การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารขึ้นรากินได้ไหม แล้วจะกินอย่างไร ให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 603,763 คน

อาหารขึ้นรากินได้ไหม แล้วจะกินอย่างไร ให้ปลอดภัย

หลายคนต้องเผชิญหน้ากับอาหารขึ้นราครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งๆที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน จะทิ้งก็เสียดาย...แต่ถ้าจะนำส่วนที่เหลือมาใช้ก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ กระทรวงการเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกา (USDA) ตระหนักถึงความความปลอดภัยของผู้บริโภคในส่วนนี้และได้ทำการเผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารกลุ่มต่างๆที่ขึ้นราไว้ดังนี้

1. เนื้อสัตว์ขึ้นรา

1.1) เนื้อสดและเนื้อสัตว์แปรรูปจำพวกเบคอน แฮม ไส้กรอก และอื่นๆ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ความชื้นในเนื้อสัตว์จำพวกนี้ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีและนำมาซึ่งแบคทีเรียที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงไม่ปลอดภัยที่จะนำส่วนใดส่วนหนึ่งมารับประทานต่อ

1.2) เนื้อสัตว์ตากแห้งหรืออบแห้งชนิดที่ยังไม่ได้หั่นให้เป็นชื้นเล็กๆ

คำแนะนำคือ ใช้ต่อได้ อาหารกลุ่มนี้ขึ้นราแค่เฉพาะด้านนอกเนื่องจากไม่มีความชื้นเป็นตัวนำพาให้เชื้อรากระจายตัวเข้าสู่ด้านใน อีกทั้งอาหารแห้งทั้งหลายยังถูกออกแบบมาเพื่อให้เก็บรักษาได้นาน การขึ้นราจึงถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแค่ขูดเอาเชื้อราออกให้หมดก็สามารถนำมาประกอบอาหารต่อไปได้

1.3) เนื้อสัตว์ปรุงสุกแล้ว

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที เนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงสุกแล้วมักมีการสัมผัสกับเกลือหรือน้ำตาลที่เป็นตัวดึงดูดเชื้อรา อีกทั้งความชื้นยังส่งเสริมให้เชื้อราเหล่านี้กระจายตัวตัวไปได้โดยรอบอาหาร

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

2. ชีสขึ้นรา

2.1) ชีสก้อนชนิดแข็ง

คำแนะนำคือ ใช้ต่อได้ เชื้อราไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปด้านในของอาหารกลุ่มนี้ได้มากนัก เมื่อตัดชีสก้อนออกไปประมาณ  นิ้วจากจุดที่ขึ้นราก็จะสามารถนำมาประกอบอาหารต่อไปได้ และอย่าลืมห่อชีสด้วยกระดาษฟิล์มใสแผ่นใหม่

2.2) ชีสชนิดนุ่มและชีสที่ขูดแล้ว

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ชีสชนิดนุ่มอุดมไปด้วยความชื้นที่ช่วยให้เชื้อรากระจายตัวได้เป็นอย่างดี และชีสที่ขูดแล้วก็มีช่องว่างให้เชื้อราและแบคทีเรียแทรกตัวผ่านไปยังชิ้นอื่นได้เป็นอย่างดี การนำส่วนใดส่วนนึงมาใช้ต่อจึงไม่ปลอดภัย

ข้อยกเว้น: ชีสฃนิดนุ่มในกลุ่มของ blue cheese ใช้เชื้อราเป็นส่วนประกอบในการผลิต จึงเป็นเรื่องธรรมดาหากพบว่าชีสในกลุ่มนี้มีราขึ้นที่ผิวภายนอกหรือแม้แต่ภายใน เพราะเชื้อราประเภทนี้สามารถทานได้และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคแต่อย่างใด

3. ผักและผลไม้ขึ้นรา

3.1) ผักและผลไม้ชนิดแข็ง เช่น แครอท กระหล่ำปลี และพริกหยวก

คำแนะนำคือ ใช้ต่อได้ ผักและผลไม้ที่มีเนื้อแข็งหรือมีเปลือกแข็งอาจมีเชื้อราขึ้นเป็นจุดๆที่ผิวชั้นนอก แต่เชื้อรากระจายตัวเข้าสู่ด้านในได้ไม่ดีนัก เพียงแค่หั่นจุดที่ขึ้นราออกไป 1 นิ้วก็จะสามารถนำมารับประทานต่อได้

3.2) ผักและผลไม้ชนิดนุ่ม เช่น สตรอว์เบอรี่ พีช แตงกวา และมะเขือเทศ

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที อาหารกลุ่มนี้นอกจากจะมีเนื้อผิวที่อ่อนแล้วยังมีความชื้นสูง ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียกระจายตัวไปโดยรอบและเข้าสู่ด้านในได้อย่างรวดเร็ว

4. แยมและเจลลี่ขึ้นรา

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที เชื้อราโดยทั่วไปสามารถผลิตสารพิษที่มีชื่อว่าไมโคท็อกซิน (mycotoxin) และใช้ความชื้นในอาหารประเภทนี้ในการแพร่กระจายตัวไปรอบๆ จึงไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งหากผู้บริโภคจะตักแค่ส่วนที่ขึ้นราทิ้งไปและนำส่วนที่ยังเหลือมารับประทาน

5. โยเกิร์ตและครีมขึ้นรา

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ส่วนเหตุผลนั้นก็คล้ายกับอาหารประเภทอื่นที่มีความชื้นสูงที่เป็นตัวนำเชื้อรา อีกทั้งการแยกส่วนที่ขึ้นราออกจากส่วนที่เหลือของโยเกิร์ต นม หรือวิปครีม ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วย

6. ขนมปังและเบเกอรี่ขึ้นรา

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ไม่ว่าจะเป็นขนมปังแถวก็ไม่ควรเก็บส่วนใดส่วนหนึ่งมารับประทานต่ออีก เพราะราจะดูดความชื้นได้เป็นอย่างดีทำให้บริเวณรอบๆ ขนมปังมีเชื้อราเกิดขึ้นได้ไวมาก หากทานไปแล้วอาจจะท้องเสีย ถ้ารามีจำนวนมากอาจทำให้ปวดท้อง หรือรุนแรงจนอาหารเป็นพิษ

7. ธัญพืชและเส้นพาสต้าที่ปรุงสุกแล้ว

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ธัญพืชและเส้นพาสต้าที่ผ่านการปรุงสุกแล้วจะอมความชื้น เมื่อขึ้นราทำให้แบคทีเรียกระจายตัวไปทั่ว

8. เนยถั่วและถั่วชนิดต่างๆ

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที เพราะส่วนใหญ่แล้วอาหารกลุ่มนี้จะไม่มีสารกันบูด ทำให้ขึ้นราง่าย และไม่ปลอดภัยที่จะนำบางส่วนกลับมารับประทานต่อ

นอกจากนี้กระทรวงการเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกายังแนะนำการกำจัดเชื้อราเหล่านี้ออกจากอาหารไว้ด้วย คือ...

  1. เมื่อเห็นว่าอาหารขึ้นรา ห้ามดมเด็ดขาด! เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางหายใจ
  2. การกำจัดอาหารขึ้นรานั้นควรนำใส่ถุงพลาสติกให้มิดชิดก่อนที่จะนำใส่ถังขยะ เพื่อป้องกันการกระจายตัวของเชื้อรา
  3. ทำความสะอาดให้รอบบริเวณที่อาหารขึ้นรา และตรวจสอบอาหารและสิ่งของใกล้เคียงให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อราตกค้าง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่