โรคเบาหวาน

อาการและสาเหตุของโรคเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 668783222 %281%29

หากคุณเริ่มเป็นโรคเบาหวานคุณจะเกิดอาการอย่างไร มาเรียนรู้อาการที่สำคัญที่อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานที่ต้องได้รับการรักษา รวมถึงสาเหตุของเบาหวานแต่ละชนิดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคเบาหวานจะปรากฏอาการอย่างไรบ้าง ?

อาการของโรคเบาหวาน ได้แก่

  • กระหายน้ำ และปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • หิวบ่อยเพิ่มขึ้น
  • เมื่อยล้าตามตัว
  • มองเห็นภาพซ้อน มองภาพไม่ชัด
  • ชาหรือรู้สึกเสียวซ่านตามเท้าหรือมือ
  • เป็นแผลที่ไม่หาย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถเริ่มได้อย่างรวดเร็ว เช่นภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่สำหรับอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักเกิดให้เห็นช้ากว่า เช่น หลังช่วงหลายปีผ่านไป และอาจมีอาการให้สังเกตน้อยมาก จนคุณอาจไม่ได้สังเกตเห็น นอกจากนี้ หลายคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จะไม่มีอาการ บางคนไม่พบว่าพวกเขามีโรคเบาหวานจนกว่าพวกเขาจะมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานไปแล้ว เช่นตาพร่ามัว หรือโรคหัวใจ และตรวจพบโรคเบาหวานโดยบังเอิญ

สาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกัน (ระบบของร่างกายในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและการติดเชื้อ) เข้าทำลายเบต้าเซลล์ในตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นั้นเกิดจากกรรมพันธุ์ ร่วมกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น การติดเชื้อไวรัส ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคได้ การศึกษาหลายๆแห่ง เช่นจาก TrialNet กำลังค้นคว้าวิจัยเพื่อระบุสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่แน่ชัด รวมถึงวิธีที่เป็นไปได้ในการป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคดังกล่าว

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คืออะไร?

โรคเบาหวานชนิดที่ที่ 2 เป็นโรคเบาหวานชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย นั่นคือปัจจัยการดำเนินวิถีชีวิตและปัจจัยทางกรรมพันธุ์

ภาวะน้ำหนักเกินความอ้วนและการไม่ออกกำลังกาย

คุณมีแนวโน้มที่จะพัฒนาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หากคุณไม่ค่อยขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน และมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจทำให้เกิดความต้านทานต่อฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ตำแหน่งของไขมันสะสมในร่างกายยังมีผลแตกต่างกัน ไขมันหน้าท้องส่วนเกินนั้นเกี่ยวข้องกับความต้านทานต่อฮอร์โมนอินซูลินในโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมไปถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อดูว่าน้ำหนักของคุณทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือไม่ โปรดเทียบกับแผนภูมิดัชนีมวลกาย (BMI) ในส่วนประเมินความเสี่ยงถัดไป

ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีสาเหตุเริ่มต้นจาก ภาวะดื้อต่ออินซูลิน นั่นคือ ภาวะที่กล้ามเนื้อตับและเซลล์ไขมันไม่ใช้สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินได้ดีเช่นเคย เป็นผลให้ร่างกายของคุณต้องการอินซูลินมากขึ้นเพื่อช่วยให้เซลล์รับน้ำตาลกลูโคสจากเลือดไปใช้งานในช่วงแรก ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินมากขึ้นเพื่อให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นแต่เมื่อเวลาผ่านไปตับอ่อนก็จะไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอเท่าที่ต้องการ และทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขึ้นจากสาเหตุดังกล่าว

กรรมพันธุ์และประวัติครอบครัว

เช่นเดียวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ยีนบางตัวในสายกรรมพันธุ์ของคุณ อาจทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากขึ้นกว่าคนอื่นๆซึ่งความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากคุณเป็นกลุ่มเชื้อชาติ / ชาติพันธุ์เหล่านี้:

  • ชาวแอฟริกันอเมริกัน
  • ชาวอะแลสกา
  • ชาวอเมริกันอินเดียน
  • ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย
  • ละตินอเมริกา / ติน
  • ชนพื้นเมืองฮาวาย
  • ชาวเกาะแปซิฟิก

ยีนหรือกรรมพันธุ์ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทางอ้อมได้โดยการเพิ่มความเสี่ยงให้คนมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนได้ด้วย

สาเหตุของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์คืออะไร?

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเบาหวานขณะตั้งครรภ์เป็นโรคเบาหวานชนิดหนึ่งที่พัฒนาขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในครรภ์ควบคู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมและการดำเนินชีวิต

ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ฮอร์โมนที่ผลิตโดยรกทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มมากขึ้นซึ่งเกิดขึ้นในผู้หญิงทุกคนในช่วงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะสามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอที่จะเอาชนะภาวะดื้อต่ออินซูลินเหล่านั้น แต่บางคนก็ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการนั้น นั่นคือ เบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นเมื่อตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากฮอร์โมนของรก

และเช่นเดียวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะน้ำหนักเกินก็เกี่ยวข้องกับเบาหวานขณะตั้งครรภ์เช่นกัน ผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนอาจเกิดภาวะภาวะดื้อต่ออินซูลินเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ การมีน้ำหนักมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์ก็อาจถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นไปได้

ปัจจัยทางกรรมพันธุ์และประวัติครอบครัว

มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับเบาหวานนั้น ทำให้หญิงผู้นั้นมีความเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ซึ่งแสดงว่ากรรมพันธุ์นั้นมีบทบาทสำคัญ ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมความผิดปกติเกิดขึ้นบ่อยครั้งในกลุ่มชาวเอเชีย ชาวแอฟริกัน อเมริกันอินเดียน และชาวละตินมากกว่าชนชาติอื่น

ปัจจัยอื่นใดอีกที่อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน?

การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม, โรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ, ความเสียหายของตับอ่อนและการใช้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน

การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม

โรคเบาหวานชนิดโนโนเจนิก (Monogenic diabetes) เกิดจากการกลายพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของยีนเดี่ยวที่อยู่บนสายโครโมโซม ความผิดปกติเหล่านี้มักจะถ่ายทอดส่งต่อกันในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น แต่บางครั้ง การกลายพันธุ์ของยีนเกิดขึ้นเองได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับจากพ่อหรือแม่โดยตรง การกลายพันธุ์ของยีนเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำให้เกิดโรคเบาหวานผ่านกลไกที่ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ ชนิดของโรคเบาหวานที่พบมากที่สุดของโรคเบาหวานกลุ่มนี้ คือเบาหวานทารกแรกเกิด และโรคเบาหวานที่เริ่มมีอาการไวในช่วงวัยเยาว์ (maturity-onset diabetes of the young: MODY) โรคเบาหวานทารกแรกเกิดจะเกิดอาการขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และแพทย์มักจะวินิจฉัยโรคเบาหวานที่เริ่มมีอาการไวในช่วงวัยเยาว์ ในช่วงระหว่างวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ช่วงต้น แต่บางครั้งก็ไม่มีอาการ และได้รับการวินิจฉัยภายหลังในช่วงที่มีอายุมากขึ้นก็เป็นได้

โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Fibrosis cystic) จะทำให้เกิดการผลิตเมือกหนา ซึ่งทำให้เกิดแผลเป็นในตับอ่อน โดยแผลเป็นเหล่านี้สามารถขัดขวางไม่ให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้มากเพียงพอ

โรคฮีโมโครมาโตซิส (hemochromatosis) เป็นภาวะที่ทำให้ร่างกายเก็บธาตุเหล็กไว้มากเกินไป ถ้าโรคไม่ได้รับ การรักษา เหล็กที่สะสมไว้สามารถแทรกซึม และเข้าทำลายตับอ่อนและอวัยวะอื่น ๆที่เกี่ยวข้องได้

โรคฮอร์โมน

โรคฮอร์โมนบางโรคทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนบางชนิดมากเกินไปซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเกิดเป็นโรคเบาหวานตามมาได้ เช่น

กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing syndrome) เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) หรือมักเรียกว่าฮอร์โมนแห่งความเครียดมากเกินไป

ภาวะอโครเมกาลี (Acromegaly) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของโครงสร้างร่างกายมากเกินไป

ภาวะไทรอยด์สูง (Hyperthyroidism) นั่นคือ ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป

ความเสียหายต่อตับอ่อน

ภาวะตับอ่อนอักเสบ มะเร็งตับอ่อน และการบาดเจ็บต่อตับอ่อน อาจทำให้เกิดเบต้าเซลล์ถูกทำลายไป หรือกระทบกระเทือนจนทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ ส่งผลให้เกิดเป็นโรคเบาหวานตามมา ถ้าตับอ่อนที่เสียหายถูกกำจัดออกไป โรคเบาหวานจะเกิดขึ้นเนื่องจากการสูญเสียของเบต้าเซลล์ดังกล่าว

ยา

บางครั้งยาบางตัวอาจเป็นอันตรายต่อเบต้าเซลล์หรือรบกวนการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินได้ ได้แก่

  • ไนอาซิน  (niacin)  - วิตามินบี 3รูปแบบหนึ่ง
  • ยาขับปัสสาวะบางชนิด
  • ยากันชักบางตัว
  • ยาจิตเวช
  • ยารักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเอชไอวี  (HIV)
  • ยาเพนตามิดีน  (pentamidine)  - ยาที่ใช้ในการรักษาโรคปอดบวมชนิดหนึ่ง
  • ยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์  (glucocorticoids)  - ยาที่ใช้ในการรักษาอาการอักเสบเรื้อรัง เช่นโรคไขข้ออักเสบโรคหืดหอบ กลุ่มอาการลูปัส และอาการลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล
  • ยาต้านภูมิคุ้มกัน - ใช้ในกลุ่มผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ
  • ยากลุ่มสตาติน  (statin)  ซึ่งเป็นยาลดระดับไขมันชนิดเลว  (LDL)  สามารถเพิ่มโอกาสที่คุณจะเป็นโรคเบาหวานได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตามยากลุ่มนี้ ก็ช่วยปกป้องคุณจากโรคหัวใจและ โรคหลอดเลือดสมองได้ดี ด้วยเหตุผลนี้ การทานยาสตาตินก็ได้ผลประโยชน์ที่สำคัญคุ้มค่า เมื่อเทียบกับความเสี่ยงเล็กน้อย  ที่คุณจะเป็นโรคเบาหวาน

ถ้าคุณใช้ยาเหล่านี้ที่ได้กล่าว และกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดพูดคุยกับแพทย์ประจำตัวถึงโอกาส ความเสี่ยงและแนวทางที่เป็นไปได้ในการรักษา

 

https://www.niddk.nih.gov/health-information/diabetes/overview/symptoms-causes

 

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่