มะเร็งและโรคร้าย

โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
โรคสะเก็ดเงิน สาเหตุ อาการ วิธีรักษาป้องกัน และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรค

โรคสะเก็ดเงิน โรคที่สร้างปัญหาและอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากพอสมควร เพราะไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หรือแม้แต่การรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นจากโรคสะเก็ดเงินก็ตาม มักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกยุ่งยากและกังวลใจ เพราะฉะนั้น การทำความรู้จักกับโรค สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกัน ตลอดจนการดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ และเราก็ได้นำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินมาแนะนำให้ได้ทราบดังนี้แล้ว

โรคสะเก็ดเงิน คืออะไร?

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน โดยเป็นการทำงานของเซลล์ที่มีปัญหากับเซลล์ปกติของร่างกาย เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้เร็วกว่าการแพ้สารเคมี และเป็นโรคนี้ก็ไม่ใช่โรคติดต่อ อย่างไรก็ตาม โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย เช่น ข้อศอก หนังศีรษะ ใบหน้า และฝ่ามือ

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงิน มีสาเหตุในการเกิดโรคได้จากหลากหลายปัจจัย ซึ่งก็สามารถแบ่งออกได้เป็นดังนี้

1.พันธุกรรม

โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม โดยสามารถที่จะส่งผ่านพันธุกรรมมาที่ลูกได้ทั้งพ่อและแม่ โดยจะมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูง หากว่าพ่อและแม่เป็นโรคสะเก็ดเงินทั้งคู่

2.ภาวะอารมณ์

ภาวะอารมณ์ก็มีส่วนทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะภาวะเครียดที่ส่งผลทำให้เกิดอารมณ์โกรธ กังวล หงุดหงิด หรือจะเรียกว่าเป็นอารมณ์ที่สามารถส่งผลต่อภาวะเครียด ย่อมเป็นสาเหตุนำมาซึ่งการเกิดโรคนี้ได้ไม่น้อย เพราะเมื่อเกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะต่ำลง ส่งผลให้เซลล์เกิดความผิดปกติที่ทำให้เป็นโรคได้

3.การใช้ยา

การใช้ยาบางชนิดก็สามารถส่งผลให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ ซึ่งยาที่ส่งผล ได้แก่

  • ยาเม็ดคุมกำเนิด
  • ยาต้านมาลาเรีย
  • ยาลดความดันโลหิต
  • ยารักษาโรคจิต (ลิเทียม)
  • ยาแผนโบราณ (ไทยและจีน)
  • ยาสเตียรอยด์ (ทั้งฉีดและทาน)
  • ตรวจร่างกาย (บริเวณศีรษะ ผิวหนัง และเล็บ)
  • ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ
  • ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินดี 3 โดยจะใช้กับผู้ที่มีอาการตั้งแต่ระดับน้อยสุดไปจนถึงปานกลาง แต่อาจจะไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพง และสามารถเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้
  • ยาสเตียรอยด์ เป็นกลุ่มยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงิน แต่จะต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้นจึงจะสามารถใช้ยาสเตียรอยด์ได้
  • ยากลุ่มน้ำมันดิน
  • ยากลุ่มเรตินอล
  • ยาไซโคลสปอริน เป็นยาที่ใช้เพื่อการกดภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง แต่ก็สามารถที่จะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้
  • ยา methotrexate เป็นยาสำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินขั้นรุนแรง และไม่สามารถที่จะใช้วิธีอื่นในการรักษาได้ แต่ก็สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น รู้สึกอาเจียน และเบื่ออาหาร
  • อาหารเสริมหรือสมุนไพร
  • การฝึกสมาธิ
  • การบำบัดด้วยกลิ่น
  • การฝังเข็ม
  • การออกกำลังกาย

4.ระดับฮอร์โมน

เมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ย่อมเป็นสาเหตุกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน เช่น ภาวะหมดประจำเดือนหรือการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ และหลังคลอด

5.พฤติกรรม

โดยพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินคือ พฤติกรรมเสี่ยงในทางไม่ดี เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินไป ไม่เพียงเท่านั้น การเล่นกีฬาก็สามารถที่จะกลายเป็นสาเหตุของการเกิดโรคสะเก็ดเงินขึ้นได้ หากเล่นกีฬามากเกินไปโดยไม่มีขีดจำกัด

6.การติดเชื้อ

เมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงินขึ้น นั่นย่อมหมายถึงภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ และเมื่อติดเชื้อในขณะที่กำลังมีโรคสะเก็ดเงิน ก็อาจจะทำให้โรคสะเก็ดเงินมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะเหมือนเป็นการกระตุ้นโรค สำหรับการติดเชื้อแบบต่างๆ เช่น การติดเชื้อ HIV หรือเชื้อสเตรปโตคอกคัส

โรคสะเก็ดเงิน แบ่งออกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง?

โรคสะเก็ดเงิน สามารถแบ่งออกได้ดัวยกันหลายชนิด โดยแบ่งได้ดังนี้

1.โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (plaque psoriasis)

เป็นชนิดที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน โดยเป็นผื่นที่มีลักษณะเป็นขุยๆ ผื่นสะเก็ดเงินจะเริ่มหนาตัวขึ้นจนสามารถที่จะเห็นเป็นเกล็ด และขนาดของผื่นก็ยังสามารถขยายขนาดได้กว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

2.โรคสะเก็ดเงินชนิดผื่นเล็ก (guttate psoriasis)

เป็นชนิดที่มีความคล้ายคลึงกันกับชนิดแรก แต่ทั้งนี้จะแตกต่างกันทั้งความหนา โดยผื่นชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นสีแดงหรือเป็นรูปหยดน้ำสีแดงนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบได้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

3.โรคสะเก็ดเงินชนิดเกล็ดทั่วตัว (erythrodermic psoriasis)

การที่จะเป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ สิ่งแรกคือ ผู้ป่วยจะต้องเป็นชนิดแบบผื่นหนามาก่อน โดยลักษณะอาการชนิดนี้คือ การมีเกล็ดรวมถึงผื่นแดง ซึ่งจะขึ้นอยู่ทั่วตัว ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตลอด

4.โรคสะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (pustular psoriasis)

โรคสะเก็ดเงินชนิดนี้จะพบได้ในปริมาณที่น้อยมาก โดยลักษณะของโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้พบว่าจะมีตุ่มขึ้นและมีหนองอยู่ด้านใน และแม้จะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็ส่งผลทำให้เกิดอาการคันได้ตลอดเวลา

5.โรคสะเก็ดเงินชนิดรอยพับ (Flexural psoriasis)

สำหรับโรคสะเก็ดเงินชนิดนี้ อาจจะเป็นเพียงแค่รอยแดงที่เกิดขึ้น แต่ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยบริเวณส่วนใหญ่ที่เกิดมักจะเกิดขึ้นตามข้อพับ บริเวณอวัยวะเพศ หรือใต้ราวนม

อาการของโรคสะเก็ดเงิน

อาการของโรคสะเก็ดเงิน สามารถที่จะบ่งบอกได้แบบเฉพาะเจาะจงตามบริเวณต่างๆ หรืออาจจะพูดถึงอาการพื้นฐานของการเป็นโรคสะเก็ดเงิน โดยสามารถที่จะอธิบายได้ ดังนี้

อาการทั่วไปของโรคสะเก็ดเงิน

  1. มีผื่นบริเวณผิวหนังและมีสะเก็ด
  2. เกิดอาการคันอยู่ตลอดเวลา
  3. ปวดและแสบบริเวณที่มีผื่น

อาการเฉพาะเจาะจงของโรคสะเก็ดเงิน

1.ผิวหนัง เป็นบริเวณที่สามารถเกิดโรคสะเก็ดเงินได้ง่ายมากที่สุด โดยจะเริ่มขึ้นเป็นผื่นเล็กๆ และมีการบ่งบอกขอบเขตชัดเจน ซึ่งผื่นที่เกิดขึ้นนั้นจะมีขุยและมีสะเก็ดสีขาวติดอยู่ ทั้งนี้สามารถที่จะขยายขนาดออกไปได้เรื่อยๆ มักจะพบบริเวณ ข้อศอก และศีรษะ

2.ข้อ นอกจากสะเก็ดเงินที่ขึ้นอยู่ตามผิวหนังแล้ว ยังสามารถที่จะทำให้เกิดอาการปวดข้อ แม้กระทั่งข้อนิ้วมือหรือนิ้วเท้าก็สามารถที่จะปวดได้ บางรายอาจจะมีปัญหาข้อติดไม่สามารถขยับได้

3.เล็บ โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ที่เล็บ โดยจะทำให้เล็บมีผิวสัมผัสที่ขรุขระ หรืออาจจะมีผิวหนังที่หนาอยู่ใต้เล็บ สำหรับบางรายเล็บสามารถที่จะร่อนออกมาจากพื้นเล็บได้

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

สำหรับการวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินนั้น ในขั้นตอนแรกก็เหมือนกับการวินิจฉัยโรคโดยทั่วไป คือการสอบถามประวัติของผู้ป่วย แต่ก็ยังมีความแตกต่างในขั้นตอนหลังจากการสอบถามประวัติ คือ

วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงิน

ในปัจจุบัน มีวิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินอยู่หลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สำหรับวิธีการรักษานั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในการเลือกให้กับผู้ป่วย ซึ่งวิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินหลักๆ ก็มีดังนี้

1.รักษาด้วยการทายา

สำหรับยาทาที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่

2.ยารับประทาน

เป็นยาที่สามารถออกฤทธิ์ได้ตั้งแต่ระดับเซลล์ภูมิคุ้มกัน จึงสามารถที่จะช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงินได้ โดยมียาดังนี้

3.การใช้แสง

โรคสะเก็ดเงินสามารถที่จะรักษาได้จากการใช้แสง โดยจะฉายแสงในบางจุดที่มีผื่นสะเก็ดเงิน โดยแสงที่ใช้ คือ

รังสี UVB เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นผื่นสะเก็ดเงินมากหรือรุนแรง และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อการรักษาได้น้อย

รังสี PUVA เป็นการรักษาโดยใช้แสงอัลตราไวโอเลตเอ แต่ทั้งนี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อการรักษา คือสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นผื่นสะเก็ดเงินในระดับขั้นที่มีความรุนแรงมากที่สุด

4.การรักษาแบบอื่นๆ

นอกเหนือจากการรักษาด้วยวิธีที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินก็ยังสามารถที่จะใช้วิธีรักษารูปแบบอื่นๆ ได้ด้วย เช่น

วิธีป้องกันโรคสะเก็ดเงิน

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันโรคสะเก็ดเงินได้อย่างชัดเจน แต่การเรียนรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินก็ถือว่าเป็นวิธีป้องกันรูปแบบหนึ่ง เพราะเมื่อเข้าใจที่มาของการเกิดโรค ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสะเก็ดเงินได้ดีพอสมควร ทำให้เราหันกลับมาดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายให้มากขึ้น เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว เพราะเมื่อภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรง โอกาสในการติดเชื้อโรคจนนำมาซึ่งโรคสะเก็ดเงินก็ย่อมน้อยลงไปด้วยนั่นเอง

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน

สำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินไปแล้ว วิธีการดูแลตัวเองถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด โดยสามารถที่จะปฏิบัติได้ ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
  2. ไปพบแพทย์ตามนัด
  3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  4. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. เรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียด
  6. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง
  7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

จะเห็นได้ว่า โรคสะเก็ดเงิน เมื่อเป็นแล้วย่อมทำให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกทรมานกับอาการปวดแสบปวดร้อน และยังทำให้การแต่งตัวลำบาก ทำให้สูญเสียบุคลิกภาพ ส่งผลทำให้คนรอบตัวอาจจะรังเกียจเอาได้ ดังนั้น การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงย่อมทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ทุกชนิด และหากพบความผิดปกติ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ การพบแพทย์อย่างทันการณ์โดยเร็วจะทำให้รับมือรักษาโรคได้อย่างหายขาดสูงแน่นอน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่