Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

แก้ไขปัญหาริ้วรอย หน้าผาก ร่องลึกริมฝีปาก ใต้ตาลึก หรือปรับแต่งรูปหน้าให้เข้ารูป แลดูอ่อนวัย ด้วยการฉีดฟิลเลอร์!
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,149,335 คน

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

เมื่อวันเวลาผ่านไปจากวัยสาวเข้าสู่วัยกลางคน ผิวที่เคยเต่งตึงมีน้ำมีนวลก็จะเริ่มแห้งหยาบกร้านและรูขุมขนกว้าง นั่นเป็นเพราะคอลลาเจนใต้ผิวหนังฝ่อลงจนก่อให้เกิดร่องลึก หากจะใช้วิธีนวด หรือทาครีมบำรุงต่างๆ ก็ได้ผลช้า ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์สำหรับผู้มีปัญหา และยังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อทำให้ริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า เช่น หน้าผาก รอบดวงตา ร่องลึกริมฝีปาก ตื้นขึ้น หรือใช้แก้ไขปรับแต่งรูปหน้า เช่น เติมริมฝีปากหรือร่องแก้มให้ดูอวบอิ่ม ปรับแต่งจมูกให้โด่งขึ้น เป็นทรงหยดน้ำ ตลอดจนใช้ฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมากระชับเปล่งปลั่งอีกครั้ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่เลียนแบบมาจากสารที่มีตามธรรมชาติ มีสรรพคุณช่วยทำให้ใบหน้าเต่งตึง มีน้ำมีนวล ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นจะตื้นและนูนขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมาดูอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยด้วยเวลาอันรวดเร็ว

ชนิดและการทำงานของการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์มีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การฉีดสารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) เช่น สารไฮยารูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ หรือคอลลาเจน (Collagen) เมื่อฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการแก้ไขแล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน จัดว่ามีความปลอดภัยสูงและสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
  • การฉีดสารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) จะมีอายุยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง
  • การฉีดสารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler) เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์แบบถาวรที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ และระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ จึงไม่แนะนำให้ฉีดสารชนิดนี้
  • การฉีดสารธรมมชาติจากร่างกาย เช่น ไขมันที่ดูดออกทางผิวหนัง หรือหน้าขา เพื่อใช้ฉีดในส่วนต่างๆ

ตัวอย่างยี่ห้อฟิลเลอร์ที่มีให้บริการในไทย

Restylane, Juvederm, Belotero และ Neuramis

ระยะเวลาในการฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที โดยเมื่อฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขแล้วก็จะเห็นผลทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 ปกติแล้ว ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับร่างกายและการดูแลของแต่ละคน

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับใคร

การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ร่องลึกรอบดวงตา หรือบริเวณมุมปาก และผู้ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้า หรือรูปร่าง ให้ได้ส่วนสัดเข้ารูปมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบให้เปล่งปลั่ง และเต่งตึง ทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

นอกจากบริเวณใบหน้าแล้ว ฟิลเลอร์ยังสามารถฉีดบริเวณลำคอ หลังมือ และบริเวณอกได้อีกด้วย

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  • การฉีดฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ใช้เวลาน้อย ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  • การฉีดฟิลเลอร์สามารถยกกระชับ ปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป
  • การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มจุดที่ดูสูงวัย เช่น ริ้วรอย ร่องลึกรอบดวงตา มุมปาก แก้มตอบ หลุมสิว ให้เต่งตึงมากยิ่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ในทันทีที่ฉีด แก้ปัญหารอยแผลเป็น และยังช่วยเสริมโหงวเฮ้งตามความเชื่อได้อีกด้วย
  • การฉีดฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นสารจากธรรมชาติที่สามารถสลายได้เอง ไม่มีปัญหาตกค้างในร่างกาย และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์

  • หากใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงในบริเวณที่ฉีดได้
  • หากคุณฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนจนเกิดพังผืด ซึ่งจะต้องไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญขูดออกเท่านั้น
  • การฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ หรือสถานพยาบาลไม่น่าเชื่อถือ เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะตำแหน่งที่ฉีดถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้คุณภาพของสารฟิลเลอร์ หากไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านกายวิภาค อาจฉีดในจุดที่ไม่ควรฉีดและทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

วิธีดูแลตนเองก่อนฉีดฟิลเลอร์

ห้ามรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด เช่น แอสไพริน (Aspirin) หรือวิตามินอี และถ้ามีประวัติ หรืออาการแพ้ยาใดๆ ก็ตามจะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า

วิธีดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

  • บางรายอาจมีอาการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปได้เองภายใน 2 วัน ไม่จำเป็นต้องกังวล
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาแก้ปวดข้อบางชนิด เป็นเวลา 2 วันหลังฉีดฟิลเลอร์
  • ห้ามนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3-4 ชั่วโมง
  • ห้ามแต่งหน้า หรือใช้ครีมบำรุงทุกชนิดหลังการฉีดฟิลเลอร์ 12 ชั่วโมง
  • ห้ามออกกำลังกายภายใน 48 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่น ทำเลเซอร์ การใช้ไดร์เป่าผม ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมสลายได้เร็ว รวมทั้งห้ามถูหน้าแรงๆ ด้วย
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน 

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์

  • ปัจจุบันมีสารที่มีลักษณะคล้ายฟิลเลอร์ออกมามากมาย ซึ่งไม่ได้ถูกรับรองตามมาตรฐานขององค์การอาหารและยา อีกทั้งยังเสี่ยงกับผลข้างเคียงที่จะเกิด ดังนั้น จึงควรขอแพทย์ตรวจสอบสารเติมเต็มทุกครั้งก่อนฉีด
  • ควรใช้บริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งสถานให้บริการที่ใช้สารเติมเต็มและอุปกรณ์เครื่องมือที่ได้รับมาตรฐาน เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันอันตรายและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้
  • ห้ามฉีดฟิลเลอร์ในสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์อย่างง่ายๆ

  • ปกติแล้วแพทย์จะแกะกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้คนไข้สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
  • ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อจะมี Lot Serial No. รวมถึงหมายเลขอ้างอิงต่างๆ ซึ่งจะตรงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้ากล่อง ในกล่อง หรือตัวเข็ม
  • สามารถเช็กฟิลเลอร์แท้ได้ โดยนำเลข Serial No. ไปสอบถามบริษัทที่นำเข้า หรือผลิต

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์

  • ราคาการฉีดในแต่ละครั้งจะคิดจากปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการฉีด มีหน่วยวัดคือ “ซีซี(CC)”
  • ส่วนใหญมักเริ่มจากราคาซีซีละ 2500 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละสถานที่ที่ให้บริการด้วย
  • 1 ซีซี สามารถฉีดได้ 1 จุด โดยสามารถเลือกจุดใดจุดหนึ่งบริเวณใบหน้า เช่น ปาก ใต้ตา ร่องแก้ม หรือขมับ เป็นต้น

ในท้องตลาดมีบริการการฉีดฟิลเลอร์หลากหลายราคา เราไม่ควรเห็นแก่ราคาถูกเท่านั้น แต่ควรเลือกคลินิก หรือโรงพยาบาลที่สามารถตรวจสอบได้ว่า สารที่นำมาฉีดเป็นสารชนิดใด เพราะหากเป็นสารที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง และมีผลข้างเคียงร้ายแรงได้

อย่างไรก็ตาม หากใช้บริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง การฉีดฟิลเลอร์ก็ไม่ได้อันตรายและมีความปลอดภัยสูง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป