การกินเพื่อสุขภาพ

โซเดียม (Sodium) แร่ธาตุสำคัญที่ทานมากไปอาจเป็นโทษ

เผยแพร่ครั้งแรก 16 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 5 มิ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
โซเดียม (Sodium) แร่ธาตุสำคัญที่ทานมากไปอาจเป็นโทษ

เมื่อพูดชื่อ “โซเดียม” หลายคนอาจจะงงว่าคืออะไร แต่ถ้าพูดว่า “เกลือ” ล่ะก็ ทุกคนคงร้องอ๋อ...เพราะแท้จริงแล้วโซเดียมที่เราทานเข้าไปมักอยู่ในรูปของเกลือแกงนั่นเอง นอกจากนี้ โซเดียมอาจปะปนอยู่ในเครื่องปรุงรสและผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารอื่นๆ ด้วย เช่น น้ำปลา ซอส ผงชูรส ผงฟู และเครื่องดื่มชูกำลัง โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมาก แต่ขณะเดียวกัน การรับโซเดียมมากเกินไปก็อาจเป็นโทษต่อสุขภาพอย่างรุนแรงได้

ความสำคัญของโซเดียมต่อร่างกาย

โซเดียมมีบทบาทสำคัญในระบบต่างๆ มากมาย ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195
  • ช่วยปรับแรงดันภายในและภายนอกเซลล์ อีกทั้งช่วยควบคุมการกระจายตัวของน้ำ จึงช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์บวมน้ำ และไม่ให้ร่างกายเสียน้ำมาก
  • ช่วยควบคุมสมดุลกรด-เบสภายในร่างกาย
  • มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ และประสาทกระตุ้นกล้ามเนื้อ
  • เกี่ยวข้องกับการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสและกรดอะมิโนในทางเดินอาหาร รวมถึงการดูดกลับแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่หลอดไต
  • ช่วยควบคุมระดับโพแทสเซียมและแร่ธาตุชนิดอื่นๆ ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ให้สมดุล
  • เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างกระดูกและฟัน
  • เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อยในทางเดินอาหาร

จะเห็นว่าโซเดียมมีความสำคัญมาก หากร่างกายมีโซเดียมต่ำก็จะส่งผลร้ายแรงได้ เช่น สมดุลกรด-เบสผิดปกติ ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ ทำให้ช็อกและอันตรายถึงชีวิตได้

โทษของโซเดียมต่อสุขภาพ

แม้โซเดียมจะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายขาดไม่ได้ แต่หากเรารับโซเดียมมากเกินไป ก็อาจเกิดโทษต่อสุขภาพตามมาได้ เช่น

  • เมื่อโซเดียมในร่างกายสูง จะทำให้เลือดข้น ส่งผลให้มีการดึงน้ำจากในเซลล์ออกมาในกระแสเลือด และทำให้เกิดความดันโลหิตสูงตามมา
  • ไตต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง และเกิดภาวะไตวายในอนาคตได้
  • หัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นเช่นกัน จึงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
  • ทำให้ร่างกายบวม โดยเฉพาะใบหน้า มือ เท้า ขา เนื่องจากโซเดียมดึงน้ำออกมารอบๆ เซลล์
  • ทำให้ผิวเหี่ยวและแห้งกร้าน เพราะมีการดึงน้ำออกจากเซลล์ผิว ทำให้ผิวหนังเสียความชุ่มชื้น

ทานโซเดียมอย่างไรให้พอดี?

ตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก ปริมาณโซเดียมที่สามารถรับได้โดยไม่เป็นอันตราย สำหรับคนปกติคือไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน (หรือการทานเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน) แต่สำหรับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคหัวใจ ต้องจำกัดปริมาณโซเดียมให้น้อยกว่านั้น

ข้อแนะนำในการรับโซเดียมอย่างเหมาะสม

  • ควรงดอาหารที่มีโซเดียมสูง ซึ่งได้แก่ อาหารหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารปรุงรสจัด ขนมขบเคี้ยว และอาหารฟาสต์ฟู้ด โดยเฉพาะคนที่มีโรคความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคหัวใจ ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • อ่านฉลากอาหารก่อนรับประทาน โดยอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ จะระบุปริมาณโซเดียมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เราทราบว่าเรารับโซเดียมเข้าไปมากน้อยแค่ไหน และคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากความต้องการของร่างกาย
  • หากต้องการลดปริมาณเกลือและโซเดียมในอาหารบางอย่าง เช่น ผักดอง เนื้อเค็ม ให้นำอาหารเหล่านั้นมาล้างน้ำเพื่อให้เกลือเจือจางก่อน จึงนำไปปรุงอาหารตามปกติ
  • ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อเจือจางปริมาณโซเดียมในร่างกายไม่ให้มากเกินไป และยังป้องกันไม่ให้มีการดึงน้ำออกจากเซลล์มากเกินจำเป็นด้วย
  • หากเราป่วยและมีอาการท้องเสีย อาเจียน ร่างกายจะสูญเสียน้ำพร้อมกับโซเดียมปริมาณมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำผสมเกลือแร่ให้เพียงพอ เพื่อรักษาปริมาณน้ำและโซเดียมในร่างกายให้ปกติ

4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม