พยายามมีบุตร

ฝากไข่คืออะไร ขั้นตอนกับการเตรียมตัวพร้อมราคาและสถานที่ทำ

รู้จักการฝากไข่ สำหรับคนที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ แต่อยากรอมีบุตรตอนพร้อม
เผยแพร่ครั้งแรก 15 มิ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 27 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ฝากไข่คืออะไร ขั้นตอนกับการเตรียมตัวพร้อมราคาและสถานที่ทำ

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • การฝากไข่ เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้หญิงเก็บไข่ในช่วงที่อายุเหมาะสำหรับตั้งครรภ์ที่สุดเอาไว้ได้ แล้วค่อยผสมเทียมภายหลัง
  • เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังรักษาโรคบางอย่าง ซึ่งต้องใช้เคมีบำบัด หรือผ่าตัดรังไข่ออก ทำให้ยังมีโอกาสมีบุตรจากไข่ของตัวเองได้ในอนาคต
  • ตามกฎหมายแล้ว เมื่อจะนำไข่ไปผสมกับอสุจิภายหลัง ต้องทำระหว่างคู่สามี-ภรรยาเท่านั้น
  • ช่วงอายุที่เหมาะแก่การฝากไข่คือประมาณ 20-30 ปี
  • สามารถดูแพ็กเกจฝากไข่และแช่แข็งไข่ พร้อมดูรายละเอียดและเปรียบเทียบราคาได้ที่นี่

โดยทั่วไปแล้ว ช่วงวัยที่เหมาะสำหรับมีบุตรของผู้หญิง จะอยู่ที่ 20-30 ปี หรือที่เรียกว่า วัยเจริญพันธุ์ ในช่วงนี้ระบบสืบพันธุ์และไข่จะสมบูรณ์ที่สุด

แต่หลายคนอาจเพิ่งจะมีความพร้อมหรือความต้องการมีบุตรตอนอายุเกินกว่า 30 ปีแล้ว ยิ่งหากอายุมากก็ทำให้มีบุตรยากขึ้น หรือเสี่ยงที่เด็กในครรภ์จะเกิดมาผิดปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

ปัจจุบันมีอีกทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเก็บไข่ไว้ก่อน ในช่วงที่ไข่เจริญมากที่สุด และสามารถรับบริการได้ตามโรงพยาบาลต่างๆ เรียกกันว่า “การฝากไข่”

การฝากไข่คืออะไร?

การฝากไข่ (Eggs freezing หรือ Oocyte cryopreservation) คือการนำเอาไข่สภาพดีในวัยเจริญพันธุ์ออกมาจากรังไข่ 

จากนั้นนำมาแช่แข็งเก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -150 องศาเซลเซียส ด้วยเทคนิค Vitrification หรือการใช้ไนโตรเจนเหลวในการเก็บรักษา

โดยไข่ที่ถูกเก็บจะเหมือนถูกหยุดอายุเอาไว้ ทำให้ไม่เสื่อมสภาพและสามารถนำกลับมาผสมกับอสุจิ เพื่อส่งตัวอ่อนกลับเข้าไปฝังในมดลูก จนเกิดการปฏิสนธิและเจริญเป็นตัวอ่อนในครรภ์ได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ

การใช้ไข่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะเกิดมาพร้อมความผิดปกติ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ไข่อาจบรรจุโครโมโซมที่ผิดปกติเอาไว้ได้ 

การฝากไข่มีประโยชน์กับใคร?

สำหรับคนที่ต้องการมีบุตร การมีเพศสัมพันธ์ด้วยวิธีธรรมชาติยังถือว่ามีประสิทธิภาพที่สุด แต่ผู้หญิงบางคนอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้ต้องใช้วิธีฝากไข่ไว้แล้วค่อยผสมเทียมภายหลัง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฝากไข่ แช่แข็งไข่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 855 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

208

การฝากไข่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยู่ในเงื่อนไขต่อไปนี้

1. คนที่กำลังรักษาโรคมะเร็ง

เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เช่น การรับเคมีบำบัดอาจทำให้ไม่มีการตกไข่ ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หรือในบางรายอาจต้องจำเป็นต้องตัดรังไข่ออก

การนำไข่มาฝากไว้ก่อน จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการวางแผนมีบุตรหลังจากที่รักษาโรคมะเร็งจนหายดีแล้ว

2. คนในครอบครัวเคยมีประวัติประจำเดือนหมดเร็ว

โดยปกติผู้หญิงจะตกไข่ได้ประมาณ 400-500 ใบ ตลอดช่วงชีวิต  ซึ่งจะอยู่ระหว่างช่วงอายุ 47-50 ปี

แต่หากคนในครอบครัวหมดประจำเดือนไวกว่านี้ ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะหมดประจำเดือนไวเช่นกัน ทำให้ระยะเวลาที่สามารถตั้งครรภ์ได้ สั้นกว่าคนอื่นๆ หากต้องการมีบุตรควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากไข่

3. คนที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้ แต่อยากมีบุตรในอนาคต

เนื่องจากผู้หญิงหลายคนกำลังวางแผนที่จะเรียนต่อต่างประเทศ หรือกำลังให้ความสำคัญกับการทำงาน จึงทำให้ไม่พร้อมต่อการมีบุตร

หากอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่ไข่มีความสมบูรณ์ ก็สามารถนำฝากไข่เพื่อเก็บไว้ผสมหลังจากที่ตนเองมีความพร้อมแล้ว

4. ผู้มีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการมีบุตรและระบบสืบพันธุ์ในอนาคต

เช่น ผู้มีแนวโน้มที่จะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) มีช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากไข่

การฝากไข่ควรทำเมื่อไร?

หากมีความต้องการฝากไข่ ควรทำตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์และไข่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด คือช่วงอายุ 20-30 ปี 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

แต่หากมาฝากไข่หลังจากอายุ 40 ปีขึ้นไป โอกาสที่จะตั้งครรภ์สำเร็จเมื่อนำไข่ออกมาใช้จะน้อยลง ฉะนั้นการฝากไข่จึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การฝากไข่เพื่อตั้งครรภ์ในภายหลังไม่ใช่วิธีทีได้ผล 100% เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงของผู้ฝากไข่ ความแข็งแรงของสเปิร์ม อายุของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นต้น 

อ่านเพิ่มเติม: ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฝากไข่

การเตรียมตัวก่อนฝากไข่

หลายคนคิดว่า หากตัดสินใจได้แล้วว่าจะฝากไข่ ก็สามารถเข้าไปติดต่อเพื่อจัดการได้เลย แต่ความจริงแล้วการฝากไข่ต้องอาศัยการเตรียมการเพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. ซักประวัติทั่วไป

แพทย์จะทำการซักประวัติทางการแพทย์ทั่วไป เช่น ประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ประเมินความสม่ำเสมอของรอบเดือน ระดับฮอร์โมนในเลือด 

2. วางแผนการเพิ่มปริมาณตกไข่

เมื่อซักประวัติและตรวจเลือดแล้ว แพทย์จะพิจารณาให้ฉีดฮอร์โมนตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มปริมาณการตกไข่ในให้มากกว่า 1 ใบ

เนื่องจากปกติรังไข่จะสลับกันตกไข่เดือนละใบเท่านั้น แต่การฝากไข่นิยมเก็บพร้อมกันทีเดียวหลายๆ ใบ อาจอยู่ระหว่าง 10-30 ใบ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการฝากไข่และการนำไข่มาใช้ภายหลัง 

3. ฉีดฮอร์โมนเพิ่มปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์

แพทย์อาจให้ฮอร์โมนมาฉีดเองได้ที่บ้านหลายชนิด ได้แก่

  • Follicle-stimulating hormone (FSH) และ Luteinizing hormone (LH) เป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นให้รังไข่ผลิตไข่มากขึ้น อาจฉีดต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • Gonadotropin-releasinh hormone (GnRH) เป็นฮอร์โมนที่ป้องกันไม่ให้ประจำเดือนมาเร็วกว่าปกติ แพทย์อาจให้ฉีดเมื่อผ่านไปเมื่อรอบเดือนผ่านไปครึ่งรอบ 
  • Human chorionic gonadotropin (HCG) เป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นให้ไข่สุก 

อ่านเพิ่มเติม: ฮอร์โมนคืออะไร?

อย่างไรก็ตาม ขนาดและความถี่ในการฉีดฮอร์โมนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ 

ขั้นตอนการฝากไข่ทำอย่างไร?

ขั้นตอนของการฝากไข่มีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อถึงกำหนดวันไข่ตกตามที่แพทย์นัด แพทย์จะให้ยาสลบระยะสั้นและยาแก้ปวดก่อนเริ่มกระบวนการ

  2. แพทย์จะใช้อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในการฉายภาพรังไข่เพื่อหาตำแหน่งตกไข่ จากนั้นจะดูดออกมาผ่านทางช่องคลอด แต่หากใช้อัลตราซาวด์หาตำแหน่งไม่เจอ แพทย์อาจใช้การผ่าทางช่องท้องเพื่อนำไข่ออกมา

  3. หลังจากได้ไข่ออกมา แพทย์จะตรวจความสมบูรณ์ของไข่ภายในห้องปฏิบัติการ จากนั้นก็จะนำไปเข้ากระบวนการแช่แข็ง

  4. หากคู่รักที่มีสเปิร์มจากสามีอยู่แล้ว อาจปรึกษาแพทย์เพื่อผสมตัวอ่อนเอาไว้เลย จากนั้นค่อยนำไปแช่แข็ง (Embryo freezing) ซึ่งการผสมตัวอ่อนก่อนแช่แข็ง มีแนวโน้มจะสำเร็จมากกว่าการฝากไข่เพียงอย่างเดียว

ฝากไข่ราคาแพงไหม?

การฝากไข่จะมีราคาประมาณ 100,000-150,000 บาท ซึ่งราคาจะต่ำหรือสูงนั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน และยังมีค่าฝากไข่รายปีอีกด้วย ประมาณ 1,500 บาทต่อปี

นอกจากนี้บางโรงพยาบาลอาจมีค่าเก็บรักษาไข่เป็นรายปีอยู่ระหว่าง 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลและจำนวนไข่ 

ผลข้างเคียงของการฝากไข่?

แม้การฝากไข่ค่อนข้างปลอดภัย หลังจากทำเสร็จแล้วสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่การฉีดฮอร์โมนเข้าไปในร่างกาย อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลธรรมชาติ ทำให้อาจมีผลกระทบจากกระบวนการฝากไข่ ดังนี้ 

การฝากไข่สามารถทำได้ที่ใดบ้าง

โรงพยาบาลรัฐที่มีบริการฝากไข่ มีดังต่อไปนี้

  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 
  • โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี 
  • โรงพยาบาลศิริราช
  • โรงพยาบาลวิภาวดี

นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกชั้นนำอื่นๆ ที่ให้บริการฝากไข่ รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องการมีบุตรได้ ดูรายละเอียดบริการและสถานที่ได้ที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฝากไข่

การจะนำไข่ออกมาผสมกับอสุจิในภายหลังนั้น กฎหมายได้ระบุว่าให้ทำได้กับคู่ที่มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้วเท่านั้น หากไม่มีคู่สามีตามกฎหมาย ก็ไม่สามารถนำไข่ออกมาผสมเพื่อทำการตั้งครรภ์ได้

หากกรณีฝ่ายชายมีข้อจำกัดในการมีลูก เช่น เป็นหมัน การรับบริจาคจากธนาคารสเปิร์มจะต้องได้รับการยินยอมจากทั้งสามีและภรรยาเท่านั้น 

ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต เช่น เด็กที่เกิดมาไม่มีพ่อในการดูแลคุ้มครอง หรืออาจเกิดการรับจ้างตั้งครรภ์ขึ้นได้

โดยสรุปแล้ว การฝากไข่เป็นการแก้ปัญหาให้กับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร แต่ยังคงต้องการมีบุตรได้ในอนาคต ซึ่งอาจจะยังพบข้อเสียอยู่บ้าง เช่น ยังมีราคาที่ค่อนข้างแพงและอาจต้องใช้การกระตุ้นไข่หลายครั้งจากการฉีดฮอร์โมน 

รวมถึงคุณภาพของไข่ก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าไข่ที่เก็บมีคุณภาพดีเท่าตอนเก็บหรือไม่ โดยปัญหาเหล่านี้ผู้ที่ต้องการฝากไข่จำเป็นที่จะต้องทราบเพื่อเตรียมทั้งเงิน เตรียมทั้งกายและใจให้พร้อมก่อนตัดสินใจฝากไข่

ดูแพ็กเกจฝากไข่และแช่แข็งไข่ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
พญ. อัญชุลี พฤฒิวรนันทน์, ข่าวดีของหญิง”โสด” ฝากไข่ใน “ธนาคารไข่” จริง หรือ มั่วนิ่ม, (https://www.vibhavadi.com/fertility/knowledge.php?topic=&id=263), 20 สิงหาคม 2559.
Medical News Today, What to know about egg freezing, (https://www.medicalnewstoday.com/articles/314815.php), 26 February 2019.
Healthline, Why You Need to Prepare for Anxiety and Disappointment When You Freeze Your Eggs, (https://www.healthline.com/health/womens-health/egg-freezing-emotional-risks), 13 August 2018.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป