ทน.ปภัสรา กัลปพฤกษ์ นักเทคนิคการแพทย์
เขียนโดย
ทน.ปภัสรา กัลปพฤกษ์ นักเทคนิคการแพทย์
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD
การกินเพื่อสุขภาพ

เชื้อราที่ก่อโรค

ทำความรู้จักกับเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคในคน สาเหตุ อาการของโรค เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและรักษา
เผยแพร่ครั้งแรก 27 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 8 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
เชื้อราที่ก่อโรค

ราเป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส มีลักษณะคล้ายกับพืช แต่ไม่มีคลอโรฟิลล์ ทำให้ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง ต้องอาศัยการดูดซึมอาหารจากซากพืชซากสัตว์ตามสิ่งแวดล้อมแทน ราหลายชนิดก่อให้เกิดโรคในคน พืช และสัตว์ แต่ราบางชนิดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอุตสาหกรรม เช่น การผลิตกรดซิตริกที่ผลิตได้จาก Asperigillus niger นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร หรือเครื่องสำอาง หรือการผลิตยาปฎิชีวนะ Penicillin ผลิตจาก Penicillium chrysogenum

ประเภทของเชื้อรา

ราสามารถจัดประเภทตามลักษณะรูปร่าง แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 27
  1. เชื้อราเซลล์เดียว หรือ พวกยีสต์ ลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวรูปร่างทรงกลม เจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ 35-37oc ส่วนใหญ่จะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหน่อ
  2. เชื้อราหลายเซลล์ หรือ ราสาย มีรูปร่างเป็นเส้นสาย เจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ 22-25oc  ราสายมีทั้งแบบที่มีผนังกั้นและไม่มีผนังกั้น
  3. ราสองรูป ราที่มีความสามารถในการก่อโรคสูง โดยพบว่าถ้าเจริญเติบโตตามธรรมชาติ มักพบว่ามีรูปร่างเป็นราสาย แต่เมื่ออาศัยเป็นปรสิตในคนหรือสัตว์จะอยู่ในรูปของยีสต์

การก่อโรคของเชื้อรา

การก่อโรคของเชื้อรา สามารถแบ่งตามความลึกของการเจริญเข้าไปในร่างกาย แบ่งได้เป็น 4 ประเภท

  1. โรคติดเชื้อราที่ผิวหนัง (Superficial Mycoses) : เกิดบริเวณส่วนนอกสุดของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณที่มีเคราติน ตามขน ผม และผิวหนังชั้นนอก กลุ่มเชื้อราเหล่านี้จะไม่มีการบุกรุกเขาทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้ไม่พบการอักเสบ กลุ่มโรคที่พบบ่อยได้แก่
    • โรคเกลื้อน (Pityriasis Versicolor) :  เชื้อส่วนใหญ่ที่เป็นสาเหตุ Malassezia furfur พบบ่อยในคนที่มีเหงื่อออกมากและมีไขมันสะสม ร่วมกับการดูแลรักษาความสะอาดที่ไม่เหมาะสม จะพบรอยแต้มด่างๆ มีขุยละเอียด ไม่มีอาการอักเสบ
      • การตรวจวินิจฉัย : พบกลุ่ม budding yeast cells และท่อน hyphae ภายใต้กล้องจุลทรรศน์
      • การรักษา : รักษาสุขลักษณะ ใส่เสื้อผ้าระบายอาการไม่อับชื้นร่วมกับการใช้ยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่
        1. ยาทา Sodium thiosulfate, Imidazole
        2. ยากิน Ketoconazole
        3. ยาสระผมที่มีสาร Selenium sulfate ที่เป็นส่วนประกอบ
  2. โรคติดเชื้อราชั้นผิวหนัง (Cutaneous mycoses) : เชื้อจะก่อโรคในบริเวณที่มีการสร้างเคราติน เช่น ผิวหนังกำพร้าชั้นขี้ไคล เส้นผม และเล็บ

    • โรคกลาก (Dermatophytoses) : เชื้อมีการหลั่งเอนไซม์มาย่อยเคราติน ส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณนั้น รอยโรคจะขยายวงกว้างจากตรงกลางเป็นแผลเป็นราบเรียบและมีขอบสีแดงนูน เชื้อก่อนโรคที่พบบ่อยในคนมี 3 สกุลได้แก่ Microsporum, Trichophyton และ Epidermophyton การติดเชื้อโรคกลากในอวัยวะต่างๆ จะมีชื่อเรียกที่ต่างกัน เช่น Tinea Capitis(กลากที่ศีรษะ), Tinea faciei(กลากที่ใบหน้า), Tinae cruris (กลากที่ขาหนีบ), Tinea unguium(กลากที่เล็บ) เป็นต้น

      รูปที่ 1 : https://images.app.goo.gl/ZASS...

      • การตรวจวินิจฉัย : พบราสายที่มีผนังกั้น อาจพบราสายที่มีการแตกแขนงหรือพบ arthrospore ร่วมด้วย นอกจากนั้นจะต้องเพาะเลี้ยงเชื้อราเพื่อตรวจลักษณะโคโลนีของเชื้อ นำไปสู่การระบุสายพันธุ์และแนวทางการรักษาต่อไป
      • การรักษา : ยาฆ่าเชื้อราที่ใช้ ได้แก่
        1. ยาทา Whittied’s ointment, Tolnaftate, Imidazole
        2. ยากิน Griseofulrin, Azole derivatives, Triazole derivatives
        3. ยาสระผมที่มีสาร Selenium sulfate เป็นส่วนประกอบ
  3. โรคติดเชื้อราใต้ผิวหนัง (Subcutaneous mycoses) : เกิดพยาธิสภาพที่ชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง เชื้อสามารถลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงได้ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือถูกของแหลมทิ่มตำ
    • โรค Chromoblastomycosis : เชื้อก่อโรคเป็นกลุ่มราดำ ใช้เวลาเป็นเดือนหรือหลายปี รอยโรคเริ่มจากตุ่มเล็กๆแล้วจึงขยายใหญ่ขึ้น ขอบขรุขระ ตรงกลางเป็นก้อนแข็งคล้ายดอกกะหล่ำ(Cauliflower like lesion) แต่ไม่มีอาการเจ็บ เชื้อก่อโรคที่พบบ่อยได้แก่ Cladosporium carrionii, Phialophora verrusosa
      • การตรวจวินิจฉัย : เมื่อนำสะเก็ดมาตรวจพบเซลล์ลักษณะกลม ผนังหนาสีน้ำตาลแกมดำ
      • การรักษา : รอยโรคขนาดเล็ก รักษาโดยใช้เลเซอร์ควบคู่กับ Thermotherapy เป็นวิธีการกำจัดโรคได้ดี ส่วนการผ่าตัดเป็นการรักษาเพื่อลดการแพร่กระจ่ายของเชื้อโรคเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังจำเป็นที่จะต้องใช้ยารักษาควบคู่ไปด้วย เช่น Amphontericin B, Ketoconazole, Itraconazole
  4. โรคติดเชื้อราหลายระบบของร่างกาย (Systemic Mycoses) : เป็นการติดเชื้อราในระบบอวัยวะภายใน เชื้อที่ก่อโรคมักเกิดจากราประเภทสองรูป
    • โรค Histoplasmosis : จะพบเชื้อในบริเวณที่มีไนโตเจนสูงได้แก่ ดินที่ปนเปื้อนมูลนกพิราบ หรือมูลค้างคาวในถ้ำ ผู้ป่วยติดเชื้อโดยการหายใจเอาเชื้อเข้าสู่ปอด เชื้อที่เป็นสาเหตุคือ Histoplasma capsulatuni var. capsulatum
      • การตรวจวินิจฉัย : นำชิ้นเนื้อมาย้อมสีจะพบ Intracellular budding yeast cell ภายใต้กล้องจุลทรรศน์(รูปที่ 2) รูปที่ 2 Intracellular budding yeast cell (https://images.app.goo.gl/gfAxtfDx4ibVy7y4A)
      • การรักษา : ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย รักษาประคบประคองตามอาการ สามารถหายเองได้ แต่ถ้าเชื้อรุนแรงและมีการแพร่กระจ่ายจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษา เช่น Itraconazole, Amphotericin B, Ketoconazole รูปที่ 2 Intracellular budding yeast cell (https://images.app.goo.gl/gfAxtfDx4ibVy7y4A)  

4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
พรพรรณ ภูมิรัตน์, วิทวัส ตันหยง, นัฎฐเนศวร์ ลับเลิศลบ. เชื้อราทางการแพทย์. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2556;2:31-44.
กัญญา ปรีชาศุทธิ์, ขจรศักดิ์ ตระกูลพัว, บงกชวรรณ สุตะพาหะ,บรรณาธิการ. เชื้อราที่สำคัญทางการแพทย์. เชียงใหม่: ภาควิชาจุลชีววิทยาคลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2547.
Natthanej Luplertlop, Supattra Suwanmanee. Dermatophytosis: from bench to bedside. The Journal of tropical medicine and parasitology 2013;36:75-87.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม