Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ยา

มาลดจำนวน 'ยาขยะ' และ 'ยาเหลือใช้' กันนะ

แนวทางการลดจำนวนยาขยะและยาเหลือใช้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,965,745 คน

มาลดจำนวน 'ยาขยะ' และ 'ยาเหลือใช้' กันนะ

เมื่อทราบกันแล้วว่ายาเหลือใช้ – ยาขยะคืออะไร และมีผลเสียอย่างไรบ้าง ในบทความเรื่อง “มารู้จัก… ยาขยะ และ ยาเหลือใช้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742

 

แล้วเราจะป้องกันการเกิด “ยาเหลือใช้ – ยาขยะ”

กันยังไงดีล่ะคะ?

 

 

 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742
  1. ใช้ยาให้ถูกต้องตามแพทย์สั่งค่ะ แม้ว่าจะไม่สามารถลดยาเหลือใช้ในกรณีของยาบางตัวที่อาจใช้เพียงเพื่อบรรเทาอาการ และสามารถหยุดใช้ได้หากอาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็จะลดยาเหลือใช้ที่ไม่ควรจะมี เช่น ยาโรคเรื้อรังหรือยาปฏิชีวนะได้ไงคะ

 

  1. กรณีที่มียาเหลือใช้จากการรักษาครั้งก่อน โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องไปพบแพทย์ประจำตามนัด ควรนำยาเดิมที่เหลืออยู่ไปให้แพทย์ / เภสัชกรด้วย เพื่อที่แพทย์ / เภสัชกรจะได้ทบทวนยาว่าผู้ป่วยมีการใช้ที่ถูกต้องหรือไม่, เกิดปัญหาจากการใช้ยาจนทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาได้ครบถ้วนตามแพทย์สั่งหรือเปล่า และหากยานั้นยังมีความจำเป็นต้องใช้ ก่อนจะส่งคืนให้ผู้ป่วยนำกลับไปใช้ต่อก็จะได้มีการตรวจสอบว่ายาดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้หรือไม่ หากไม่… ก็จะได้นำไปกำจัดด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป

 

pt02เรื่องอะไรจะเอามาคืนหมอ! ยาพวกนี้ป้าก็เสียเงินซื้อมาแล้ว เอามาคืน…หมอก็ไม่ได้คืนเงินให้ซักหน่อย ป้าว่าเอาไปให้คนอื่นที่มีอาการเหมือนกันใช้ต่อดีกว่า ถือเป็นการทำบุญดีนะคุณเภสัช

rx05เฮ้อ… หนูกลัวว่าคุณป้าจะได้บาปแทนน่ะสิคะ

pt06อ้าว! ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ

rx14ก็อาการเจ็บป่วยหรือโรคที่คุณป้าคิดว่าเหมือนกัน แท้จริงแล้วมันอาจจะกลายเป็น ‘คนละโรค’ ก็ได้นะคะ ใช้ยาผิดโรค …เดี๋ยวก็ได้ไปอยู่ ‘คนละโลก’ แย่เลย… หรือไม่… ความรุนแรงของโรคก็อาจต่างกัน จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่แตกต่างกันไป การหวังดีนำยาไปให้คนอื่น อาจทำให้รักษาไม่ได้ผล พลอยทำให้โรคที่เค้าเป็นรุนแรงมากขึ้น ดีไม่ดี เกิดแพ้ยาขึ้นมาก็ยุ่งเลยนะคะ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742

pt06ไม่หรอก… ก็เช่นเพื่อน ๆ ที่เป็นเบาหวานเหมือนกัน กินยาก็เหมือน ๆ กัน ไม่แพ้หรอกคุณเภสัช

rx07อย่างนั้นก็ไม่ดีค่ะ… เพราะปกติแล้วทางโรงพยาบาลจะจ่ายยาให้ผู้ป่วยแต่ละรายไปครบตามจำนวนการใช้และตามระยะเวลาวันนัดอยู่แล้วนะคะ ถ้าใช้ยาได้ถูกต้องก็ย่อมจะไม่มียาเหลือหรือไม่มีปัญหายาไม่ครบถึงวันนัดอยู่แล้ว อีกทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรังจะต้องมาพบแพทย์ตามนัดนะคะคุณป้า ไม่ใช่อยากให้ผู้ป่วยยุ่งยากในการเดินทางหรอกค่ะ แต่ยาพวกนี้… จะไม่ได้ใช้ในขนาดเดิมเสมอไปหรอกนะคะแพทย์นัดมาก็เพราะต้องการติดตามดูผลการรักษาไงคะ ถ้าไม่ดีอย่างไรก็จะได้ปรับเปลี่ยนการรักษาได้ให้เหมาะสมได้ทันการณ์ ไม่ปล่อยให้โรคลุกลามไปเยอะ การที่คุณป้านำยาไปแจกเพื่อน เพื่อนก็ไม่ได้มาตามนัด เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถ้าโรคของเค้ามีการเปลี่ยนแปลง กว่ายาจะหมดแล้วกลับมาพบแพทย์ ก็อาจรักษาไม่ได้หรือรักษาได้ยากแล้วนะคะ …เห็นไหมว่าไม่ควรเลยกับการทำบุญแบบนี้

pt06อืมม์… จริงด้วยสิ งั้นทีหลังป้าจะไม่ทำอย่างนั้นแล้วล่ะคุณเภสัช

rx03ดีมากค่ะคุณป้า… รู้แล้วก็บอกต่อให้คนอื่น ๆ งดการทำบุญแบบผิด ๆ ด้วยนะคะ

 

3. เก็บยาให้เหมาะสม

  • หลีกเลี่ยงจากปัจจัยที่ทำให้ยาเสื่อมสภาพก่อนกำหนด ได้แก่ แสงแดด ความร้อน และความชื้น
  • เก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์ หรือภาชนะบรรจุเดิมที่ได้รับ เป็นต้นว่า ยาที่บรรจุแผง ก็ควรแกะใช้ในจำนวนที่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละครั้ง ดิฉันเคยพบผู้ป่วยบางราย ที่ต้องรับประทานยาบางรายการครั้งละครึ่งเม็ด เพื่อความสะดวกในการรับประทาน ญาติผู้หวังดี(อีกแล้ว)ก็เลยจัดการแกะยาทั้งหมดที่ได้รับออกจากแผง แล้วหักแบ่งครึ่งไว้ทั้งหมดซะเลย เห็นแล้วเภสัชกรปวดตับค่ะ… ห้องยาอุตส่าห์จัดหายาในรูปแบบบรรจุแผงซึ่งมีราคาแพงกว่าแบบเม็ดเปลือยมาใช้ เพราะเห็นว่ายาที่บรรจุแผงจะสามารถป้องกันแสงและความชื้นได้ดีกว่าแบบไม่บรรจุแผง แต่ผู้ใช้กลับไม่เห็นคุณค่าของแผงยา ซ้ำยังเห็นว่าไม่ใช้สะดวกไปซะอีก โถ…

 

และ…

4. ตรวจสอบยาที่เก็บสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง นั่นคือ…

  • ตรวจสอบสภาพของยาที่เก็บ หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของ รูป รส กลิ่น หรือสี อย่านำมาใช้ต่อนะคะ เพราะยานั้นมันเสียแล้ว
  • กรณีที่ยานั้นมีสภาพดี ก็ยังวางใจไม่ได้ค่ะว่าจะใช้ได้อยู่ ควรตรวจสอบวันหมดอายุของยาด้วยนะคะ หากพบว่ายานั้นหมดอายุแล้ว แม้สภาพภายนอกยังดูไม่เปลี่ยนแปลงก็ห้ามนำมาใช้ต่อเช่นกันค่ะ
  • ยาที่มีสภาพดี และยังไม่หมดอายุ ก็ต้องตรวจสอบฉลากยาทิ้งท้ายด้วยนะคะ (แหม… หลายขั้นตอนน่าดู ^_^) เพราะยาที่ฉลากลบเลือนหรือไม่มีฉลาก แม้ไม่เสีย แต่ก็ไม่ควรเสี่ยงนำมาใช้ค่ะ เพราะจะใช้รักษาอะไร หรือใช้ครั้งละเท่าไหร่ ใช้แล้วต้องระวังอะไร …เราจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ

 

pt04จำได้น่า… ต่อให้ไม่มีฉลากก็ใช้ถูก

rx04แหม… แน่ใจหรือคะ คุณลุงรับยานี้ไปนานแล้วนะคะ

pt04แหม… อย่าดูถูกว่าแก่นะ ความจำยังดีขนาดเด็ก ๆ ยังอายนะนั่น

rx04งั้น… เมื่อวานตอนออกจากบ้าน ก้าวขาไหนออกก่อนคะ

pt04โอ๊ย… ใครจะไปจำได้เล่าคุณเภสัช

rx03อ้าว… ก็คุณลุงว่าความจำดีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเรื่องเมื่อวานแท้ ๆ ยังจำไม่ได้เลย แล้วคราวนี้ถ้าคุณลุงจำสรรพคุณหรือวิธีใช้ยาผิดไป คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นล่ะคะ

pt04เออ… จริงด้วยนะ

 

เพียงทำตามขั้นตอนที่กล่าวมาอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถลดจำนวน “ยาเหลือใช้” และ “ยาขยะ” ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ และถ้าคุณผู้อ่านทำอย่างนี้ได้ครบถ้วนและสม่ำเสมอ… ก็เชิญรับโล่ผู้ป่วยดีเด่นได้ที่ห้องยานะคะ ^_^

 

แล้วถ้าทำตามขั้นตอน 1 – 4 แล้ว แต่ก็ยังมีเหลือใช้ – ยาขยะอยู่ที่บ้าน …จะทำไงดี?

rx04

การกำจัดที่ไม่ถูกวิธีก็ทำให้เกิดผลเสียได้ค่ะ เช่น…

  • มีคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำไปใช้ต่อ โดยเฉพาะหากยานั้นทิ้งทั้งภาชนะบรรจุ เช่นแผงยา หรือขวดยา และเกิดอันตราย ซึ่งอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ค่ะ
  • การทิ้งในชักโครกหรืออ่างล้างจาน เคยเป็นแนวทางที่มีการแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ในการกำจัดยาขยะด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม ระบบบำบัดน้ำเสียอาจไม่สามารถกำจัดยาออกไปได้หมด และบางส่วนก็อาจซึมออกไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และเสี่ยงต่อการย้อนกลับมาเกิดผลเสียต่อสุขภาพของเราในภายหลัง

 

ทิ้งขยะก็ไม่ได้… ทิ้งลงน้ำก็ไม่ดี… ถ้าอย่างนั้นจะกำจัดยังไง?

rx13

 
เอามาส่งคืนให้ห้องยาได้ค่ะ… เราจะนำไปตรวจสอบคุณภาพของยา และกำจัดยาที่เสื่อมสภาพทิ้งด้วยวิธีการที่เหมาะสมต่อไป ^_^


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง
สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง

ภาวะนี้คืออะไร อันตรายหรือไม่ และเมื่อไหร่ที่ต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ

ดูในแอป