กองบรรณาธิการ HonestDocs
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HonestDocs
โรคติดต่อ

COVID-19 ต่างกับไข้หวัดธรรมดาอย่างไร?

ไอ จาม มีน้ำมูก ติดเชื้อ COVID-19 หรือเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดากันแน่? หาคำตอบได้แล้วที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 6 มี.ค. 2020 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
COVID-19 ต่างกับไข้หวัดธรรมดาอย่างไร?

เมื่อมีอาการผิดปกติระบบทางเดินหายใจ หลายคนจึงสงสัยว่า ตนเองติดเชื้อ COVID-19 หรือเป็นไข้หวัดธรรมดากันแน่ สามารถสังเกตอาการเบื้องต้น รวมถึงความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 โรคได้จากบทความนี้

COVID-19 ต่างกับไข้หวัดอย่างไร?

แม้จะเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเหมือนกัน แต่ความรุนแรงของ COVID-19 มากกว่าไข้หวัดธรรมดามาก การรู้ข้อแตกต่างระหว่างทั้ง 2 โรคจึงมีความสำคัญอย่างมาก

และนี่คือ 3 ความแตกต่างระหว่าง COVID-19 กับไข้หวัดธรรมดา เพื่อจะได้รับมือกับโรคได้อย่างถูกวิธี

1. COVID-19 แสดงอาการช้ากว่าไข้หวัดธรรมดา

หากรับเชื้อ COVID-19 ไปแล้ว หลายคนอาจไม่มีอาการผิดปกติเลยในช่วงแรก แต่มาแสดงอาการให้เห็นในช่วงที่เชื้อลุกลามแล้ว จึงทำให้รักษาได้ยาก โดยอาจแสดงอาการได้ตั้งแต่ 2-14 วันหลังรับเชื้อ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ติดเชื้อ

แต่ไข้หวัดธรรมดา จะเริ่มแสดงอาการในช่วง 2-4 วันหลังรับเชื้อ และอาการไม่รุนแรงเท่ากับ COVID-19 เนื่องจากหลายคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำให้มีภูมิต้านทานเชื้อได้

2. ไข้หวัดธรรมดาสามารถพักฟื้นเองที่บ้านได้ แต่ COVID-19 ต้องรักษาที่โรงพยาบาลเท่านั้น

เนื่องจากทั้ง 2 โรคเกิดจากเชื้อไวรัสเป็นหลัก ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ การรักษาอาการไข้หวัดธรรมดาจึงทำได้โดยพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อทดแทนการเสียน้ำ และใช้ยาต้านฮีสตามีนทั่วไป (Antihistamines) ยาหดหลอดเลือด (Decongestants) เพื่อบรรเทาอาการมีน้ำมูกและคัดจมูกได้

แต่หากได้รับเชื้อ COVID-19 อาการจะรุนแรงกว่าและไม่สามารถรักษาได้ที่บ้าน เนื่องจากอาการแทรกซ้อนที่ตามมาอาจมีความอันตรายมากกว่า ได้แก่

อาการแทรกซ้อนขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ดังนั้นหากมีอาการเข้าข่ายเสี่ยงว่าจะติดเชื้อ COVID-19 จึงควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งอาการทันที โดยเฉพาะหากมีประวัติการเดินทางไปในประเทศเสี่ยง ให้แจ้งด้วยเช่นกัน

3. COVID-19 วินิจฉัยได้ยากกว่าไข้หวัดธรรมดา

หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจจากไข้หวัดธรรมดา แพทย์จะสามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ด้วยการซักประวัติ วัดไข้ ใช้ก้านสำลีตรวจดูสารคัดหลั่งในโพรงจมูกหรือในลำคอ ก็สามารถวินิจฉัยได้

แต่หากมีอาการสุ่มเสี่ยงที่จะเป็น COVID-19 จะต้องทำการตรวจเลือด สารคัดหลั่งต่างๆ เช่น น้ำลาย น้ำมูก รวมถึงเนื้อเยื่อของผู้ป่วย จากนั้นจะส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่ามีส่วนประกอบของ COVID-19 หรือไม่ รวมถึงระดับแอนติบอดี้ที่ร่างกายตอบสนองต่อเชื้อไวรัสหรือไม่

ข้อมูลเบื้องต้นของ COVID-19

โควิดไนน์ทีน (COVID-19) เป็นเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus) สายพันธ์ใหม่ แต่เป็นตระกูลเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) และโรคเมอร์ส (MERS) มาแล้ว

เมื่อรับเชื้อเข้าไปจะทำให้ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ เกิดอาการแทรกซ้อนคือปอดบวม หรืออักเสบ (Pneumonia) โดยอาการเบื้องต้นที่เข้าข่ายติดเชื้อ COVID-19 มีดังต่อไปนี้

  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • ไอเยอะขึ้นเรื่อยๆ
  • เจ็บคอ
  • มีไข้มากขึ้นเรื่อยๆ
  • รู้สึกหนาว

เนื่องจากเชื้อทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง หากรักษาไม่ทันเวลา อาจเสียชีวิตได้

ข้อมูลเบื้องต้นของไข้หวัดธรรมดา

ไข้หวัดธรรมดา (Common cold) เป็นอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เกิดได้จากเชื้อไวรัสมากกว่า 200 ชนิด แต่โดยส่วนมากมักเป็นเชื้อไรโนไวรัส (Rhinoviruses)

อาการทั่วไปของไข้หวัดธรรมดาอาจมีดังนี้

สิ่งสำคัญคือ อาการเริ่มต้นของ COVID-19 กับ ไข้หวัดธรรมดา อาจมีความใกล้เคียงกัน แต่หากเป็นหวัดธรรมดาจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน ไม่มีอันตรายร้ายแรง ขณะที่ COVID-19 นั้น หากไม่ได้รับการวินิจฉัย แยกผู้ป่วยออกจากคนทั่วไปเพื่อกักโรค และรับการรักษาตามอาการอย่างทันท่วงที อาจมีอาการรุนแรงขึ้นถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้นในช่วง COVID-19 ระบาดอยู่ ดังในปัจจุบันนี้ หากมีอาการน่าสงสัย โดยเฉพาะภายหลังจากไปประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ อิตาลี ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว และผู้ไม่มีอาการก็ควรหมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะส่วนดวงตา จมูก ปาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้มากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม 11 ประเทศกลุ่มเสี่ยง Covid 19 ที่สาธารณะสุขประกาศ
อ่านเพิ่มเติม หน้ากากอนามัย ป้องกันโคโรนาไวรัสได้จริงหรือ?


5 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
กองบรรณาธิการ HD, รู้จัก COVID-19 หรือโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ต้นเหตุผู้ป่วยปอดบวมในเมืองอู่ฮั่น (https://www.honestdocs.co/novel-coronavirus-2019-ncov), 22 มกราคม 2563.
กองบรรณาธิการ HD, สรุปสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไทย (https://www.honestdocs.co/summary-covid-19), 19 กุมภาพันธ์ 2563.
ภก. ธีรวิชญ์ อัชฌาศัย, ไช้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรือแพ้อากาศ เป็นอะไรกันแน่?, (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/399/ไข้หวัดธรรมดา), 21 สิงหาคม 2560.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป