การรักษาโรคลูปัส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 23, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

ไม่มีการรักษาใดที่จะรักษาโรคลูปัสให้หายขาดได้ แต่การรักษาจะช่วยบรรเทาอาการของโรคให้ดีขึ้น

โรคลูปัสเป็นโรคอักเสบเรื้อรังที่สามารถก่อให้เกิดหลากหลายอาการในส่วนต่างๆทั่วร่างกาย แม้จะยังไม่มีการรักษาโรคนี้ให้หายขาด แต่เราสามารถจัดการกับอาการของมันได้ด้วยวิธีรักษาหลายๆทางเลือก แผนการรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าอาการของผู้ป่วยรุนแรงแค่ไหนและผู้ป่วยได้ประสบกับช่วงกำเริบของโรคเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่ (เป็นระยะที่โรคแสดงอาการ) ระยะกำเริบมีตั้งแต่อาการอ่อนๆไปจนถึงรุนแรง เป้าหมายของการรักษาคือเพื่อป้องกันการกำเริบของโรค รักษาอาการที่กำเริบขึ้น และจำกัดหรือลดความเสียหายที่จะเกิดกับอวัยวะหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น

 ยาที่ใช้ในการรักษาโรคลูปัส

ยาทั่วๆไปที่ใช้เพื่อรักษาโรคลูปัส ได้แก่:

ยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal Anti-inflammatory drugs หรือ NSAIDs): ใช้รักษาอาการปวด บวม และมีไข้เนื่องจากโรคลูปัส

ยาNSAIDs ที่ขายตามร้านขายยาทั่วๆไป เช่น Advil (ไอบูโพรเฟน, ibuprofen) และ Aleve (นาโพรเซน, naproxen) ส่วนยา NSAIDs ที่แรงกว่านี้จะต้องให้แพทย์สั่งจ่ายยา

ยาต่อต้านมาลาเรีย (antimalarial medicines): ยาประเภทนี้มักจะใช้รักษาโรคมาลาเลียซึ่งอาจช่วยควบคุมอาการของโรคลูปัสได้ เช่น อาการเหนื่อยล้า ปวดข้อ เป็นผื่น และมีแผลในปาก

Plaquenil (hydroxychloroquine) เป็นยาต้านมาลาเรียที่มักจะใช้รักษาโรคลูปัส

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids): ยาประเภทนี้จะช่วยควบคุมอาการอักเสบ แต่อาจส่งผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น น้ำหนักตัวเพิ่ม ผอมติดกระดูก ความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน ช้ำง่ายและติดเชื้อ

Deltasone (prednisone) เป็นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่แพทยย์มักจะสั่งให้คนไข้โรคลูปัส

ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressants): ยาพวกนี้จะกดระงับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบที่เกิดจากโรคลูปัส

ยากดภูมิคุ้มกันอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เกิดความเสียหายที่ตับ และจะกดการทำงานของไขกระดูก (และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อด้วย)

ยากดภูมิคุ้มกันทั่วๆไปที่ใช้ ได้แก่ ยา Imuran (อะซาไธโอพรีน/ azathioprine) ยาCytoxan (ไซโคลฟอสฟาไมด์/ cyclophosphamide) CellCept (ไมโคฟีโนเลต/ mycophenolate)  ยาArava (เลฟลูโนไมด์/ Leflunomide)  ยาSandimmune  และ Neoral (ไซโคลสปอริน/ cyclosporine)  และTrexall (ยาเมโธเทรกเซท/ methotrexate)

ยาไบโอโลจิกส์ (biologics): biologics เป็นยาชนิดใหม่ ได้รับการรับรองให้ใช้รักษาโรครูห์มาติก   (rheumatic diseases) อื่นๆแล้วด้วย เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)   ตัวอย่างยา เช่น ยาRituxan (ริทูซิแมบ/ rituximab) และยา Orencia (abatacept)

ในปี 2011 ยาไบโอโลจิกส์ชื่อ Benlysta (belimumab)  ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาให้เป็นยารักษาโรคลูปัสในบางเคสแล้ว เป็นยาชนิดใหม่ตัวแรกที่ได้รับการรับรองให้เป็นยารักษาโรคลูปัสตั้งแต่ปี 1955

ขณะนี้มีการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาใหม่ๆ เช่น การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์และการสร้างภูมิคุ้มกัน (การรักษาที่ใช้ยาประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดระบบภูมิคุ้มกันที่เสียหายหรือบกพร่อง) เป็นต้น เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคลูปัส

การแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine)

การรักษาทางเลือกที่ใช้รักษาโรคลูปัส เช่น:

ผู้ป่วยโรคลูปัสบางคนรายงานว่าพวกเขามีอาการดีขึ้นเมื่อเลือกรักษาแบบทางเลือก แต่ก็ไม่มีงานวิจัยใดที่พิสูจน์ว่าวิธีเหล่านี้ใช้ได้ผลจริงๆ ฉะนั้น เพื่อให้แน่ใจคุณควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณก่อนที่จะใช้วิธีรักษาแบบทางเลือก อย่าหยุดหรือเปลี่ยนวิธีรักษาด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด

อาหารสำหรับคนเป็นโรคลูปัส

ถึงแม้จะมีคำแนะนำต่างๆมากมายในอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังไม่มีอาหารใดๆที่จะเป็นอาหารมาตรฐานสำหรับคนที่เป็นโรคลูปัสโดยเฉพาะ ถึงอย่างนั้น แพทย์ส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่าการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพย่อมจะส่งผลดีต่อตัวผู้ป่วยเอง ผู้ป่วยอาจต้องหันมาทานผลไม้สด ผัก ธัญพืช และเนื้อติดมัน หลีกเลี่ยงการบริโภคกระเทียมและต้นอ่อนอัลฟัลฟา (alfalfa sprout) หากคุณเป็นโรคลูปัส เพราะบางคนก็รายงานว่าอาการของพวกเขาแย่ลงเมื่อพวกเขาทานอาหารเหล่านี้ หากคุณใช้ยา คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) แพทย์อาจให้คุณจำกัดปริมาณการบริโภคไขมันและเกลือ และให้เพิ่มการบริโภคแคลเซียมมากขึ้น อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากนม และผักใบเขียวเข้ม อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงจะช่วยลดอาการอักเสบได้ ซึ่งประกอบด้วย ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล เมล็ด flaxseeds และเมล็ดเจีย (chia seeds) แอลกอฮอล์อาจไปทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคลูปัสบางชนิด ผู้ป่วยจึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถดื่มได้เท่าไหร่จึงจะไม่เป็นอันตราย

การใช้ชีวิตอยู่กับโรคลูปัส

ผู้ป่วยโรคลูปัสส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจจะต้องลดระดับลงหากอาการไม่ดี

ตัวผู้ป่วยเองอาจช่วยป้องกันไม่ให้อาการโรคกำเริบและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองด้วยการ:

  • ไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ลดความเครียดที่ไม่จำเป็น  ไม่ต้องคิดเยอะนั่นเอง

อายุคาดเฉลี่ย (Life Expectancy) ของคนเป็นโรคลูปัส

ตามข้อมูลจาก Lupus Foundation of America กล่าวว่า ระหว่าง 80 - 90% ของผู้ป่วยโรคลูปัสที่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติตลอดชีวิต โรคลูปัสอาจอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้ก็มีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพด้วย ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการทำนายโรคลูปัส ได้แก่:  

เพศ: เพศชายมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคลูปัสที่รุนแรงกว่าเพศหญิง

จากการศึกษาพบว่า ผู้ชายมีโอกาสที่จะได้รับความเสียหายที่ไตและมีแนวโน้มของโรคลูปัสกำเริบไวกว่าผู้หญิง

อายุ: สำหรับคนที่เป็นโรคลูปัสครั้งแรกก่อนมีอายุ 16 ปี พวกเขามีโอกาสสูงที่โรคลูปัสจะส่งผลต่อระบบประสาทและไต

มีแนวโน้มว่าผู้ป่วยที่มีอาการโรคลูปัสเป็นครั้งแรกหลังจากอายุ 50 ปีจะมีอาการแย่ลง

เชื้อชาติ: คนเชื้อชาติฮิสแปนิก (Hispaic) เอเชีย และแอฟริกัน จะเป็นโรคลูปัสมากกว่าและมีแนวโน้มว่าอาการจะแย่มากกว่าคนผิวขาว

ซึ่งการเป็นโรคลูปัสที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเชื้อชาติดังกล่าวอาจเป็นเพราะพันธุกรรม แต่การทำนายอาการของโรคบางส่วนอาจเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น การเข้าถึงการดูแลสุขภาพ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่