Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
เด็กพิเศษ

เด็กพิเศษ หมายถึงอะไร? ต้องมีความผิดปกติแบบไหน ด้านใดบ้าง?

เด็กพิเศษมีหลายประเภท อาการแบบไหนถึงเรียกว่า เด็กพิเศษ อ่านเลย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,806,141 คน

เด็กพิเศษ หมายถึงอะไร? ต้องมีความผิดปกติแบบไหน ด้านใดบ้าง?

เด็กพิเศษ คือ เด็กที่มีความต้องการพิเศษในการดูแลและส่งเสริมด้านต่างๆ เป็นพิเศษมากกว่าเด็กปกติทั่วไป อาจต้องจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความพิเศษของเขา 

เด็กพิเศษไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่พวกเขาต้องการโอกาสและพื้นที่ให้เขาได้แสดงความสามารถ ต้องการยอมรับ และความเข้าใจในการช่วยเหลือ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

เด็กพิเศษแยกออกเป็น  3 กลุ่ม

เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หรือเด็กอัจฉริยะ 

เด็กที่มีความสามารถด้านต่างๆ สูงกว่าเด็กปกติทั่วไป เป็นเด็กที่มีความฉลาด หรือระดับสติปัญญา (IQ) สูงกว่าเกณฑ์ปกติ (มากกว่า 130 ขึ้นไป) ร่วมกับการมีความคิดสร้างสรรค์ (creativity) เช่น เด็กปัญญาเลิศ จะมีสติปัญญาสูง ฉลาด มีความสามารถทางด้านกีฬา ดนตรี เป็นเลิศ  ซึ่งผู้ปกครองจะเห็นจุดเด่นเหล่านี้ได้ชันเจน  

เด็กกลุ่มนี้ต้องการการส่งเสริมที่ต่างจากเด็กปกติ  เพราะ สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วกว่าเด็กปกติ อาจส่งผลให้เกิดความแตกต่างในชั้นเรียน หรือได้รับการเรียนรู้ที่ไม่เหมาะสมกับความสามารถ เป็นต้น

เด็กที่มีความบกพร่องมี 9 ประเภท 

เด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กที่มีปัญหาด้านต่างๆ อาจส่งผลให้เด็กเรียนรู้ช้า หรือพัฒนาการบางด้านอาจจะได้ไม่เท่าเด็กปกติในช่วงวัยเดียวกัน  ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้จึงต้องการการช่วยเหลือ และวิธีการที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป

  • เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (Children with Mental Retardation)
    เด็กที่มีความบกพร่องในการทำงานของกระบวนการทางปัญญา มีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการปรับตัวตั้งแต่  2  ประการขึ้นไป ระดับสติปัญญาต่ำกว่า 70 โดยอาการจะต้องปรากฏก่อนอายุ 18 ปี เช่น  
    • กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม
    • กลุ่มอาการเวโลคาร์ดิโอเฟเชียล 
    • กลุ่มอาการของทารกที่ถือกำเนิดจากมารดาที่ดื่มแอลกอฮอล์ 
    • โรคท้าวแสนปม 
    • ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด  
    • กลุ่มอาการวิลเลี่ยม 
    • กลุ่มอาการฟีนิลคีโตนูเรีย 
    • กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี
    • กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (Children with Hearing Impaired )
    เด็กบกพร่องทางการได้ยิน หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องหรือสูญเสียการได้ยิน เป็นเหตุให้รับฟังเสียงได้ไม่ชัดเจน มี 2 ประเภท คือ เด็กหูตึงและเด็กหูหนวก สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้จากการไม่ตอบสนองเมื่อเรียก พูดไม่ชัดหรือมีเสียงแปลกผิดปกติ มักแสดงท่าทางมากกว่าพูด ไม่สามารถทำตามสั่งได้ ในบางรายอาจมีพฤติกรรมซนและสมาธิสั้นร่วมด้วย
  • เด็กบกพร่องทางการเห็น (Children with Visual Impairments Children)
    เด็กบกพร่องทางการเห็น หมายถึง เด็กที่มองไม่เห็น หรือเห็นแบบเลือนลาง และมีความบกพร่องทางสายตาทั้งสองข้าง เด็กอาจแสดงอาการได้หลากหลาย เช่น ปวดศีรษะ เคืองตา ขยี้ตาบ่อยๆ เพ่งอ่านหนังสือใกล้ๆ มีปัญหาในการแยกตัวอักษรหรือรูปทรง เหม่อลอย ไม่มีสมาธิไม่สนใจเรียน เดินซุ่มซ่าม ชนวัตถุบ่อยๆ เป็นต้น
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (Children with Physical and Health Impairments)
    เด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ หมายถึง เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนหายไป กระดูก กล้ามเนื้อพิการ เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรงหรือเฉียบพลัน มีความพิการทางระบบประสาทสมอง มีความลำบากในการเคลื่อนไหวจนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียน และการทำกิจกรรมต่างๆ
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา (Children with Speech and Language Disorders)
    เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา หมายถึง เด็กที่พูดไม่ชัด  ลีลาจังหวะการพูดผิดปกติ ออกเสียงผิดเพี้ยน อวัยวะที่ใช้ในการพูดไม่สามารถเป็นไปตามลำดับขั้น การใช้อวัยวะเพื่อการพูดไม่เป็นไปดั่งตั้งใจ คำพูดที่ยาก ซับซ้อน หรือยาว จะยิ่งมีปัญหามาก

    นอกจากนี้ เด็กที่มีอาการพูด และใช้ภาษาที่ผิดปกติ ก็จัดอยู่ในเด็กกลุ่มนี้เช่นกัน สังเกตอาการได้จากการพูดผิดที่แปลกไปจากคนทั่วไป ทำให้ฟังไม่รู้เรื่อง สื่อความหมายต่อกันไม่ได้
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์  (Children with Behaviorally and Emotional Disorders)
    เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ หมายถึง เด็กที่มีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในสภาพปกติแบบเด็กปกตินานๆ ไม่ได้ หรือเด็กที่ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างของตนเองไม่ได้ ซึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่พอใจของสังคม ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเรียบร้อยสอดคล้องกับสภาพการณ์
  • เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้  (Children with Learning Disabilities)
    เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ หมายถึง เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง โดยมีความบกพร่องหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งอย่าง ทำให้เด็กเหล่านี้มีปัญหาทางการใช้ภาษา การพูด การเขียน

    ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการขาดแรงเสริม ด้อยโอกาสทางสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม หรือเป็นเพราะครูสอนไม่มีประสิทธิภาพ

    ไม่นับรวมถึงเด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการหรือความบกพร่องทางร่างกาย
  • เด็กออทิสติก  (Autistic)
    เด็กออทิสติก หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องอย่างรุนแรงในการสื่อความหมายพฤติกรรมสังคมและความสามารถทางสติปัญญา  ในการรับรู้อาการต่างๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนเป็นระยะๆ  เด็กออทิสติกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ของตนเอง แตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ ที่เป็นเด็กออทิสติกเหมือนกัน

    เนื่องจากเด็กออทิสติกจะแสดงอาการความรุนแรงมากน้อยต่างกัน ประกอบกับเด็กแต่ละคนมีบุคลิกภาพของตัวเอง ทำให้ต้องจัดวิธีการดูแลเฉพาะแต่ละบุคคล ผู้ปกครองจึงควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  

    อาการออทิสติกนั้นจะคงอยู่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถสอนให้เขาดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานได้ เช่น การรับประทานอาหาร การดูแลตัวเอง สามารถสอนงานฝีมือเพื่อเลี้ยงชีพได้ เป็นต้น    

    เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบพัฒนาการทางทักษะด้านต่างๆ ของเด็กออทิสติกใน 4 ด้าน คือ ด้านทักษะการเคลื่อนไหว ด้านทักษะการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรงขนาดและพื้นที่ ด้านทักษะภาษาและการสื่อความหมาย และด้านทักษะทางสังคม  จะพบว่า เด็กออทิสติกมีพัฒนาการด้านภาษาและพัฒนาการด้านสังคมต่ำมาก แต่จะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ด้านการรับรู้รูปทรงขนาดและพื้นที่สูง

    จะพบว่า ถ้าความแตกต่างระหว่างทักษะด้านภาษาและสังคมต่ำกว่าทักษะด้านการเคลื่อนไหวและการรับรู้รูปทรงมากเท่าใด ความเป็นไปได้ของออทิสติกก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น  พัฒนาการที่ผิดปกตินี้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงตลอดชีวิตซึ่งมักจะเริ่มปรากฎในระยะ 3 ปีแรกของชีวิต
  • เด็กพิการซ้ำซ้อน  (Children with Multiple Handicaps)
    เด็กพิการซ้ำซ้อน หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก เช่น ปัญญาอ่อน–ตาบอด ปัญญาอ่อน-ร่างกายพิการ หูหนวก-ตาบอด  ฯลฯ

เด็กยากจน หรือเด็กด้อยโอกาส 

เด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก เนื่องจากประสบปัญหาต่างๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป ขาดโอกาส หรือไม่มีโอกาสที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษา ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ

เด็กที่ด้อยโอกาสกลุ่มอื่นๆ เช่น เด็กต่างด้าว เด็กเร่ร่อน เด็กที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม ปล่อยปละละเลย ถูกทอดทิ้ง หรือถูกทารุณกรรม ฯลฯ เด็กกลุ่มนี้จัดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ที่มาของข้อมูล

International Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) (https://www.who.int/classifications/icf/en/), 2 March 2018

เด็กพิเศษ, กระทรวงศึกษาธิการ. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำ หนดประเภทและหลักเกณฑ์ของ คนพิการทางการศึกษา (http://www.mua.go.th/users/he-commission/doc/law/ministry%20law/1-42%20handicap%20MoE.pdf), 2552


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป