Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคตาขี้เกียจ (Lazy eye)

โรคตาขี้เกียจ เป็นปัญหาทางสายตาชนิดหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในเด็ก เกิดจากการใช้งานดวงตาเพียงข้างเดียว จนทำให้อีกข้างไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ สามารถรักษาให้หายขาดได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,220,582 คน

โรคตาขี้เกียจ (Lazy eye)

โรคตาขี้เกียจ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อสมองใช้งานดวงตาข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง เนื่องจากดวงตาอีกข้างอาจจะมองเห็นได้ไม่ค่อยดี เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้สมองเพิกเฉยต่อกระแสประสาทจากดวงตาข้างที่อ่อนแอหรือขี้เกียจ จึงทำให้การมองเห็นบกพร่อง รวมถึงสูญเสียการรับรู้ความลึกของภาพและระยะทาง โรคนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก และเป็นสาเหตุหลักของปัญหาการมองเห็นในเด็ก

ดวงตาข้างที่มีอาการขี้เกียจจะไม่มีลักษณะที่ต่างไปจากดวงตาปกติ เพียงแต่อาจจะหมุนไปทางอื่นที่แตกต่างกันบ้าง ซึ่งแตกต่างจากโรคตาเหล่ ที่ดวงตาจะไม่หมุนและไม่ขยับตามดวงตาอีกข้างเลย และการเป็นโรคตาเหล่ ก็สามารถทำให้เป็นโรคตาขี้เกียจได้ หากตาที่เหล่ ไม่ได้ถูกใช้งานมากเท่าตาที่เป็นปกติ

อาการของโรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจ จะสังเกตอาการได้ค่อนข้างยาก เว้นแต่จะมีอาการรุนแรงแล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่อไปนี้

  • เดินชนหรือกระแทกวัตถุด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ
  • ดวงตาแกว่งเข้าหรือออก
  • ดวงตาไม่ทำงานไปด้วยกัน
  • รับรู้ระยะตื้นลึกได้น้อยลง เริ่มเห็นภาพซ้อน
  • ตาเหล่

สาเหตุของโรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจมักเกี่ยวข้องกับปัญหาพัฒนาการในสมอง ซึ่งในกรณีนี้อาจเกิดจากทางเดินกระแสประสาทของระบบการมองเห็นในสมองทำงานไม่ถูกต้อง และจะยิ่งมีอาการรุนแรงมากขึ้นเมื่อดวงตาไม่ได้ใช้งานเท่าๆ กัน

มีโรคและความผิดปกติหลายชนิด ที่อาจทำให้มีการใช้ตาข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้างหนึ่ง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาขี้เกียจมากขึ้น ภาวะดังกล่าว ได้แก่

  • ตาเหล่
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคตาขี้เกียจ
  • ระดับสายตาสองข้างไม่เท่ากัน
  • ตาข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
  • เปลือกตาข้างหนึ่งหย่อนคล้อย
  • การขาดวิตามินเอ
  • แผลหรือแผลเป็นในกระจกตา
  • การผ่าตัดตา
  • ความผิดปกติในการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง

การวินิจฉัยโรคตาขี้เกียจ

โดยทั่วไปแล้วจักษุแพทย์จะตรวจสายตาเพื่อประเมินการมองเห็นในดวงตาทั้งสองข้าง ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้มีการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

  • การระบุตัวอักษรหรือรูปร่างบนแผนภาพที่อยู่ไกลระดับหนึ่ง
  • การมองตามแสงด้วยตาทีละข้าง และมองด้วยตาทั้งสองข้างพร้อมกัน
  • การมองดวงตาโดยใช้แว่นขยาย

การรักษาโรคตาขี้เกียจ

ยิ่งรักษาโรคตาขี้เกียจเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะหายขาดได้เร็วมากขึ้น โดยวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมได้แก่

  • การใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ : หากผู้ป่วยเป็นโรคตาขี้เกียจเพราะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงในดวงตาข้างหนึ่ง ก็สามารถรักษาด้วยการใส่แว่นตาแก้ไขค่าสายตาหรือใส่คอนแทคเลนส์ได้
  • ผ้าปิดตา : การสวมผ้าปิดตาในดวงตาข้างที่ทำงานหนัก จะช่วยให้ดวงตาอีกข้างที่อ่อนแอแข็งแรงขึ้นและทำงานได้มากขึ้น
  • ยาหยอดตา : อาจใช้วันละ 1-2 ครั้งเพื่อทำให้การมองเห็นข้างที่ปกติเบลอลงเล็กน้อย และกระตุ้นการทำงานของข้างที่ขี้เกียจมากขึ้น สามารถนำมาใช้ทดแทนในผู้ที่ไม่ชอบใส่ผ้าปิดตา
  • ศัลยกรรม : หากมีอาการตาเขหรือตาเหล่ร่วมอยู่ด้วย แพทย์อาจรักษาด้วยการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว

โรคตาขี้เกียจมักจะเกิดขึ้นในดวงตาข้างเดียว และมักเกิดในเด็ก ซึ่งผู้ปกครองส่วนมากก็มักไม่สังเกตเห็นเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นในระยะแรก ดังนั้น จึงควรให้เด็กเริ่มตรวจตาเมื่ออายุ 6 เดือน และตรวจซ้ำอีกครั้งในช่วงอายุ 3 ปี แม้จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ตาม และหลังจากนั้นควรให้เด็กได้รับการทดสอบสายตาตามปกติทุกสองปี ตั้งแต่อายุ 6 - 18 ปี

ที่มาของข้อมูล

Shannon Johnson, What causes lazy eye? (https://www.healthline.com/symptom/lazy-eye), February 29, 2016.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป