Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

ภาวะเพ้อคลั่ง (Delirium) เกิดจากอะไร?

ภาวะเพ้อคลั่ง เป็นอาการที่พบได้ในผู้ที่มีปัญหาทางสมอง ผู้ที่อยู่ในช่วงถอนพิษสุรา และผู้ที่ใช้ยาบางชนิด แต่ภาวะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากรักษาอย่างถูกวิธี
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 975,946 คน

ภาวะเพ้อคลั่ง (Delirium) เกิดจากอะไร?

ภาวะเพ้อคลั่ง เป็นอาการที่พบได้ในผู้ที่มีปัญหาทางสมอง ผู้ที่อยู่ในช่วงถอนพิษสุรา และผู้ที่ใช้ยาบางชนิด แต่ภาวะนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากรักษาอย่างถูกวิธี

ภาวะเพ้อคลั่ง (Delirium) คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างฉับพลันในสมอง ทำให้เกิดความสับสนด้านการรับรู้และเสียการควบคุมทางอารมณ์และจิตใจ ส่งผลให้ทักษะการคิด การจำ การตั้งสมาธิ การนอนหลับ และอื่นๆ ถดถอยลง สามารถพบได้ในผู้ที่อยู่ในภาวะถอนพิษสุรา ช่วงหลังผ่าตัด หรือมีภาวะสมองเสื่อม เป็นต้น อาการเพ้อคลั่งมักเกิดขึ้นชั่วคราว และส่วนใหญ่สามารถรักษาให้หายได้

อาการเพ้อคลั่งสามารถแบ่งประเภทตามสาเหตุได้ ดังนี้

  • ภาวะเพ้อคลั่งจากภาวะถอนพิษสุรา (Delirium Tremens) เป็นภาวะรุนแรงที่เกิดกับผู้ที่ต้องการเลิกแอลกอฮอล์ หลังจากดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักติดต่อกันมาหลายปี
  • ภาวะเพ้อคลั่งแบบกระวนกระวาย (Hyperactive Delirium) ผู้ป่วยจะมีลักษณะตื่นตัวมากผิดปกติ โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • ภาวะเพ้อคลั่งแบบเซื่องซึม (Hypoactive Delirium) เป็นลักษณะที่พบบ่อยที่สุด ผู้ป่วยมักมีอาการง่วงซึม เฉยเมย และละเลยหน้าที่ในชีวิตประจำวัน บางครั้งอาจลืมรับประทานอาหารหรือลืมการนัดหมายด้วย

ผู้ป่วยบางคนอาจมีลักษณะของภาวะเพ้อคลั่งได้ทั้งแบบกระวนกระวายและแบบเซื่องซึมสลับกันไปมา

อาการของภาวะเพ้อคลั่ง

ภาวะเพ้อคลั่งส่งผลต่อจิตใจ อารมณ์ การควบคุมกล้ามเนื้อ การนอนหลับ และอาจทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รวมถึงอาจทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้าลงหรือเร็วขึ้นกว่าปกติ และมีอาการอื่นๆ ตามมาได้ เช่น

  • ไม่สามารถคิดหรือพูดได้ชัดเจน
  • อารมณ์แปรปรวน
  • นอนไม่หลับ และรู้สึกเซื่องซึม
  • ความจำระยะสั้นแย่ลง
  • สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้

สาเหตุของภาวะเพ้อคลั่ง

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเพ้อคลั่ง ได้แก่

  • โรคที่ทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อ เช่น โรคปอดบวม หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่สมอง
  • การใช้ยาบางชนิด และการเลิกใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาความดันโลหิต หรือยาระงับประสาท อาจส่งผลรบกวนการหลั่งสารเคมีในสมอง
  • ผู้ที่อยู่ในภาวะถอนพิษสุรา (Alcohol Withdrawal)
  • การรับประทานหรือดื่มสารพิษเข้าไป
  • การหายใจติดขัดจากโรคหอบหืด หรือความผิดปกติอื่นๆ ที่ทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดหลับอดนอนเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีภาวะร่างกายขาดน้ำ (Dehydration)
  • ผู้ที่ภาวะร่างกายขาดสารอาหาร (Nutritional Deficiency)

การวินิจฉัยภาวะเพ้อคลั่ง

แพทย์จะสังเกตอาการ และประเมินว่าผู้ป่วยสามารถคิด พูดคุย และเคลื่อนไหวได้เป็นปกติหรือไม่ โดยใช้วิธี Confusion Assessment Method (CAM) เพื่อสังเกตว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้หรือไม่

  • มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไม่คงที่ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะเมื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาล
  • ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดได้ หรือไม่สามารถตามสิ่งที่คนอื่นพูดทัน
  • พูดเพ้อเจ้อเรื่อยเปื่อย

หากพบว่าสาเหตุของภาวะเพ้อคลั่ง อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง แพทย์อาจใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยในการวินิจฉัย เช่น การตรวจทางเคมีในเลือด การตรวจระดับยาและแอลกอฮอล์ การตรวจไทรอยด์ หรือการตรวจการทำงานของตับ เป็นต้น

การรักษาภาวะเพ้อคลั่ง

การรักษาภาวะเพ้อคลั่ง ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้น หากเกิดจากการใช้ยาบางชนิด แพทย์อาจให้หยุดใช้ยาชนิดนั้น หรือปรับเปลี่ยนตัวยาและขนาดการใช้ยา แต่หากสาเหตุเกิดจากภาวะหอบหืดเฉียบพลัน ก็อาจใช้ยาพ่นหรือเครื่องช่วยหายใจเพื่อทำให้การหายใจกลับมาเป็นปกติ และหากสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์ก็อาจรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

ในกรณีที่ผู้ป่วยรู้สึกซึมเศร้าหรือกระวนกระวายร่วมอยู่ด้วย แพทย์อาจให้ยาตัวใดตัวหนึ่งดังต่อไปนี้ในปริมาณเล็กน้อย เพื่อบรรเทาอาการให้ดีขึ้น

  • ยาต้านเศร้า : เพื่อบรรเทาอาการซึมเศร้า
  • ยาระงับประสาท : เพื่อบรรเทาอาการถอนพิษสุรา
  • ยายับยั้งโดพามีน : เพื่อช่วยรักษาพิษจากยาเสพติด
  • ไทอะมีน (Thiamine) : เพื่อช่วยป้องกันภาวะสับสน

การฟื้นตัวจากภาวะเพ้อคลั่ง

การรักษาอย่างถูกวิธี สามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดจากอาการเพ้อคลั่งได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาคิด พูดคุย และรู้สึกเป็นปกติเหมือนเดิม

ที่มาของข้อมูล

Chitra Badii, What Causes Delirium? (https://www.healthline.com/symptom/delirium), April 2018


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป