การกินเพื่อสุขภาพ

CDC ทำการค้นหาการระบาดที่เกิดจากอาหารได้อย่างไร

บทนำต่อโครงการสืบสวนการระบาดของโรค 7 ขั้นตอนของ CDC
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
CDC ทำการค้นหาการระบาดที่เกิดจากอาหารได้อย่างไร

เมื่อไหร่ที่การระบาดที่เกิดจากอาหารจึงจะเรียกว่าเป็นการระบาดได้อย่างเป็นทางการ? ศูนย์ควรคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้ให้คำนิยามการระบาดที่เกิดจากอาหารนั้นว่าเป็นภาวะที่มีผู้ป่วยอย่างน้อย 2 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดการเจ็บป่วยชนิดเดียวกันที่มีสาเหตุมาจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนชนิดเดียวกัน ดังนั้นการระบาดที่เกิดจากอาหารจึงเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่โชคร้ายที่มักจะต้องมีผู้ป่วยมากกว่า 2 คนก่อนจึงจะเริ่มมีการสืบสวนการระบาดและหาแหล่งปนเปื้อน

การสืบสวนการระบาดในหลายรัฐและทั่วประเทศ

การระบาดที่เกิดจากอาหารนั้นจะถูกประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากที่ CDC และหน่วยงานอื่นๆ ที่ทำการสืบสวน นอกเหนือจากหน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ แล้วนั้นยังต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ เพื่อระบุว่าการระบาดนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไมจึงเกิดขึ้น รวมถึงการป้องกันในอนาคต องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) และ Food Safety and Inspection Service (FSIS) นั้นยังต้องมีส่วนร่วมในการระบุต้นกำเนิดของความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร เป็นแกนนำในการสืบค้นที่ไร่ และประกาศเรียกคืนอาหารที่ปนเปื้อน และแม้ว่าการระบาดที่เกิดจากอาหารนั้นจะต้องมีการสืบสวนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีขั้นตอนที่ CDC ต้องปฏิบัติตามเมื่อทำการสืบค้นในหลายรัฐ

โครงการสืบสวน 7 ขั้นตอนของ CDC

CDC ได้กำหนด 7 ขั้นตอนในการตรวจหาและควบคุมการระบาด, ป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมและกำหนดวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในอนาคต

และเนื่องจากในการสืบสวนนั้นมีหลายหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันในเวลาเดียวกัน ขั้นตอนต่อไปนี้จึงอาจทำไปพร้อมกันได้

ขั้นแรก : ค้นหาการระบาด

CDC และหน่วยงานเครือข่ายได้ทำการปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถค้นหาการระบาดได้อย่างต่อเนื่อง

  • การสำรวจทางสาธารณสุข : เป็นการรวบรวมรายงานความเจ็บป่วยทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้ CDC สามารถกำหนดตัวเลขของความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่หรือเวลาดังกล่าวได้
  • ติดตามกลุ่มต่างๆ และการระบาด : กลุ่มของผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยแบบเดียวกันในสถานที่เดียวกันและเวลาเดียวกันนั้นเรียกว่า cluster เมื่อตรวจพบว่ามีคนใดคนหนึ่งใน cluster นี้ที่อาจเกี่ยวข้องกับกันเนื่องจากมีการเจ็บป่วยแบบเดียวกัน กลุ่มผู้ที่เจ็บป่วยนั้นก็จะเรียกว่าการระบาด
  • ตรวจสอบ cluster และการระบาดทั้งโดยการใช้รายงานแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ : รายงานแบบไม่เป็นทางการนั้นรวมถึงข้อมูลทรี่ได้จากสมาชิกในชุมชนที่แจ้งหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นว่าสงสัยการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร ในขณะที่รายงานอย่างเป็นทางการนั้นจะมาจากแพทย์และผู้ให้บริการทางการแพทย์เมื่อตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ

ขั้นที่ 2 : ในคำนิยามและค้นหาผู้ป่วย

โดยทั่วไปแล้วนั้นรายงานชิ้นแรกของการระบาดมักจะมีผู้ที่เจ็บป่วยจำนวนไม่มาก การที่สร้างคำนิยามสำหรับการระบาดในครั้งนี้ขึ้นมานั้นจะทำให้ CDC สามารถกำหนดผู้ป่วยที่จะถูกเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการระบาดได้

การกำหนดคำนิยามของการระบาดนั้นอาจประกอบด้วยรายละเอียดต่อไปนี้

  • เชื้อก่อโรคหรือสารพิษหากทราบข้อมูล
  • อาการที่พบได้จากการติดเชื้อหรือได้รับสารพิษดังกล่าว
  • ช่วงเวลาที่อาการเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้น
  • สถานที่ที่อาจเกิดการระบาด เช่นในรัฐหรือเขตใดๆ
  • ตัวชี้วัดอย่างอื่นเช่นรหัสพันธุกรรม

และเมื่อสามารถกำหนดนิยามของการระบาดได้แล้วจะทำให้ผู้สืบสวนนั้นสามารถค้นหาผู้เจ็บป่วยที่อาจเกี่ยวข้องกับการระบาดในครั้งนี้ได้

ขั้นที่ 3 : สร้างทฤษฎีของสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาด

การสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลนั้นจะทำให้ผู้สืบสวนสามารถตั้งทฤษฎีว่าสาเหตุของการระบาดนั้นเกิดจากอะไร

ขั้นที่ 4 : ทดสอบสมมติฐาน

เมื่อมีการกำหนดสมมติฐานขึ้นแล้วนั้นจะต้องมีการทดสอบ การทดสอบสมมติฐานเพื่อระบุว่าสาเหตุของการระบาดนั้นคืออะไรนั้นมักทำด้วย 2 วิธีคือ Analytic Epidemiologic Study และการทดสอบอาหาร

Analytic Epidemiologic Study : วิธีการนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มเพื่อกำหนดบทบาทของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา ตัวอย่างเช่น

  • ความถี่ของการได้รับอาหารชนิดนั้น
  • ความเกี่ยวข้องทางสถิติ
  • ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณที่ได้รับกับปฏิกิริยาที่ตอบสนอง
  • กระบวนการผลิตอาหาร
  • กระบวนการแจกจ่ายอาหาร

การทดสอบอาหาร : เป็นการค้นหาเชื้อก่อโรคที่มีรหัสพันธุกรรมจากผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับประทานมาเปรียบเทียบกับตัวอย่างจากอุจจาระ การทดสอบนี้อาจเพิ่มความสามารถในการระบุสาเหตุของการเจ็บป่วยได้อย่างชัดเจน

ในขณะที่นักวิจัยอาจคิดว่าข้อมูลที่ได้จากการทดสอบอาหารนี้เป็นข้อมูลที่มีปนะโยชน์ แต่มันก็อาจทำให้เกิดผลที่ไม่ช่วยในการสืบสวนหรือทำให้สับสนได้มากขึ้นจากหลายสาเหตุ

  • ไม่สามารถทำการทดสอบอาหารที่มีระยะเวลาในการวางขายสั้นๆ ได้เมื่อพบว่ามีการระบาดเพราะไม่พบสินค้าอีกต่อไป
  • หรือหากพบว่ามีอาหารที่น่าสงสัยแต่ก็อาจจะตรวจพบเชื้อก่อโรคได้ยาก เนื่องจากเชื้อก่อโรคนั้นอาจจะมีจำนวนลดลงตั้งแต่ที่เริ่มมีการระบาด หรืออาจมีเชื้ออื่นที่เจริญขึ้นแทนที่เชื้อนั้นเมื่ออาหารเริ่มมีการปนเปื้อน
  • เชื้อก่อโรคอาจอยู่ที่อาหารเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น ตัวอย่างอาหารที่ไม่ได้นำมาจากส่วนดังกล่าวจะให้ผลการทดสอบเป็นลบ ดังนั้นการทดสอบที่ได้ผลลบจึงไม่ได้บอกว่าอาหารดังกล่าวนั้นไม่ใช่สาเหตุของการระบาดหรือการเจ็บป่วย
  • อาหารที่เหลือหรืออาหารที่อยู่ในภาชนะที่เปิดแล้วอาจปนเปื้อนหลังจากการระบาดหรืออาจจะเกิดจากการสัมผัสอาหารที่เป็นต้นเหตุของการระบาดที่แท้จริง
  • เชื้อก่อโรคบางชนิดไม่สามารถตรวจได้ในอาหารเนื่องจากไม่มีการทดสอบที่สามารถตรวจพบเชื้อดังกล่าวได้

ขั้นที่ 5 : ค้นหาตำแหน่งที่มีการปนเปื้อนและแหล่งกำเนิดอาหาร

ตำแหน่งที่มีการปนเปื้อนนั้นจะถูกค้นพบได้จากการประเมินสิ่งแวดล้อมเพื่อระบุว่าอาหารมีการปนเปื้อนได้อย่างไร ผู้สืบสวนมักเน้นที่ประเด็นต่อไปนี้

  • การสัมภาษณ์ผู้ที่ติดเชื้อเพื่อระบุว่าอาหารนั้นมาจากไหน จัดการอย่างไร และเตรียมอย่างไร อาหารนั้นอยู่ที่อุณหภูมิเท่าไหร่
  • สืบสวนทางการแพทย์และวิธีการฝึกสอนลูกจ้างและลักษณะของห้องครัว (เช่นความสะอาด)
  • สุขภาพของลูกจ้างในขณะที่อาหารน่าจะมีการปนเปื้อน
  • ค้นหาผลการสืบสวนครั้งก่อน
  • ทำการสืบสวนย้อนหลัง

ขั้นที่ 6 : ควบคุมการระบาด

เมื่อสามารถกำหนดอาหารที่เป็นแหล่งของการระบาดได้แล้ว ต้องมีการออกมาตรการควบคุมซึ่งอาจประกอบด้วย

  • มาตรการเฉพาะเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่มีการสัมผัสกับอาหารเช่นร้านอาหารหรือโรงงานแปรรูป
  • ปิดแหล่งผลิตอาหารหรือร้านอาหาร
  • เรียกคืนอาหาร
  • เผยแพร่ปัญหาให้กับสาธารณชน รวมถึงวิธีการป้องกัน และอาการที่อาจพบได้เป็นต้น

ขั้นที่ 7 : ระบุว่าการระบาดนั้นได้ยุติลง

เมื่อตัวเลขของการเจ็บป่วยนั้นลดลงจนเข้าสู่ในระดับปกติแล้วก็จะระบุได้ว่าการระบาดนั้นได้สิ้นสุดแล้วเช่นกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะยังทำการติดตามสถานการณ์ต่อไปหลังจากนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการระบาดซ้ำอีก และสามารถกำจัดแหล่งปนเปื้อนไปได้ทั้งหมด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่