Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,441,637 คน

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ (Gastroenteritis) เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียน มักจะเกิดมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่เข้าไปรบกวนกระเพาะ ภาวะนี้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่มักจะพบบ่อยในเด็กเล็ก

เด็กเล็กส่วนมากจะติดเชื้อจากไวรัสที่เรียกว่าโนตาไวรัส (rotavirus) แต่สำหรับผู้ใหญ่มักจะเกิดมาจากโนโรไวรัส (norovirus) หรือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ (food poisoning)

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเป็นภาวะที่สร้างความไม่สบายเนื้อสบายตัวที่สามารถหายไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์ คุณควรดูแลตนเองหรือลูกของคุณให้ดีที่บ้านไปจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น

พยายามเลี่ยงการเข้าพบแพทย์ เพราะโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบนั้นแพร่กระจายให้ผู้อื่นได้ง่ายมาก ๆ หากคุณต้องการคำแนะนำควรทำการโทรศัพท์ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแทนจะดีที่สุด

อาการของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

อาการทั่วไปของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบคือ: ท้องร่วงเป็นน้ำกะทันหัน รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน อาจจะพุ่งออกมาก็ได้ มีไข้อ่อน ๆ

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นไม่อยากอาหาร ปวดท้อง ปวดแขนขา และปวดศีรษะ

อาการต่าง ๆ มักจะเกิดขึ้นภายในวันแรกที่ติดเชื้อ และมักจะคงอยู่ยาวนานน้อยกว่าหนึ่งอาทิตย์ แต่บางกรณีก็สามารถเกิดขึ้นยาวนานกว่านั้นก็ได้

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อคุณเป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ?

หากคุณประสบกับอาการท้องร่วงและอาเจียนกะทันหัน สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการพักผ่อนอยู่บ้านจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น เนื่องจากยังไม่มีวิธีรักษาที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้นคุณควรรอให้อาการเจ็บป่วยหายไปเอง

คุณไม่จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์นอกจากว่าอาการต่าง ๆ ไม่ดีขึ้น หรือคุณมีความเสี่ยงต่อปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ

เพื่อช่วยบรรเทาอาการของคุณ:

  • ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (dehydration) คุณจำต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติเพื่อชดเชยของเหลวที่เสียไปจากอาการอาเจียนและท้องร่วง โดยน้ำเปล่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่คุณก็สามารถดื่มน้ำผลไม้และซุปได้
  • ทานยาพาราเซตตามอลสำหรับลดไข้และอาการปวดต่าง ๆ
  • พักผ่อนให้มาก ๆ
  • หากคุณต้องการรับประทานอาหาร พยายามทานอาหารรสจืดในปริมาณเล็กน้อยก่อน เช่นน้ำซุป ข้าว เส้นพาสต้า และขนมปัง
  • ทานเครื่องดื่มชดเชยน้ำที่หาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปหากคุณมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่นปากแห้ง หรือมีปัสสาวะสีเข้ม
  • ทานยาต้านอาเจียน (เช่น metoclopramide) หรือ/และยาต้านท้องร่วง (เช่น loperamide) เมื่อมีอาการ
  • โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก ดังนั้นคุณควรทำการล้างมอเป็นประจำขณะที่คุณป่วยอยู่ และควรหยุดงานหรือไม่ไปโรงเรียนจนกว่าอาการต่าง ๆ จะหายไปเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

คุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์หากว่าคุณเป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ เพราะโรคนี้ควรจะหายไปเอง

การเข้าพบแพทย์จะทำให้ผู้อื่นเสี่ยงต่อภาวะนี้ ดังนั้นควรทำการโทรศัพท์ปรึกษาแพทย์ตามความจำเป็นแทน

ควรไปพบแพทย์หากว่า: คุณมีอาการของภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่นมีอาการวิงเวียนเรื้อรัง ขับถ่ายปัสสาวะน้อยมากหรือไม่มีเลย หรือเริ่มหมดสติ คุณถ่ายหนักแบบเหลวปนเลือด คุณมีอาการอาเจียนต่อเนื่องและไม่สามารถดื่มน้ำได้เลย คุณมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส อาการของคุณไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปสองถึงสามวัน คุณเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ (ที่มีมาตรฐานสุขอนามัยต่ำ) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณมีภาวะสุขภาพร้ายแรงอยู่ เช่นโรคไต โรคลำไส้อักเสบ หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และมีอาการอาเจียนหรือท้องร่วง

แพทย์จะแนะนำให้คุณทำการตรวจอุจจาระเพื่อหาสาเหตุของอาการของคุณ ก่อนมีการจ่ายยาปฏิชีวนะให้หากเป็นภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย

การดูแลเด็กที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

คุณสามารถดูแลลูกของคุณที่บ้านเมื่อพวกเขามีอาการท้องร่วงและอาเจียน แม้จะยังไม่มีวิธีรักษา ลูกของคุณควรจะรู้สึกดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วันให้หลัง

ในการบรรเทาอาการของลูกคุณนั้น:

  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อชดเชยของเหลวที่เสียไปจากการอาเจียนและท้องร่วง น้ำเปล่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด และควรเลี่ยงน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้เพราะจะทำให้อาการท้องร่วงทรุดลงได้ สำหรับเด็กทารกสามารถดื่มนมได้ตามปรกติ (ทั้งจากมารดาและนมชง)
  • จัดให้เด็กพักผ่อนให้มากที่สุด
  • ดูแลให้เด็กทานอาหารแข็งเมื่อพวกเขารู้สึกหิวด้วยการให้ทานในปริมาณเล็กน้อยและจืดก่อน เช่นซุป ข้าว พาสต้า และขนมปัง
  • ให้ยาพาราเซตตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดและไข้ของพวกเขา เด็กเล็กสามารถทานยาพาราเซตตามอลชนิดน้ำได้ดีกว่ายาเม็ด
  • ทานเครื่องดื่มชดเชยน้ำที่หาซื้อจากร้านขายยาหากพวกเขาขาดน้ำ แพทย์และเภสัชกรจะสามารถแนะนำปริมาณที่เด็กสามารถรับได้ ห้ามใช้ยาต้านท้องร่วงหรือยาต้านอาเจียนกับเด็กนอกจากแพทย์จะแนะนำให้ใช้
  • พยายามดูแลให้เด็กล้างมือบ่อย ๆ ในขณะที่ป่วยอยู่ และให้พวกเขาหยุดเรียนจนกว่าจะปลอดอาการเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังจากอาการหายไป

การเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับอาการของลูกคุณ

คุณไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์เมื่อลูกของคุณประสบกับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ เพราะโรคนี้ควรจะดีขึ้นเอง และการพาพวกเขาไปสถานพยาบาลจะทำให้ผู้ป่วยอื่นมีความเสี่ยงไปด้วย ควรเป็นการโทรศัพท์ปรึกษาแพทย์แทนในกรณีที่ลูกของคุณ: มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่นปัสสาวะน้อยหรือไม่มีเลย รู้สึกฉุนเฉียวผิดปรกติ ผิวซีด หรือมือเท้าเย็น มีเลือดปนอุจจาระหรืออาเจียนสีเขียว อาเจียนต่อเนื่องจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานอาหารได้ ประสบกับท้องร่วงนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ อาเจียนต่อกันสามวันขึ้นไป มีสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเจ็บป่วยที่ร้ายแรงกว่า เช่นมีไข้สูงมาก หายใจติดขัด เจ็บคอ ผื่นขึ้น เป็นภาวะร้ายแรงอยู่ก่อน เช่นโรคลำไส้อักเสบ หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและประสบกับอาการอาเจียนและท้องร่วง

แพทย์แนะนำให้คุณส่งตัวอย่างอุจจาระของลูกคุณไปทำการตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการณ์เพื่อยืนยันสาเหตุของอาการของเด็ก โดยจะมีการใช้ยาปฏิชีวนะหากว่าผลแสดงให้เห็นการติดเชื้อแบคทีเรีย

โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบแพร่กระจายได้อย่างไร?

เชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ง่ายมาก ๆ คุณสามารถติดเชื้อนี้ได้จากละอองอุจจาระหรืออาเจียนที่มาจากผู้ติดเชื้อเข้าไปทางปากของคุณ เช่น: การสัมผัสผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ: พวกเขาสามารถหายใจนำละอองเชื้อจากอาเจียนให้คุณได้ การสัมผัสสิ่งของปนเปื้อนเชื้อ การทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ: สามารถเกิดขึ้นได้หากผู้ป่วยไม่ล้างมือก่อนหยิบจับอาหาร หรือคุณทานอาหารที่สัมผัสกับสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ

ผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบจะแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ที่เริ่มมีอาการครั้งแรก จนถึง 48 ชั่วโมงหลังอาการต่าง ๆ หายไป กระนั้นพวกเขาก็อาจสามารถแพร่เชื้อได้ทั้งก่อนและหลังช่วงเวลาที่กล่าวไปเล็กน้อย

การป้องกันโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

การป้องกันโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ก็สามารถหยุดการแพร่เชื้อได้:

  • หยุด/ลางานหรือโรงเรียนจนกว่าอาการต่าง ๆ จะหายไปเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยทั้งคุณและลูกคุณควรเลี่ยงไปพบผู้ป่วยตามโรงพยาบาลระหว่างนี้ไปก่อน
  • ดูแลให้ตนเองและลูกของคุณล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะหลังการทำธุระ และก่อนเตรียมอาหาร ห้ามใช้เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์เพราะอาจไม่ได้ผลทุกครั้ง
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบนพื้นผิวและสิ่งของที่อาจปนเปื้อนเชื้อให้หมดจด
  • ล้างสิ่งของ เสื้อผ้า หรือผ้าปูที่นอนที่ปนเปื้อนเชื้อด้วยการซักแยก
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดมือ ผ้าขนหนู ถ้วยชาม หรือช้อนส้อมร่วมกับเด็กหรือผู้ป่วย
  • กดชักโครงกำจัดอุจจาระหรืออาเจียนให้หมดและทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ
  • ฝึกการดูแลความสะอาดของอาหาร จัดเก็บอาหารในตู้เย็นอย่างเหมาะสม ปรุงอาหารให้สุกทุกครั้ง และห้ามทานอาหารที่เลยวันหมดอายุ
  • ระมัดระวังตนเองขณะเดินทางไปยังประเทศที่มีสุขอนามัยย่ำแย่เป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่นทำการต้มน้ำก๊อกก่อนนำมาดื่ม
  • สำหรับเด็กเล็กสามารถรับวัคซีนป้องกันโรตาไวรัสเมื่อพวกเขามีอายุ 2 หรือ 3 เดือนได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
"ลำไส้อักเสบ" โรคที่มนุษย์สายกินควรระวัง
"ลำไส้อักเสบ" โรคที่มนุษย์สายกินควรระวัง

โรคลำไส้อักเสบ ผลกระทบจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสารพิษในอาหาร

ดูในแอป