การป้องกันอันตราย

“Social distancing” คืออะไร แค่ไหนถึงจะห่างพอ?

มาดูกันว่า Social distancing จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้จริงหรือ? แล้วต้องเว้นระยะห่างแค่ไหนถึงจะปลอดภัยจาก COVID-19
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 20 มี.ค. 2020 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
“Social distancing” คืออะไร แค่ไหนถึงจะห่างพอ?

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • Social distancing คือการเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนอื่นให้มากขึ้น อย่างน้อยประมาณ 1 ช่วงแขน
  • หลายหน่วยงานและองค์การเริ่มนำไปใช้ เช่น บริษัทที่ให้ทำงานจากที่บ้าน โรงเรียนเปิดคลาสสอนออนไลน์
  • แต่เนื่องจากมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตสังคม ผู้ที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่อยู่ก่อนแล้วอาจได้รับผลกระทบจาก Social distancing เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หรือคนที่เพิ่งสูญเสียคนใกล้ชิด
  • หากสภาพจิตใจเริ่มย่ำแย่ขณะพักในที่อยู่อาศัย ควรหาทางติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นผ่านวีดีโอคอล โทรศัพท์ หรือทำงานอดิเรก

ถึงปลายเดือนมีนาคม ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลกก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายประเทศเริ่มหันมาใช้แนวคิดการเว้นระยะห่างระหว่างกัน หรือที่เรียกว่า “Social distancing”

ประเทศไทยเองก็เริ่มมีบทบาทในการใช้มาตรการดังกล่าวในการชะลอจำนวนผู้ติดเชื้อ การทำความเข้าใจกับแนวคิดนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับประชาชนทุกคน

Social distancing คืออะไร?

Social distancing คือการเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนอื่นๆ ให้มากขึ้น แต่ยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น การกินอาหารกับเพื่อนร่วมงาน อาจนั่งห่างกันตั้งแต่ 1-2 เมตร หรืออย่างน้อย 1 ช่วงแขน

รวมถึงการหลีกเลี่ยงพื้นที่คนแออัด กิจกรรมที่มีการชุมนุมของคนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป งดการสัมผัสกับผู้อื่น เช่น การจับมือ กอด หรือโอบ

องค์กรต่างๆ เริ่มมีการปรับตัวและนำแนวคิดไปใช้แล้ว เช่น หลายบริษัทใช้การทำงานจากระยะไกล (Work from home: WFH) โรงเรียนเปิดคลาสออนไลน์ ประชุมกันผ่านวีดีโอคอล

Social distancing สำคัญอย่างไร?

การเว้นระยะห่างในสังคม ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 จากคนที่อาจเป็นแต่ยังไม่แสดงอาการ ทำให้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อชะลอตัวลง

มีการคาดการณ์ว่า หากไม่ชะลอการแพร่ระบาดของโรค จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น 2 เท่าทุก 4-7 วัน เนื่องจากประชากรหนึ่งคนสามารถเข้าถึงคนใกล้ตัวได้หลายคน ทำให้เชื้อระบาดได้เป็นวงกว้าง

ในกรณีของ COVID-19 ที่ติดต่อได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ หากผู้ป่วย ไอ จาม เชื้อจะติดมากับละอองฝอยกระจายออกมา ทำให้คนที่เข้าใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1-2 เมตร สูดเชื้อโรคเข้าไป และติดโรคในที่สุด

ผลอีกด้านของ Social distancing

Julianne holt-lunstad พูดถึงงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Bringham young ที่แสดงให้เห็นว่า คนที่ทำ Social distancing เป็นเวลานาน อาจมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นถึง 29%

เพราะการแยกตัวจากคนอื่นๆ อาจทำให้เกิดความเครียด และความเครียดจะส่งผลต่อระดับการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ

เนื่องจากมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันเป็นสังคม มีการแลกเปลี่ยนความเห็นและชุมนุมเพื่อช่วยเหลือกันอยู่เสมอ จึงทำให้การแยกตัวจากสังคมนานๆ เป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ จนอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

มีการทดลองแสดงให้เห็นว่า หากผู้ที่มีความเครียดได้ใช้เวลากับคนใกล้ตัว หรือคนที่มีความเครียดระดับเดียวกัน จะสามารถลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาขณะเกิดความเครียดลงได้

แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดจาก Social distancing อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ต้องแยกตัวเป็นเวลานาน หรือในกลุ่มผู้มีปัญหาอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว เช่น เพิ่งสูญเสียคนใกล้ตัว ผู้สูงอายุ คนที่มีปัญหาสุขภาพ คนขี้เหงา คนเป็นโรคซึมเศร้า

ดังนั้นผู้ที่ใกล้ชิดกับคนที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ ควรหาวิธีดูแลสภาพจิตใจของคนใกล้ชิดให้ได้รับความอบอุ่นบ้าง เพราะอย่างไรก็ตาม Social distancing ยังคงจำเป็นต่อการชะลอโรคระบาด COVID-19

ใช้ชีวิตอย่างไรในสังคมแบบ Social distancing?

หากสถานที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณให้ใช้เวลาอยู่ที่บ้านจนอาจเกิดผลกระทบด้านจิตใจ คุณอาจทำตามวิธีดังต่อไปนี้เพื่อลดผลกระทบในการเว้นระยะห่างจากผู้คน

  • ใช้วีดีโอคอล แม้การสนทนาผ่านวีดีโอคอลจะไม่สามารถทดแทนการพบปะผู้คนจริงๆ ได้ แต่สามารถช่วยให้คุณไม่ขาดการติดต่อกับสังคมมากจนเกินไป โดยอาจทำกิจกรรมร่วมกันผ่านหน้าจอ เช่น กินอาหาร พูดคุยกัน
  • เล่นเกมร่วมกับคนอื่น ปัจจุบันมีเกมในโทรศัพท์มากมายที่เชื่อมต่อกับผู้อื่นและพูดคุยไปพร้อมกันได้ ทำให้คุณสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นได้ผ่านการบังคับตัวละครในเกม
  • ฟังเพลงและร้องตาม นักวิชาการบอกว่าการร้องเพลงทำให้รู้สึกถึงการเชื่อมต่อกับคนอื่นได้ เช่น การฟังเพลงที่คุ้นหู เชื่อมโยงกับความทรงจำที่ดีๆ ที่มีร่วมกับเพลงนั้น
  • หางานอดิเรกทำ การผ่อนคลายกับงานอดิเรก เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ดูรายการทีวี ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับโลกเสมือนได้ชั่วคราว ทำให้คุณไม่เหงามาก

5 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
นพ. อมร ลีลารัศมี, เรื่องน่ารู้เกี่ยวกบั COVID-19 จากโรคติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2, (https://tmc.or.th/pdf/Covid-19-MD-AmornUpdate.pdf).
The Lancet, How will country-based mitigation measures influence the course of the COVID-19 epidemic?, (https://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140-6736(20)30567-5/fulltext), 9 March 2020.
TheStandard, Social Distancing หรือการเพิ่มระยะห่างทางสังคมคืออะไร, (https://thestandard.co/social-distancing/), 16 มีนาคม 2563.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป