การติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

เชื้อ HPV เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเกือบทุกราย

เชื้อ Human papillomavirus (HPV) เป็นกลุ่มของเชื้อไวรัสประมาณ 150 ชนิดที่สามารถส่งผลได้ต่อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ถึงแม้ว่าการติดเชื้อ HPV ส่วนมากจะไม่มีอาการ แต่ก็สามารถทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศและมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง โดยคุณสามารถติดเชื้อ HPV จากคนที่ไม่มีอาการได้ และคุณก็สามารถแพร่เชื้อ HPV ไปให้ผู้อื่นขณะที่คุณไม่มีอาการได้เช่นกัน

ความชุกของการติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) ได้กล่าวว่า การสัมผัสผิวหนังอย่างใกล้ชนิดทั้งจากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก สามารถทำให้เกิดจการแพร่เชื้อ HPV ได้มากถึง 40 ชนิด ผู้ชายและผู้หญิงเกือบทุกคนที่ยังมีเพศสัมพันธ์จะได้รับเชื้อภายในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ทำให้เชื้อนี้เป็นเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา

รายงานในวารสาร Sexually Transmitted Disease ปี ค.ศ. 2013 ได้กล่าวว่า มีการประมาณว่ามีผู้หญิงในประเทศสหรัฐอเมริกาปรมาณ 39.9 ล้านคนมีการติดเชื้อ HPV ในปี ค.ศ. 2008 และในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงอายุระหว่าง15-24 ปี ประมาณ 9 ล้านคน นอกจากนั้นยังมีการติดเชื้อ HPV เพิ่มขึ้น 7 ล้านรายในผู้หญิงอายุ 15-59 ปี ในปี ค.ศ. 2008

อาการของการติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง

สมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่า เชื้อ HPV ประมาณ ¾ ของทั้งหมดมีการติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังโดยตรง สามารถทำให้เกิดหูดที่ผิวหนังได้ เช่นหูดที่เท้า เชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นสามารถทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศได้ และผู้ที่มีหูดที่อวัยวะเพศประมาณ 90% มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11

อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค ในผู้หญิงหูดที่อวัยวะเพศอาจมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็น สามารถโตอญู่ภายในหรือรอบๆ ทวารหนัก ต้นขาด้านบน ภายในช่องคลอด บนปากมดลูก หรือรอบๆ ทางเช้าช่องคลอดได้ โดยหูดที่อวัยวะเพศอาจจะ...

  • เกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อไปแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
  • เป็นหูดราบๆ หรือนูนก็ได้
  • โตเป็นกลุ่มและมีลักษณะเหมือนดอกกะหล่ำ
  • อาจมีอาการกดเจ็บ เจ็บ หรือคันได้

นอกจากนั้นยังอาจทำให้มีตกขาวเพิ่มขึ้น หรือมีเลือดออกจากช่องคลอดหรือทวารหนักได้

ภาวะแทรกซ้อน (โรคมะเร็งทีเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV)

การติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์แบบเรื้อรังอาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งหลายชนิดในผู้หญิงได้ โดยมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อ HPV และ 70% ของมะเร็งชนิดนี้มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 โดยเฉพาะ

อ้างอิงจากสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติสมาคมโรคมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่า เชื้อ HPV มีความเกี่ยวข้องถึง 7 ใน 10 รายของมะเร็งในช่องปาก มะเร็งที่อวัยวะเพศหญิงภายนอก และมะเร็งช่องคลอด ในผู้หญิงมะเร็งในช่องปากอาจทำให้

  • เจ็บคอ ปวดหู เสียงแหบ หรือไอเรื้อรัง
  • มีปัญหาในการกลืน
  • น้ำหนักลด
  • คลำได้ก้อนที่คอ

มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งที่อวัยวะเพศภายนอกในระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่มะเร็งในระยะที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติในช่องคลอด หรือมีอาการปวดและมีสารคัดหลั่งขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ โดยมะเร็งที่อวัยวะเพศหญิงภายนอกอาจทำให้เกิดอาการ ดังนี้

  • เป็นแผลเปิดหรือเป็นตุ่ม
  • คันในช่องคลอด
  • มีสีที่เปลี่ยนไปและหนาตัวมากขึ้น

การรักษาการติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง

ไม่มีการรักษาการติดเชื้อ HPV ให้หายขาด แต่มีการรักษาที่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ หูดที่ผิวหนังในบริเวณที่ไม่ใช่อวัยเพศอาจรักษาได้ด้วย

  • Salicylic acid (ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป)
  • Cryotherapy
  • Cantharidin (เป็นสารเคมีที่เพศอาจใช้รักษา)
  • การผ่าตัด เช่น Electrosurgery เป็นการผ่าตัดนำหูดออกและการทำเลเซอร์
  • Immunotherapy

ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือรุนแรง หูดที่อวัยวะเพศสามารถรักษาด้วยการใช้ยาทาหลายชนิด เช่น ครีม imiquimod Podofilox solution หรือแบบเจล และ sinecatechins (สารสกัดชนิดหนึ่งจากชาเขียว) และการผ่าตัด

มะเร็งจากการติดเชื้อ HPV สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการรักษามะเร็งทั่วไป ประกอบด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสี และการผ่าตัด หากสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกก่อนเป็นมะเร็งอาจสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดและช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งปากมดลูกขึ้น

วัคซีน HPV สำหรับผู้หญิง

มีวัคซีน HPV 3 รูปแบบที่อนุมัติให้ใช้ในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV ประกอบด้วย

  • Cervarix, Gardasil และ Gardasil 9 : Cervarix สามารถป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ส่วน Gardasil จะสามารถป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ได้เพิ่มขึ้น และ Gardasil 9 สามารถป้องกันได้ทั้ง 4 ชนิดรวมกับสายพันธุ์ 31, 33, 45, 52 และ 58 วัคซีนเหล่านี้สามารถป้องกันการติดเชื้อได้เกือบ 100% ในการฉีดวัคซีนจะแบ่งออกเป็น 3 ครั้ง โดยเข็มที่ 2 จะฉีดห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 จะห่างจากเข็มแรก 6 เดือน

วัคซีนนี้แนะนำให้ฉีดใน

  • เด็กหญิงทุกคนอายุ 11 หรือ 12 ปี
  • เด็กหญิงอายุ 9 ปี ที่มีประวัติถูกทารุณกรรมทางเพศ
  • เด็กหญิงที่อายุมากกว่านี้จนถึง 26 ปี หากยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน

วัคซีนนี้ยังแนะนำให้ฉีดในผู้ชายและเด็กชายบางคนอีกด้วย

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่