เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

รวมวิธีศัลยกรรมฉบับสวยได้โดยไม่ต้องใช้มีดหมอ

เผยแพร่ครั้งแรก 18 ม.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 2 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
รวมวิธีศัลยกรรมฉบับสวยได้โดยไม่ต้องใช้มีดหมอ



ธรรมชาติของคนเราต่างก็อยากสวยดูดีด้วยกันทั้งนั้น จริงอยู่ว่าการศัลยกรรมจะช่วยให้เราสวยได้ดั่งใจ แต่มันก็ต้องแลกกับความเจ็บปวดและความเสี่ยงใช่เล่น ต้องขอบคุณโลกแห่งนวัตกรรมความงามที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ทุกวันนี้จึงมีการเสริมความงามอีกประเภทหนึ่งที่เจ็บน้อยกว่า จะเรียกว่ากึ่งศัลยกรรมก็คงไม่ผิด เพราะมันให้ผลค่อนข้างถาวร เจ็บตัวน้อยกว่า แถมแก้ไขได้ถ้าหากต้องการ ถ้าหากสาว ๆ อยากสวยแต่กลัวมีดหมอแล้วละก็มาดูกันว่า จะมีวิธีเสริมความงามประเภทใดที่ตอบโจทย์เราได้บ้าง

1. ฟิลเลอร์ (Filler)

ฟิลเลอร์ คำว่า Filler (ฟิลเลอร์) จำง่าย ๆ ว่ามันก็คือรากศัพท์ของคำว่า “Fill หรือ เติม” ในวงการความงามจึงหมายถึง “สารเติมเต็ม” นั่นเอง คุณสมบัติของฟิลเลอร์นั้นคือการเติมเต็มเข้าไปในร่างกายแต่สามารถสลายหายไปได้ในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี จุดนี้เองที่แตกต่างจากการศัลยกรรมซึ่งข้อดีก็คือสามารถการแก้ไขได้ง่ายกว่าการศัลยกรรม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

ฟิลเลอร์มีประโยชน์หลักๆอยู่ 2 ประการ

ข้อดีก็คือการปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์คือให้ผลลับที่เป็นธรรมชาติมากกว่า สวยเนียนเหมือนไม่ได้ทำศัลยกรรม ใช้เวลารักษาตัวน้อยกว่า ไม่ทำให้เจ็บตัวเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม และที่สำคัญสารเหล่านี้สามารถสลายหายไปได้ในระยะเวลาจึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

  1. ประการแรก คือการนำมาใช้ในการเติมเต็มริ้วรอยลึกต่าง ๆ ทั้ง ร่องแก้ม หน้าผาก ริ้วรอยรอบดวงตา
  2. และอีกประการหนึ่งคือการนำมาใช้ในการปรับแต่งรูปร่างแทนการศัลยกรรม เช่นการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมจมูก เติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม เสริมคาง เสริมหน้าอก รวมไปถึงเสริมก้นด้วย

2. โบท็อกซ์ (Botox)

ในส่วนชองโบท็อกซ์จริง ๆ แล้วมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่แพทย์นำมารักษาโรคตาเหล่ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว จึงทำให้สายตากลับมาเป็นปกติ แต่ผลพลอยได้ที่แพทย์สังเกตเหตุเห็นก็คือมันทำให้ริ้วรอยรอบดวงตานั้นหายไปด้วย

ในวงการความงามจึงได้มีการนำเอาคุณสมบัตินี้มาใช้ในการแก้ปัญหาริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอบดวงตา ฉีดบริเวณรักแร้หรือฝ่ามือสำหรับผู้ที่มีเหงื่อมาก และที่นิยมที่สุดก็คือการฉีดสลายกรามเพื่อทำให้หน้าเรียวลง การฉีดโบท็อกซ์หนึ่งครั้งจะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับอาการที่เป็น บริเวณที่ฉีด ปริมาณของตัวยามากน้องเพียงใด

การฉีดโบท็อกซ์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเพียงเล็กน้อยและไม่อยากเจ็บตัวมาก ไม่อยากใช้เวลาพักฟื้นนาน และยังไม่มั่นใจกับผลลับหากต้องทำศัลยกรรมถาวร สามารถฉีดโบท็อกซ์เพื่อสังเกตรูปหน้าที่เปลี่ยนไปหากพึงพอใจแล้วอาจไม่จะเป็นต้องทำศัลยกรรมเลยก็ได้ การฉีดโบท็อกซ์ควรทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือนหรือ 1 ปีขึ้นอยู่กับตัวยา

3. ร้อยไหม

การร้อยไหม คือ เทคนิคการใช้ไหมละลายในการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวด้วยไหมประเภทที่สามารถละลายได้ เป็นอีกหนึ่งวิธีเสริมความงามโดยไม่ต้องผ่าตัด หลักการของเทคนิคนี้คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่ายใต้ผิวหนัง เมื่อเกิดแผลจากที่ร้อยไหมร่างกายจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม มีผลให้ผิวหน้าดูเต่งตึง กระชับพร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย

ไหมละลายทุกวันนี้มีการพัฒนาไปมาก ทั้งในเรื่องของรูปร่างรูปทรงเช่น ไหมเรียบ ไหมเกลียว และวัสดุที่นำมาทำเป็นไหม ไหมชนิดที่นิยมใช้กันอีกประเภทหนึ่งคือ “โพลีไดอ๊อกซาโนน” (polydioxanone หรือ PDO) ซึ่งเป็นไหมที่นำมาใช้ในการทำศัลยกรรมเย็บเส้นเลือดหัวใจ ข้อดีคือไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง โอกาสแพ้น้อยมาก ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในและต่างประเทศ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

4. เมโส (Meso Therapy)

“เมโส” คำเรียกสั้น ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักใช้เรียกกัน จริงแล้ว ๆ คำนี้มีชื่อเต็มว่า Meso Therapy คำว่าเมโสหมายถึงสิ่งที่อยู่ใต้ผิวหนัง เช่น ชั้นไขมัน หรือเนื้อเยื่อต่าง ๆ การเสริมความวามด้วยเมโสจึงเป็นการรักษาและบำรุงผิวที่อยู่ใต้ผิวหนังนั่นเอง เมโสมีประโยชน์ที่หลากหลาย แต่ในส่วนของความงามจะมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

กระบวนการรักษาด้วยเมโส

การรักษาด้วยเมโส ไม่ว่าจะเป็นเมโสหน้าใสหรือเมโสแฟต ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการฉีด พอพูดถึงคำว่าฉีดหลายคนอาจจะกลัวเพราะภาพที่เคยเห็นเป็นการทิ่มเข็มทั่วหน้ากันเลยทีเดียว แต่แท้จริงแล้วหลักการฉีดเมโสนั้นจะใช้เข็มที่เล็กมาก คลินิกส่วนใหญ่ใช้เข็มเบอร์ 30 ซึ่งเล็กพอ ๆ กับเส้นผมเลยทีเดียว

จริงอยู่ว่าเมโสนั้นจะต้องทำการฉีดหลายจุด แต่โดยส่วนใหญ่แพทย์จะทำการเตรียมผิวให้พร้อมก่อนเสมอด้วยการฉีดยาชา หรือใช้วิธีCoolingเย็นคือการทำให้ผิวชาด้วยน้ำแข็งนั่นเอง หลักการทำงานของเมโสทั้ง 2 ประเภทนี้คือการใช้เข็มสะกิดตัวยาเพียงเล็กน้อย จากนั้นทำการฉีดเข้าไปที่ใต้ผิวหนัง

การฉีดเมโสจะทำเป็นบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เช่นหากทำเมโสหน้าใส ก็จะฉีดบริเวณผิวหน้า หากสลายไขมันที่สะโพกต้นขา ก็จะฉีดที่บริเวณต้นขาตามอาณาบริเวณที่ต้องการลด การใช้เข็มจิ้มหลายทีจึงอาจทำให้หลายคนรู้สึกกลัว แต่ด้วยความที่เข็มเล็กมากและทำการเตรียมผิวมาก่อนบวกกับอาศัยความชำนาญของแพทย์จึงทำให้การฉีดเมโสไม่เจ็บอย่างที่คิด ซึ่งถ้าเทียบกับการศัลยกรรมแล้วเจ็บน้อยกว่าหลายเท่าเลยทีเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) คืออะไร?
การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

  1. เมโสหน้าใส ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยบำรุงในด้านผิวพรรณโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ
  2. เมโสแฟต ซึ่งป็นการรสลายไขมัน สำหรับคนที่มีปัญหาแก้มย้อยเพราะมีการสะสมไขมันที่ใบหน้า รวมถึงการสลายไขมันบริเวณต้นแขนต้นขา

3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Healing Childhood Psychological Trauma and Improving Body Image Through Cosmetic Surgery. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6694798/)
Breast Implants: Silicone Vs. Saline, Cost, Problems, Recovery. WebMD. (https://www.webmd.com/beauty/cosmetic-procedures-breast-augmentation)
10 Common Plastic Surgery Complications: Hematoma, Infection, More. Healthline. (https://www.healthline.com/health/most-common-plastic-surgery-complications)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง
การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

แก้ไขปัญหาริ้วรอย หน้าผาก ร่องลึกริมฝีปาก ใต้ตาลึก หรือปรับแต่งรูปหน้าให้เข้ารูป แลดูอ่อนวัย ด้วยการฉีดฟิลเลอร์!

ศัลยกรรมยกมุมปาก
ศัลยกรรมยกมุมปาก

การศัลยกรรมยกมุมปาก คืออะไร ต้องผ่าตัดอย่างเดียวหรือไม่ ทำแล้วอยู่ได้นานเท่าใด และมีวิธีดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร?