณมาก การกินอาหาร 5 หมู่อย่างฉลาดสม่ำเสมอ จะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เกิดการสะสมสารอาหารบางประเภทมากเกินไป ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ความดันโลหิต โรคเบาหวาน รวมไปถึงโรคมะเร็ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ