มะเร็งและโรคร้าย

โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

โรคสะเก็ดเงิน โรคไม่ติดต่อ ที่หลายๆ คนอาจยังไม่รู้จัก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้กัน เพื่อดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,309,892 คน

โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคที่สร้างปัญหาและอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากพอสมควร เพราะไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หรือแม้แต่การรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นจากโรคก็ตาม มักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกยุ่งยาก กังวลใจ และความไม่มั่นใจในการพบปะผู้คน 

เพราะฉะนั้น การทำความรู้จักกับโรค สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกัน ตลอดจนการดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ อีกทั้งคนทั่วไปก็สามารถอ่านและทำความเข้าใจกับโรคนี้ได้ ซึ่งบทความนี้ก็ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินมาแนะนำให้ได้ทราบกัน ดังนี้

โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร?

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่ทำให้เกิดการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ผิวหนัง และโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ อย่างไรก็ตาม โรคสะเก็ดเงินสามารถเกิดได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย เช่น ข้อศอก หนังศีรษะ ใบหน้า และฝ่ามือ เป็นต้น

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงิน มีสาเหตุในการเกิดโรคได้จากหลากหลายปัจจัย ซึ่งก็สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

1. พันธุกรรม

โรคสะเก็ดเงินเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม โดยจะส่งผ่านพันธุกรรมมาที่ลูกได้ทั้งพ่อและแม่ โดยจะมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูง หากว่าพ่อและแม่เป็นโรคสะเก็ดเงินทั้งคู่

2. ภาวะอารมณ์

ภาวะอารมณ์ก็มีส่วนทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะภาวะเครียดที่ส่งผลทำให้เกิดอารมณ์โกรธ กังวล หงุดหงิด หรือจะเรียกว่าเป็นอารมณ์ที่สามารถส่งผลต่อภาวะเครียด ย่อมเป็นสาเหตุนำมาซึ่งการเกิดโรคนี้ได้ไม่น้อย เพราะเมื่อเกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะต่ำลง ส่งผลให้เซลล์เกิดความผิดปกติที่ทำให้เป็นโรคได้

3. การใช้ยา

การใช้ยาบางชนิดก็สามารถส่งผลให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ ซึ่งยาที่ส่งผล ได้แก่

  • ยาเม็ดคุมกำเนิด
  • ยาต้านมาลาเรีย
  • ยาลดความดันโลหิต
  • ยารักษาโรคจิต (ลิเทียม)
  • ยาแผนโบราณ (ไทยและจีน)
  • ยาสเตียรอยด์ (ทั้งฉีดและทาน)

4. ระดับฮอร์โมน

เมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ย่อมเป็นสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ เช่น ภาวะหมดประจำเดือนหรือการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ และหลังคลอด

5. พฤติกรรม

โดยพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน คือ พฤติกรรมเสี่ยงในทางไม่ดี เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ไม่เพียงเท่านั้น การเล่นกีฬาก็สามารถที่จะกลายเป็นสาเหตุของการเกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้ หากเล่นกีฬามากเกินไปโดยไม่มีขีดจำกัด

6. การติดเชื้อ

เมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงินขึ้น นั่นย่อมหมายถึงภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ และเมื่อติดเชื้อในขณะที่กำลังมีโรคสะเก็ดเงิน ก็อาจจะทำให้โรคสะเก็ดเงินมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นได้ เพราะเหมือนเป็นการกระตุ้นโรคให้เป็นหนักมากขึ้น ซึ่งโรคติดเชื้อที่กล่าวถึง เช่น การติดเชื้อ HIV หรือเชื้อสเตรปโตคอกคัส 

โรคสะเก็ดเงิน แบ่งออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง?

โรคสะเก็ดเงิน สามารถแบ่งออกได้ดัวยกันหลายชนิด โดยแบ่งได้ ดังนี้

1. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (plaque psoriasis)

เป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน โดยเป็นผื่นที่มีลักษณะเป็นขุยๆ ผื่นสะเก็ดเงินจะเริ่มหนาตัวขึ้นจนสามารถที่จะเห็นเป็นเกล็ด และขนาดของผื่นก็ยังสามารถขยายขนาดได้กว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย พบบ่อยบริเวณหนังศีรษะ ลำตัว แขนขา โดยเฉพาะบริเวณ ข้อศอก และหัวเข่าซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเสียดสี

2. โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นเล็ก (guttate psoriasis)

เป็นชนิดที่มีความคล้ายคลึงกันกับชนิดแรก แต่จะแตกต่างกันที่ความหนาของผื่น โดยผื่นชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นสีแดงหรือเป็นรูปหยดน้ำสีแดงขนาดเล็กไม่เกิน 1 เซนติเมตร ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบได้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และอาจมีประวัติการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนมาก่อนด้วย

3. โรคสะเก็ดเงินชนิดเกล็ดทั่วตัว (erythrodermic psoriasis)

เป็นสะเก็ดเงินชนิดรุนแรง การที่จะเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ สิ่งแรกคือ ผู้ป่วยจะต้องเป็นชนิดแบบผื่นหนามาก่อน โดยลักษณะอาการชนิดนี้ คือ มีเกล็ดรวมถึงผื่นแดง ซึ่งจะขึ้นอยู่ทั่วตัว ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตลอดเวลา

4. โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (pustular psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดนี้จะพบได้ในปริมาณที่น้อยมาก โดยลักษณะของโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้พบว่าจะมีตุ่มขึ้นและมีหนองอยู่ด้านใน และแม้จะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็ส่งผลทำให้เกิดอาการคันได้ตลอดเวลา

5. โรคสะเก็ดเงินชนิดรอยพับ (Flexural psoriasis)

สำหรับโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ อาจจะเป็นเพียงแค่รอยแดงที่เกิดขึ้น เป็นผื่นแดงเรื้อรังและมักไม่มีขุย แต่ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยบริเวณส่วนใหญ่ที่เกิดมักจะเกิดขึ้นตามข้อพับ บริเวณอวัยวะเพศ หรือใต้ราวนม

อาการของโรคสะเก็ดเงิน

อาการของโรคสะเก็ดเงิน สามารถบ่งบอกได้แบบเฉพาะเจาะจงตามบริเวณต่างๆ หรืออาจจะพูดถึงอาการพื้นฐานของการเป็นโรคสะเก็ดเงิน โดยสามารถอธิบายได้ ดังนี้

อาการทั่วไปของโรคสะเก็ดเงิน

  1.  มีผื่นบริเวณผิวหนังและมีสะเก็ด
  2.  เกิดอาการคันอยู่ตลอดเวลา
  3.  ปวดและแสบบริเวณที่มีผื่น

อาการเฉพาะของโรคสะเก็ดเงิน

  1. ผิวหนัง เป็นบริเวณที่สามารถเกิดโรคสะเก็ดเงินได้ง่ายมากที่สุด โดยจะเริ่มขึ้นเป็นผื่นเล็กๆ และมีการบ่งบอกขอบเขตชัดเจน ซึ่งผื่นที่เกิดขึ้นนั้นจะมีขุยและมีสะเก็ดสีขาวติดอยู่ ทั้งนี้สามารถขยายขนาดออกไปได้เรื่อยๆ มักจะพบบริเวณ ข้อศอก และศีรษะ

  2. ข้อ นอกจากสะเก็ดเงินที่ขึ้นอยู่ตามผิวหนังแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดอาการปวดข้อได้ด้วย ซึ่งรวมถึงข้อนิ้วมือหรือนิ้วเท้าก็สามารถที่จะปวดได้ บางรายอาจจะมีปัญหาข้อติดไม่สามารถขยับได้

  3. เล็บ โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ที่เล็บ โดยจะทำให้เล็บมีผิวสัมผัสที่ขรุขระ หรืออาจจะมีผิวหนังที่หนาตัวอยู่ใต้เล็บ สำหรับบางรายเล็บสามารถที่จะร่อนออกมาจากพื้นเล็บได้เลย

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

สำหรับการวินิจฉัยนั้น ในขั้นตอนแรกก็เหมือนกับการวินิจฉัยโรคโดยทั่วไป คือ การสอบถามประวัติของผู้ป่วย อีกทั้งยังจำเป็นต้องตรวจดูรอยโรคที่เกิดขึ้นด้วย วัดขนาดของผื่น และจำนวนรอยโรคที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัย และวางแนวทางการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน

ในปัจจุบัน มีวิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินอยู่หลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งการเลือกวิธีรักษาก็ขึ้นความรุนแรงของโรค และดุลยพินิจของแพทย์ 

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน มีดังนี้

1. รักษาด้วยการทายา

สำหรับยาทาที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่ 

  • ยาคอติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid)
  • น้ำมันดิน (Tar)
  • แอนทราลิน (Antralin)
  • อนุพันธ์วิตามินดี (Vitamin D derivative)
  • ยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor

2. ยารับประทาน

เป็นยาที่สามารถออกฤทธิ์ได้ตั้งแต่ระดับเซลล์ภูมิคุ้มกัน จึงสามารถช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ โดยมีตัวยา ดังนี้

  • เมทโทเทรกเสท (Methotrexate)
  • อาซิเทรติน (Acitretin)

3.การใช้แสง

โรคสะเก็ดเงินสามารถรักษาได้ด้วยการใช้แสง โดยจะฉายแสงในบางจุดที่มีผื่นสะเก็ดเงิน โดยแสงที่ใช้ คือ

รังสี UVB เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นผื่นสะเก็ดเงินมากหรือรุนแรง และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อการรักษาได้น้อย

รังสี PUVA เป็นการรักษาโดยใช้แสงอัลตราไวโอเลตเอ ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อการรักษา คือ สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นผื่นสะเก็ดเงินในระดับขั้นที่มีความรุนแรงมากที่สุด

4. การรักษาแบบอื่นๆ

นอกเหนือจากการรักษาด้วยวิธีที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินก็ยังสามารถที่จะใช้วิธีรักษารูปแบบอื่นๆ ได้ด้วย เช่น การใช้ยาฉีดกลุ่มชีวภาพ แต่ก็มีข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

วิธีป้องกันโรคสะเก็ดเงิน

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันโรคสะเก็ดเงินได้อย่างชัดเจน แต่การเรียนรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน ก็ถือว่าเป็นวิธีป้องกันรูปแบบหนึ่ง เพราะเมื่อเข้าใจที่มาของการเกิดโรคแล้ว ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสะเก็ดเงินได้ดีพอสมควรเลย 

ดังนั้น เมื่อเรารู้เกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินแล้ว ก็จะทำให้เราหันกลับมาดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายให้มากขึ้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว เพราะเมื่อภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรง โอกาสในการติดเชื้อโรคจนนำมากระตุ้นก่อให้เกิดโรคสะเก็ดเงินก็ย่อมน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน

สำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินไปแล้ว วิธีการดูแลตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด โดยสามารถที่จะปฏิบัติตามได้ ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  2. ไปพบแพทย์ตามนัด
  3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  4. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. เรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียด
  6. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง
  7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

จะเห็นได้ว่า โรคสะเก็ดเงิน เมื่อเป็นแล้วย่อมทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกทรมานกับอาการปวดแสบปวดร้อน ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการแต่งกายและพบปะผู้คน หรือทำให้สูญเสียบุคลิกภาพ เพราะคนรอบตัวที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคอาจแสดงท่าทีรังเกียจใส่ได้ 

ดังนั้น การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ย่อมทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ทุกชนิด และหากพบความผิดปกติ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ การพบแพทย์อย่างทันการณ์โดยเร็วจะทำให้รับมือรักษาโรคได้อย่างหายขาดสูงแน่นอน

ที่มาของข้อมูล

ชนิษฎา วงษ์ประภารัตน์, โรคสะเก็ดเงิน  (Psoriasis) (https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/967_1.pdf), 19 พฤษภาคม 2562

กลุ่มภารกิจบริการวิชาการ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, มาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน (http://inderm.go.th/kminderm/f...), 19 พฤษภาคม 2562

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่