Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
Doctor men
รีวิวโดย
พญ. วรรณวนัช เสถียนธรรมมณี แพทย์ทั่วไป
สุขภาพเด็ก

วัคซีนโรตาไวรัส (Rotavirus vaccine)

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 21 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
วัคซีนโรตาไวรัส (Rotavirus vaccine)

ภาพรวม

วัคซีนโรตาไวรัส (rotavirus) ช่วยปกป้องลูกน้อยจากเชื้อไวรัสโรตา เด็กจะได้รับวัคซีนนี้เมื่ออายุได้ 8 และ 12 สัปดาห์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
3 โรคอันตราย ไข้หวัดใหญ่ มะเร็งปากมดลูก และ งูสวัด ป้องกันได้ด้วยวัคซีน 💪🏻

สามารถเปรียบเทียบราคาจากคลินิกเเละโรงพยาบาลทั่วประเทศได้เเล้วที่นี่

Vaccineinternal ad

โรตาไวรัสเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียนรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก อาจทำให้เกิดการขาดน้ำ (การสูญเสียของเหลวในร่างกาย) ที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล การหยอดวัคซีนโรตาไวรัส จะช่วยปกป้องลูกน้อยของคุณจากอาการป่วยนี้

โรตาไวรัสคือะไร

โรตาไวรัส (Rotavirus) เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร (ช่องท้อง) ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียนอย่างรุนแรง ทารกส่วนใหญ่มักมีอาการอาเจียนหรือมีอาการท้องร่วงในบางครั้งและฟื้นตัวเต็มที่ใช้เวลาสองสามวัน อย่างไรก็ตามความเจ็บป่วยและอาการท้องร่วงที่เกิดจากโรตาไวรัส (rotavirus) สามารถทำให้เกิดการขาดน้ำ (การสูญเสียของเหลวในร่างกาย) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกและเด็กเล็กและอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

ก่อนที่จะมีการนำวัคซีนมาใช้ในปีพ. ศ. 2556 ทารกประมาณ 1200 รายในสกอตแลนด์ต้องไปโรงพยาบาลทุกปีเพราะโรตาไวรัส ตั้งแต่มีการนำวัคซีนมาใช้ จำนวนเด็กทารกที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการก็ลดลงมากกว่า 80%

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
💉 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เริ่มต้นที่ 490 บาท 🚨 ถึง 21 ม.ค. นี้

👩🏻🧑🏻 ปีใหม่นี้ กันไว้ก่อนไม่สบาย คุณทำได้ด้วยตัวเอง

Internal ad

จะปกป้องลูกน้อยจากโรตาไวรัสได้อย่างไร

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือให้ลูกน้อยของคุณได้รับวัคซีนป้องกันโรคโรตาไวรัส (rotavirus) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก

ในประเทศที่ทารกได้รับวัคซีนโรตาไวรัสแล้ว จำนวนทารกและเด็กเล็กที่เข้าโรงพยาบาลเนื่องจากไวรัสนี้ได้ลดลงอย่างมาก

ใครที่ควรได้รับวัคซีน

เด็กปกติทั่วไป ควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโรตาครั้งที่ 1 คือ อายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป โดยอายุมากที่สุดที่ยังสามารถได้รับวัคซีนครั้งที่ 1 คือ อายุ 14 สัปดาห์ เนื่องจากไม่มีข้อมูลความปลอดภัย หากเริ่มรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรตา ครั้งที่ 1 ที่อายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์ หรือเกิน 15 สัปดาห์

ตารางเวลาในการให้วัคซีนป้องกันไวรัสโรตา เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
💉 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เริ่มต้นที่ 490 บาท 🚨 ถึง 21 ม.ค. นี้

👩🏻🧑🏻 ปีใหม่นี้ กันไว้ก่อนไม่สบาย คุณทำได้ด้วยตัวเอง

Internal ad

1. วัคซีนชนิด RotarixTM หรือ Monovalent vaccine ให้หยอดวัคซีนชนิดนี้ทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 2 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน โดยควรหยอดวัคซีนทั้ง 2 ครั้งนี้ให้ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ กรณีหยอดวัคซีนครั้งที่ 2 ล่าช้าไป แนะนำให้หยอดวัคซีนทันทีที่นึกขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ไม่หยอดวัคซีนล่าช้าจนเกินอายุ 8 เดือน (สัปดาห์ที่ 32)

2. วัคซีนชนิด RotaTeqTM หรือ Pentavalent vaccine ให้หยอดวัคซีนชนิดนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ 2 เดือน, ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4 เดือน และครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 6 เดือน โดยควรหยอดวัคซีนแต่ละครั้งให้ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ กรณีหยอดวัคซีนครั้งที่ 3 (ครั้งสุดท้าย) ล่าช้าไป แนะนำให้บริหารวัคซีนทันที ที่นึกขึ้นได้ อย่างไรก็ตามไม่หยอดวัคซีนล่าช้าจนเกินอายุ 8 เดือน (สัปดาห์ที่ 32)

วัคซีน

วัคซีนโรตาเป็นวัคซีนเชื้อเป็นที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ วัคซีนชนิดนี้เป็นของเหลวชนิดที่หยอดให้ทางปากเมื่อมีอายุได้ 8 สัปดาห์ และอีกครั้งเมื่อ 12 สัปดาห์

หากลูกน้อยของคุณป่วยกะทันหันหลังจากได้รับวัคซีน จะต้องได้รับวัคซีนอีกครั้ง

เคยได้ยินว่าวัคซีนนี้เป็นวัคซีนที่มีชีวิต จะทำให้เด็กไม่สบายได้หรือไม่?

การหยอดวัคซีนโรตาไวรัสไม่ได้ทำให้เด็กไม่สบายหลังจากได้รับวัคซีน เนื่องจากไวรัสในวัคซีนนั้นถูกทำให้อ่อนแอลงเพื่อไม่ทำให้เกิดอาการป่วย แต่ช่วยให้ลูกน้อยของคุณสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น เพื่อสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้เมื่อได้รับเชื้อไวรัสโรตาในอนาคต

นั่นหมายความว่าหากมีการติดเชื้อไวรัสโรตาหลังจากได้รับวัคซีน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะรับรู้ได้อย่างรวดเร็วและทำหน้าที่หยุดยั้งการติดเชื้อนั้น

ไวรัสในวัคซีนจะถูกส่งผ่านทางลำไส้ของทารกและอาจถูกสัมผัสโดยใครก็ตามที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก ซึ่งอาจทำให้คนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออย่างรุนแรงสามารถติดไวรัสได้จากเด็กที่ได้รับวัคซีน ดังนั้นผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอหรือบกพร่องเนื่องจากการรักษาทางการแพทย์หรืออื่นๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับทารกที่ได้รับวัคซีนโรตาไวรัสเป็นระยะเวลา 14 วัน

ทุกคนที่ใกล้ชิดกับทารกที่เพิ่งได้รับวัคซีนโรตาไวรัส ควรล้างมือหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กทารกทันที

มีเหตุผลใดที่เด็กไม่ควรได้รับวัคซีน?

มีทารกน้อยมากที่ไม่สามารถรับวัคซีนโรตาไวรัสได้

ไม่ควรให้วัคซีนแก่ทารกที่:

  • มีอาการแพ้ (ปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง) กับวัคซีนก่อนหน้านี้หรือส่วนผสมใดๆ ในวัคซีน
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดรุนแรง(Severe combined immunodeficiency syndrome หรือ SCID)

หากเด็กไม่สบายวันที่มีนัดหยอดวัคซีน

ถ้าเด็กไม่สบายมาก (ตัวอย่างเช่น มีไข้ ท้องร่วงหรืออาเจียน) ควรเลื่อนการหยอดวัคซีนออกไป

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าวัคซีนนั้นปลอดภัย

ยาทุกชนิด(รวมทั้งวัคซีน) ได้รับการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพโดย Medicines and Healthcare Products Regulatory Agency (MHRA) และวัคซีนเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงเพื่อให้ใช้งานในประเทศอังกฤษ ประเทศต่างๆในทวีปยุโรป รวมทั้งแจกจ่ายไปสู่หลายล้านคนทั่วโลก

การใช้งานจะถูกควบคุมความปลอดภัยโดย MHRA

จะได้รับวัคซีนจากที่ไหน

สามารถรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลชั้นนำแถวบ้าน

เด็กควรจะได้รับวัคซีนนี้เมื่อมีอายุเท่าไหร่

เพื่อการปกป้องที่ดีที่สุด  เด็กควรได้รับวัคซีนโรตาไวรัส 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ เด็กจะได้รับการฉีดวัคซีนเป็นประจำตามปกติเมื่ออายุ 8 สัปดาห์และ 12 สัปดาห์ดังนั้นคุณและลูกน้อยก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปคลินิกในเวลานอกเหนือจากนี้

เมื่อโตขึ้น เด็กบางราย (ประมาณหนึ่งในพันราย) มีอาการที่ก่อให้เกิดการอุดตันในลำไส้เล็ก เป็นโรคที่หายากมากหากอายุน้อยกว่า 3 เดือนเพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างอายุ 5 เดือนถึง 1 ปี อย่างไรก็ตามมีโอกาสน้อยมาก (ประมาณสองในทุก ๆ แสนรายที่ได้รับการฉีดวัคซีน) ที่การฉีดวัคซีนครั้งแรกอาจทำให้เกิดการอุดตันนี้ได้ เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ต้องให้วัคซีนครั้งแรกก่อนอายุ 15 สัปดาห์และเด็กควรได้รับวัคซีนครั้งที่สองหลังจากนั้น 4 สัปดาห์และไม่เกิน 24 สัปดาห์ หากเด็กไม่ได้รับวัคซีน ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับเด็กที่ได้รับวัคซีน โอกาสแพร่เชื้อก็จะลดลง

โรตาไวรัสจะก่อให้เกิดปัญหาน้อยลงในเด็กโตและพบได้ยากในผู้ใหญ่

หลังจากการได้รับวัคซีน

หลังจากได้รับวัคซีนอาจมีผลข้างเคียงตามมา แต่ปกติแล้วไม่รุนแรงนัก

    มีการใช้วัคซีนมาแล้วหลายล้านครั้ง พบว่ามีประวัติด้านความปลอดภัยที่ดี เด็กที่ได้รับวัคซีนบางคนอาจมีอาการกระสับกระส่ายหรือหงุดหงิดง่าย และบางคนอาจถึงขั้นมีอาการท้องร่วงเล็กน้อย หากคุณกังวลเกี่ยวกับสุขภาพลูกน้อยในวันที่ได้รับวัคซีนหรือหลังจากนั้น ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคุณ

    ในกรณีที่พบได้น้อยมาก (ประมาณสองในทุกๆ แสนรายที่ได้รับวัคซีน) วัคซีนจะส่งผลต่อลำไส้เล็กของเด็ก อาจทำให้มีอาการปวดท้อง อาเจียนและบางครั้งอาจถ่ายเป็นมูกปนเลือดในผ้าอ้อมเด็ก

    หากมีอาการผิดปกติหลังได้รับวัคซีน ควรพบแพทย์ที่สถานพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้านทันที


    3 การอ้างอิง
    กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
    World Health Organization, Immunization, Vaccines and Biologicals: Rotavirus (https://www.who.int/immunization/diseases/rotavirus/en/), December 2018
    Vaccines and Preventable Diseases: Rotavirus (https://www.cdc.gov/vaccines/vpd/rotavirus/index.html), 25 July 2018

    บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

    ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

    ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
    (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

    ถามหมอ

    เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


    แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
    เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
    เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
    * ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

    คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

    รับทราบและถามคำถาม
    ดูในแอป