Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดในคนอ้วน

เมื่อน้ำหนักอาจเป็นอุปสรรคในการคุมกำเนิด ควรทำอย่างไร?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,589,429 คน

การคุมกำเนิดในคนอ้วน

ใครหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าน้ำหนักตัวมีผลกับการคุมกำเนิด

ในอดีต ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์จะมีความกังวลกันว่าน้ำหนักอาจเป็นอุปสรรคของการคุมกำเนิด  เช่น หากใช้แล้วจะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดด้อยกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติ หรือจะทำให้เกิดผลข้างเคียง หรือความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายมากขึ้น 

นักวิจัยจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพและผลกระทบจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีต่าง ๆ ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) เกินเกณฑ์ปกติ เพื่อจะได้ให้คำแนะนำการใช้วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมได้

เมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการเลือกวิธีคุมกำเนิด (Medical Eligibility Criteria for Contraceptive Use) ฉบับปรับปรุงปี 2017 ที่เผยแพร่โดยกองควบคุมโรคของสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) จึงแนะนำการเลือกวิธีคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) > 30 kg/mดังนี้

ประเภท

ห่วงอนามัย

ชนิดหุ้ม

ทองแดง

(Cu-IUD)

ห่วงอนามัย

ชนิดเคลือบ

ฮอร์โมน

(LNG-IUD)

ยาฝัง

คุมกำเนิด

(Implant)

ยาฉีด

คุมกำเนิด

ชนิด 3 เดือน

(DMPA)

ยาเม็ด

สูตรฮอร์โมน

โปรเจสติน

(POP)

ยาคุมฮอร์โมน

รวมทุกชนิด

(CHC)

อายุ 18 ปีขึ้นไป

และมี BMI > 30 kg/m2

1

1

1

1

1

2

มีประจำเดือนแล้ว

แต่อายุยังไม่ถึง 18 ปี

และมี BMI > 30 kg/m2

1

1

1

2

1

2

หมายเหตุ : ความหมายของการแบ่งประเภทการใช้

ประเภท

ความหมาย

ข้อสรุป

U.S. MEC 1

ไม่มีข้อจำกัดในการคุมกำเนิด สามารถใช้วิธีนี้ได้

ใช้ได้ ไม่มีข้อจำกัด

U.S. MEC 2

มีความเสี่ยงในทางทฤษฎี แต่โดยทั่วไปถือว่าประโยชน์ที่จะได้รับมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ใช้ได้ แต่ควรมีการ

ตรวจติดตามผล

U.S. MEC 3

มีความเสี่ยงในทางทฤษฎี และไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้

ควรหลีกเลี่ยงการใช้

เว้นแต่ไม่มีทางเลือกอื่น

U.S. MEC 4

มีความเสี่ยงต่อสุขภาพซึ่งยอมรับไม่ได้ 

ห้ามใช้โดยเด็ดขาด

จากข้อมูลดังกล่าว จึงเป็นการพิสูจน์ว่าน้ำหนักตัวไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการคุมกำเนิด และสามารถใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนก็ได้

ข้อแนะนำในการเลือกวิธีคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีค่าดัชนีมวลกายสูงกว่าเกณฑ์

1.การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Hormonal Contraceptives: CHCs)

ซึ่งได้แก่ 

  • ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Oral Contraceptive: COC)
  • แผ่นแปะคุมกำเนิด (Combined Contraceptive Patch: P)
  • วงแหวนคุมกำเนิด (Combined Contraceptive Vaginal Ring: CVR) 
  • ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combined Injectable Contraceptive: CIC) จะต้องฉีดทุก 1 เดือน 

ทั้งหมดนี้ถือเป็นวิธีคุมกำเนิดที่สามารถใช้ได้สำหรับผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 kg/m2 ขึ้นไป (MEC = 2) โดยไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองน้ำหนักตัวก่อนเริ่มใช้ยา

อย่างไรก็ตาม คุณควรมีการเก็บข้อมูลของน้ำหนักตัวก่อนเริ่มใช้ยา เพื่อติดตามต่อภายหลังว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นผลจากการใช้ยาหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกหลังใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมและวงแหวนคุมกำเนิด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีทำให้ผู้ใช้ทุกรายมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะแต่ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเท่านั้น

นอกจากนี้ การใช้ฮอร์โมนรวมเพื่อการคุมกำเนิดในผู้ที่มี BMI > 30 kg/m2 มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous thromboembolism: VTE) หรือโรคลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด (pulmonary embolism: PE) ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ใช้ ดังนั้นควรต้องพิจารณาว่ามีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ก่อนเริ่มใช้ยา

เนื่องจากผู้ที่มีน้ำหนักเกินมักมีความเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง หากมีปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกชนิดของยาคุมกำเนิดที่เหมาะสม

2.การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว และห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง

วิธีคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่มี BMI > 30 kg/m2 (MEC = 1) แนะนำให้ใช้ยาประเภทดังต่อไปนี้

  • เม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว (Progestogen-Only Pill หรือ POP)
  • ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว (Depot medroxyprogesterone acetate: DMPA และ Norethisterone Enanthate หรือ NET-EN)
  • ยาฝังคุมกำเนิด (Implant), ห่วงอนามัยชนิดเคลือบฮอร์โมน (Levonorgestrel Intrauterine device หรือ LNG-IUD) 
  • ห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง (Copper Intrauterine device หรือ Cu-IUD) 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการใช้ ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว (DMPA) อาจทำให้สูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูกในระหว่างที่ใช้ยาได้ ดังนั้นกรณีที่จะใช้กับผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี จึงถือว่ามีข้อจำกัด (MEC = 2) แต่ก็ยังสามารถใช้ได้ เพราะมีประโยชน์ในการคุมกำเนิดมากและยังมีความเสี่ยงที่ไม่รุนแรง อีกทั้งมวลกระดูกที่ลดลงระหว่างใช้ยาจะสามารถเพิ่มกลับมาเป็นปกติได้หลังหยุดใช้ยาด้วย 

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ DMPA ในวัยรุ่นที่มีน้ำหนักเกิน อาจมีผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้อีก

ข้อควรระวัง

แม้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการเลือกวิธีคุมกำเนิดจะแนะนำว่า ผู้ที่มี BMI > 30 kg/m2 สามารถใช้วิธีคุมกำเนิดใด ๆ ก็ได้ โดยให้ผลในการคุมกำเนิดไม่แตกต่างจากผู้ที่มี BMI ต่ำกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีบางการศึกษาที่รายงานถึงความผิดพลาดในการคุมกำเนิด ซึ่งอาจนำมาเป็นข้อพิจารณาและข้อควรระวังเพิ่มเติม ดังนี้

  • คนอ้วนที่รับประทานยาคุมซึ่งมีปริมาณเอสโตรเจสต่ำ อาจไม่สามารถยับยั้งการตกไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังทำให้เสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น ผู้ที่มี BMI สูงกว่าเกณฑ์ปกติ (> 25 kg/m2) ที่ต้องการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ขอแนะนำให้ใช้ยาคุมที่มีปริมาณเอสโตรเจนต่อเม็ดไม่ต่ำกว่า 30 – 35 ไมโครกรัม
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 80 กิโลกรัมขึ้นไป หากใช้ยาฝังคุมกำเนิดยี่ห้อจาเดลล์ (ยาฝังคุมกำเนิดชนิด 2 หลอด ซึ่งมีผลคุมกำเนิดได้นาน 5 ปี) จะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้นเป็น 6% สำหรับการใช้ในปีที่ 5 องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ถอดจาเดลล์ออกเมื่อใช้ครบ 4 ปี
  • ผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม มีความเสี่ยงที่การคุมกำเนิดจะล้มเหลวเมื่อใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด ดังนั้นควรพิจารณาการใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นแทน

ที่มาของข้อมูล

Piparva KG, Buch JG. Deep vein thrombosis in a woman taking oral combined contraceptive pills. J Pharmacol Pharmacother. 2011;2:185-186.

Van Vlijmen EFW, Veeger NJGM, Middeldorp S, et al. Thrombotic risk during oral contraceptive use and pregnancy in women with factor V Leiden or prothrombin mutation: a rational approach to contraception. Blood. 2011;118:2055-2061.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป