มะเร็งและโรคร้าย

โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 426,993 คน

โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

โรคสะเก็ดเงิน โรคที่สร้างปัญหาและอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากพอสมควร เพราะไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หรือแม้แต่การรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นจากโรคสะเก็ดเงินก็ตาม มักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกยุ่งยากและกังวลใจ เพราะฉะนั้น การทำความรู้จักกับโรค สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกัน ตลอดจนการดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ และเราก็ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินมาแนะนำให้ได้ทราบดังนี้แล้ว

โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร?

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน โดยเป็นการทำงานของเซลล์ที่มีปัญหากับเซลล์ปกติของร่างกาย เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้เร็วกว่าการแพ้สารเคมี และเป็นโรคนี้ก็ไม่ใช่โรคติดต่อ อย่างไรก็ตาม โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย เช่น ข้อศอก หนังศีรษะ ใบหน้า และฝ่ามือ

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงิน มีสาเหตุในการเกิดโรคได้จากหลากหลายปัจจัย ซึ่งก็สามารถแบ่งออกได้เป็นดังนี้

1.พันธุกรรม

โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม โดยสามารถที่จะส่งผ่านพันธุกรรมมาที่ลูกได้ทั้งพ่อและแม่ โดยจะมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูง หากว่าพ่อและแม่เป็นโรคสะเก็ดเงินทั้งคู่

2.ภาวะอารมณ์

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ภาวะอารมณ์ก็มีส่วนทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะภาวะเครียดที่ส่งผลทำให้เกิดอารมณ์โกรธ กังวล หงุดหงิด หรือจะเรียกว่าเป็นอารมณ์ที่สามารถส่งผลต่อภาวะเครียด ย่อมเป็นสาเหตุนำมาซึ่งการเกิดโรคนี้ได้ไม่น้อย เพราะเมื่อเกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะต่ำลง ส่งผลให้เซลล์เกิดความผิดปกติที่ทำให้เป็นโรคได้

3.การใช้ยา

การใช้ยาบางชนิดก็สามารถส่งผลให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ ซึ่งยาที่ส่งผล ได้แก่

  • ยาเม็ดคุมกำเนิด
  • ยาต้านมาลาเรีย
  • ยาลดความดันโลหิต
  • ยารักษาโรคจิต (ลิเทียม)
  • ยาแผนโบราณ (ไทยและจีน)
  • ยาสเตียรอยด์ (ทั้งฉีดและทาน)
  • ตรวจร่างกาย (บริเวณศีรษะ ผิวหนัง และเล็บ)
  • ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
  • ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินดี 3 โดยจะใช้กับผู้ที่มีอาการตั้งแต่ระดับน้อยสุดไปจนถึงปานกลาง แต่อาจจะไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพง และสามารถเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้
  • ยาสเตียรอยด์ เป็นกลุ่มยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงิน แต่จะต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้นจึงจะสามารถใช้ยาสเตียรอยด์ได้
  • ยากลุ่มน้ำมันดิน
  • ยากลุ่มเรตินอล
  • ยาไซโคลสปอริน เป็นยาที่ใช้เพื่อการกดภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง แต่ก็สามารถที่จะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้
  • ยา methotrexate เป็นยาสำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง และไม่สามารถที่จะใช้วิธีอื่นในการรักษาได้ แต่ก็สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น รู้สึกอาเจียน และเบื่ออาหาร
  • อาหารเสริมหรือสมุนไพร
  • การฝึกสมาธิ
  • การบำบัดด้วยกลิ่น
  • การฝังเข็ม
  • การออกกำลังกาย

4.ระดับฮอร์โมน

เมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ย่อมเป็นสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน เช่น ภาวะหมดประจำเดือนหรือการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ และหลังคลอด

5.พฤติกรรม

โดยพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินคือ พฤติกรรมเสี่ยงในทางไม่ดี เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ไม่เพียงเท่านั้น การเล่นกีฬาก็สามารถที่จะกลายเป็นสาเหตุของการเกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้ หากเล่นกีฬามากเกินไปโดยไม่มีขีดจำกัด

6.การติดเชื้อ

เมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงินขึ้น นั่นย่อมหมายถึงภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ และเมื่อติดเชื้อในขณะที่กำลังมีโรคสะเก็ดเงิน ก็อาจจะทำให้โรคสะเก็ดเงินมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะเหมือนเป็นการกระตุ้นโรค สำหรับการติดเชื้อแบบต่างๆ เช่น การติดเชื้อ HIV หรือเชื้อสเตรปโตคอกคัส

โรคสะเก็ดเงิน แบ่งออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง?

โรคสะเก็ดเงิน สามารถแบ่งออกได้ดัวยกันหลายชนิด โดยแบ่งได้ดังนี้

1.โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (plaque psoriasis)

เป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน โดยเป็นผื่นที่มีลักษณะเป็นขุยๆ ผื่นสะเก็ดเงินจะเริ่มหนาตัวขึ้นจนสามารถที่จะเห็นเป็นเกล็ด และขนาดของผื่นก็ยังสามารถขยายขนาดได้กว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

2.โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นเล็ก (guttate psoriasis)

เป็นชนิดที่มีความคล้ายคลึงกันกับชนิดแรก แต่ทั้งนี้จะแตกต่างกันทั้งความหนา โดยผื่นชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นสีแดงหรือเป็นรูปหยดน้ำสีแดงนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบได้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

3.โรคสะเก็ดเงินชนิดเกล็ดทั่วตัว (erythrodermic psoriasis)

การที่จะเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ สิ่งแรกคือ ผู้ป่วยจะต้องเป็นชนิดแบบผื่นหนามาก่อน โดยลักษณะอาการชนิดนี้คือ การมีเกล็ดรวมถึงผื่นแดง ซึ่งจะขึ้นอยู่ทั่วตัว ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตลอด

4.โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (pustular psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดนี้จะพบได้ในปริมาณที่น้อยมาก โดยลักษณะของโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้พบว่าจะมีตุ่มขึ้นและมีหนองอยู่ด้านใน และแม้จะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็ส่งผลทำให้เกิดอาการคันได้ตลอดเวลา

5.โรคสะเก็ดเงินชนิดรอยพับ (Flexural psoriasis)

สำหรับโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ อาจจะเป็นเพียงแค่รอยแดงที่เกิดขึ้น แต่ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยบริเวณส่วนใหญ่ที่เกิดมักจะเกิดขึ้นตามข้อพับ บริเวณอวัยวะเพศ หรือใต้ราวนม

อาการของโรคสะเก็ดเงิน

อาการของโรคสะเก็ดเงิน สามารถที่จะบ่งบอกได้แบบเฉพาะเจาะจงตามบริเวณต่างๆ หรืออาจจะพูดถึงอาการพื้นฐานของการเป็นโรคสะเก็ดเงิน โดยสามารถที่จะอธิบายได้ ดังนี้

อาการทั่วไปของโรคสะเก็ดเงิน

  1. มีผื่นบริเวณผิวหนังและมีสะเก็ด
  2. เกิดอาการคันอยู่ตลอดเวลา
  3. ปวดและแสบบริเวณที่มีผื่น

อาการเฉพาะเจาะจงของโรคสะเก็ดเงิน

1.ผิวหนัง เป็นบริเวณที่สามารถเกิดโรคสะเก็ดเงินได้ง่ายมากที่สุด โดยจะเริ่มขึ้นเป็นผื่นเล็กๆ และมีการบ่งบอกขอบเขตชัดเจน ซึ่งผื่นที่เกิดขึ้นนั้นจะมีขุยและมีสะเก็ดสีขาวติดอยู่ ทั้งนี้สามารถที่จะขยายขนาดออกไปได้เรื่อยๆ มักจะพบบริเวณ ข้อศอก และศีรษะ

2.ข้อ นอกจากสะเก็ดเงินที่ขึ้นอยู่ตามผิวหนังแล้ว ยังสามารถที่จะทำให้เกิดอาการปวดข้อ แม้กระทั่งข้อนิ้วมือหรือนิ้วเท้าก็สามารถที่จะปวดได้ บางรายอาจจะมีปัญหาข้อติดไม่สามารถขยับได้

3.เล็บ โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ที่เล็บ โดยจะทำให้เล็บมีผิวสัมผัสที่ขรุขระ หรืออาจจะมีผิวหนังที่หนาอยู่ใต้เล็บ สำหรับบางรายเล็บสามารถที่จะร่อนออกมาจากพื้นเล็บได้

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

สำหรับการวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินนั้น ในขั้นตอนแรกก็เหมือนกับการวินิจฉัยโรคโดยทั่วไป คือการสอบถามประวัติของผู้ป่วย แต่ก็ยังมีความแตกต่างในขั้นตอนหลังจากการสอบถามประวัติ คือ

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน

ในปัจจุบัน มีวิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินอยู่หลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สำหรับวิธีการรักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในการเลือกให้กับผู้ป่วย ซึ่งวิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินหลักๆ ก็มีดังนี้

1.รักษาด้วยการทายา

สำหรับยาทาที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่

2.ยารับประทาน

เป็นยาที่สามารถออกฤทธิ์ได้ตั้งแต่ระดับเซลล์ภูมิคุ้มกัน จึงสามารถที่จะช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ โดยมียาดังนี้

3.การใช้แสง

โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะรักษาได้จากการใช้แสง โดยจะฉายแสงในบางจุดที่มีผื่นสะเก็ดเงิน โดยแสงที่ใช้ คือ

รังสี UVB เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นผื่นสะเก็ดเงินมากหรือรุนแรง และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อการรักษาได้น้อย

รังสี PUVA เป็นการรักษาโดยใช้แสงอัลตราไวโอเลตเอ แต่ทั้งนี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อการรักษา คือสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นผื่นสะเก็ดเงินในระดับขั้นที่มีความรุนแรงมากที่สุด

4.การรักษาแบบอื่นๆ

นอกเหนือจากการรักษาด้วยวิธีที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินก็ยังสามารถที่จะใช้วิธีรักษารูปแบบอื่นๆ ได้ด้วย เช่น

วิธีป้องกันโรคสะเก็ดเงิน

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันโรคสะเก็ดเงินได้อย่างชัดเจน แต่การเรียนรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินก็ถือว่าเป็นวิธีป้องกันรูปแบบหนึ่ง เพราะเมื่อเข้าใจที่มาของการเกิดโรค ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสะเก็ดเงินได้ดีพอสมควร ทำให้เราหันกลับมาดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายให้มากขึ้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว เพราะเมื่อภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรง โอกาสในการติดเชื้อโรคจนนำมาซึ่งโรคสะเก็ดเงินก็ย่อมน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน

สำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินไปแล้ว วิธีการดูแลตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด โดยสามารถที่จะปฏิบัติได้ ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  2. ไปพบแพทย์ตามนัด
  3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  4. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. เรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียด
  6. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง
  7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

จะเห็นได้ว่า โรคสะเก็ดเงิน เมื่อเป็นแล้วย่อมทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกทรมานกับอาการปวดแสบปวดร้อน และยังทำให้การแต่งตัวลำบาก ทำให้สูญเสียบุคลิกภาพ ส่งผลทำให้คนรอบตัวอาจจะรังเกียจเอาได้ ดังนั้น การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงย่อมทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ทุกชนิด และหากพบความผิดปกติ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ การพบแพทย์อย่างทันการณ์โดยเร็วจะทำให้รับมือรักษาโรคได้อย่างหายขาดสูงแน่นอน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่