การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารขึ้นรากินได้ไหม แล้วจะกินอย่างไร ให้ปลอดภัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
อาหารขึ้นรากินได้ไหม แล้วจะกินอย่างไร ให้ปลอดภัย

หลายคนต้องเผชิญหน้ากับอาหารขึ้นราครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งๆที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน จะทิ้งก็เสียดาย...แต่ถ้าจะนำส่วนที่เหลือมาใช้ก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ กระทรวงการเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกา (USDA) ตระหนักถึงความความปลอดภัยของผู้บริโภคในส่วนนี้และได้ทำการเผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารกลุ่มต่างๆที่ขึ้นราไว้ดังนี้

1. เนื้อสัตว์ขึ้นรา

1.1) เนื้อสดและเนื้อสัตว์แปรรูปจำพวกเบคอน แฮม ไส้กรอก และอื่นๆ

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ความชื้นในเนื้อสัตว์จำพวกนี้ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีและนำมาซึ่งแบคทีเรียที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงไม่ปลอดภัยที่จะนำส่วนใดส่วนหนึ่งมารับประทานต่อ

1.2) เนื้อสัตว์ตากแห้งหรืออบแห้งชนิดที่ยังไม่ได้หั่นให้เป็นชื้นเล็กๆ

คำแนะนำคือ ใช้ต่อได้ อาหารกลุ่มนี้ขึ้นราแค่เฉพาะด้านนอกเนื่องจากไม่มีความชื้นเป็นตัวนำพาให้เชื้อรากระจายตัวเข้าสู่ด้านใน อีกทั้งอาหารแห้งทั้งหลายยังถูกออกแบบมาเพื่อให้เก็บรักษาได้นาน การขึ้นราจึงถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแค่ขูดเอาเชื้อราออกให้หมดก็สามารถนำมาประกอบอาหารต่อไปได้

1.3) เนื้อสัตว์ปรุงสุกแล้ว

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที เนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรุงสุกแล้วมักมีการสัมผัสกับเกลือหรือน้ำตาลที่เป็นตัวดึงดูดเชื้อรา อีกทั้งความชื้นยังส่งเสริมให้เชื้อราเหล่านี้กระจายตัวตัวไปได้โดยรอบอาหาร

2. ชีสขึ้นรา

2.1) ชีสก้อนชนิดแข็ง

คำแนะนำคือ ใช้ต่อได้ เชื้อราไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปด้านในของอาหารกลุ่มนี้ได้มากนัก เมื่อตัดชีสก้อนออกไปประมาณ  นิ้วจากจุดที่ขึ้นราก็จะสามารถนำมาประกอบอาหารต่อไปได้ และอย่าลืมห่อชีสด้วยกระดาษฟิล์มใสแผ่นใหม่

2.2) ชีสชนิดนุ่มและชีสที่ขูดแล้ว

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ชีสชนิดนุ่มอุดมไปด้วยความชื้นที่ช่วยให้เชื้อรากระจายตัวได้เป็นอย่างดี และชีสที่ขูดแล้วก็มีช่องว่างให้เชื้อราและแบคทีเรียแทรกตัวผ่านไปยังชิ้นอื่นได้เป็นอย่างดี การนำส่วนใดส่วนนึงมาใช้ต่อจึงไม่ปลอดภัย

ข้อยกเว้น: ชีสฃนิดนุ่มในกลุ่มของ blue cheese ใช้เชื้อราเป็นส่วนประกอบในการผลิต จึงเป็นเรื่องธรรมดาหากพบว่าชีสในกลุ่มนี้มีราขึ้นที่ผิวภายนอกหรือแม้แต่ภายใน เพราะเชื้อราประเภทนี้สามารถทานได้และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคแต่อย่างใด

3. ผักและผลไม้ขึ้นรา

3.1) ผักและผลไม้ชนิดแข็ง เช่น แครอท กระหล่ำปลี และพริกหยวก

คำแนะนำคือ ใช้ต่อได้ ผักและผลไม้ที่มีเนื้อแข็งหรือมีเปลือกแข็งอาจมีเชื้อราขึ้นเป็นจุดๆที่ผิวชั้นนอก แต่เชื้อรากระจายตัวเข้าสู่ด้านในได้ไม่ดีนัก เพียงแค่หั่นจุดที่ขึ้นราออกไป 1 นิ้วก็จะสามารถนำมารับประทานต่อได้

3.2) ผักและผลไม้ชนิดนุ่ม เช่น สตรอว์เบอรี่ พีช แตงกวา และมะเขือเทศ

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที อาหารกลุ่มนี้นอกจากจะมีเนื้อผิวที่อ่อนแล้วยังมีความชื้นสูง ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียกระจายตัวไปโดยรอบและเข้าสู่ด้านในได้อย่างรวดเร็ว

4. แยมและเจลลี่ขึ้นรา

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที เชื้อราโดยทั่วไปสามารถผลิตสารพิษที่มีชื่อว่าไมโคท็อกซิน (mycotoxin) และใช้ความชื้นในอาหารประเภทนี้ในการแพร่กระจายตัวไปรอบๆ จึงไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งหากผู้บริโภคจะตักแค่ส่วนที่ขึ้นราทิ้งไปและนำส่วนที่ยังเหลือมารับประทาน

5. โยเกิร์ตและครีมขึ้นรา

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ส่วนเหตุผลนั้นก็คล้ายกับอาหารประเภทอื่นที่มีความชื้นสูงที่เป็นตัวนำเชื้อรา อีกทั้งการแยกส่วนที่ขึ้นราออกจากส่วนที่เหลือของโยเกิร์ต นม หรือวิปครีม ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วย

6. ขนมปังและเบเกอรี่ขึ้นรา

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ไม่ว่าจะเป็นขนมปังแถวก็ไม่ควรเก็บส่วนใดส่วนหนึ่งมารับประทานต่ออีก เพราะราจะดูดความชื้นได้เป็นอย่างดีทำให้บริเวณรอบๆ ขนมปังมีเชื้อราเกิดขึ้นได้ไวมาก หากทานไปแล้วอาจจะท้องเสีย ถ้ารามีจำนวนมากอาจทำให้ปวดท้อง หรือรุนแรงจนอาหารเป็นพิษ

7. ธัญพืชและเส้นพาสต้าที่ปรุงสุกแล้ว

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที ธัญพืชและเส้นพาสต้าที่ผ่านการปรุงสุกแล้วจะอมความชื้น เมื่อขึ้นราทำให้แบคทีเรียกระจายตัวไปทั่ว

8. เนยถั่วและถั่วชนิดต่างๆ

คำแนะนำคือ ทิ้งทันที เพราะส่วนใหญ่แล้วอาหารกลุ่มนี้จะไม่มีสารกันบูด ทำให้ขึ้นราง่าย และไม่ปลอดภัยที่จะนำบางส่วนกลับมารับประทานต่อ

นอกจากนี้กระทรวงการเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกายังแนะนำการกำจัดเชื้อราเหล่านี้ออกจากอาหารไว้ด้วย คือ...

  1. เมื่อเห็นว่าอาหารขึ้นรา ห้ามดมเด็ดขาด! เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางหายใจ
  2. การกำจัดอาหารขึ้นรานั้นควรนำใส่ถุงพลาสติกให้มิดชิดก่อนที่จะนำใส่ถังขยะ เพื่อป้องกันการกระจายตัวของเชื้อรา
  3. ทำความสะอาดให้รอบบริเวณที่อาหารขึ้นรา และตรวจสอบอาหารและสิ่งของใกล้เคียงให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อราตกค้าง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่