Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การรักษา

กินพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ช่วยบรรเทาอาการไอได้

พริก ผักสวนครัวที่มากประโยชน์ สามารถช่วยแก้ไอได้ แต่ควรรับประทานอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพนั้น บทความนี้มีคำตอบ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,446,878 คน

กินพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ช่วยบรรเทาอาการไอได้

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 17/05/2562

พริก เป็นสมุนไพรที่มีการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มานาน ผลของพริกมีสารแคปไซซิน (Capsaicin) ทําให้เกิดความเผ็ดร้อน สามารถนําไปใช้ประโยชน์ทางยา เช่น ยาทาภายนอกระงับปวด มีฤทธิ์ช่วยในการเผาผลาญพลังงานของสารอาหารในร่างกาย กระตุ้นการเคลื่อนตัวของทางเดินอาหาร ลดการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื่อกันว่าสารสําคัญดังกล่าวจะมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ประโยชน์ทางอาหาร

ยอดอ่อน และผลของพริก ใช้เป็นผัก และเครื่องปรุงรสได้ พริกจะแตกยอดงามในช่วงฤดูฝน และก่อนติดผล เมื่อมีผลแล้วจะมียอดน้อยลง ผลจะมีตลอดทั้งปี ยอดอ่อนของพริกสามารถนำมารับประทานได้ โดยการลวกเป็นผักแกล้มกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงอาหาร

รส และประโยชน์ต่อสุขภาพ

ยอดพริก มีรสเผ็ดร้อน ส่วนผลของพริกมีรสเผ็ดจัด รับประทานเป็นผัก จะช่วยเจริญอาหาร และช่วยขับลม ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ประโยชน์ของพริกใช้รับประทานเป็นยาขับเสมหะ ยารสร้อนช่วยในการย่อยอาหาร เพิ่มความอบอุ่นในร่างกาย และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้อีกด้วย


 

นอกจากนั้น พริกยังใช้ป้องกันหวัด อาจเป็นเพราะว่าพริกอุดมไปด้วยวิตามิน C และยังถูกดูดซึมได้ดี ซึ่งการรับประทานพริกก่อนอาหาร หรือพร้อมอาหาร จะแก้อาการเบื่ออาหารได้ 

อีกทั้งพริกยังใช้เป็นพืชสมุนไพรในทางการแพทย์ ภายในผลพริกซึ่งมีเมล็ดติดอยู่จะมีสารแคปไซซิน ที่ก่อให้เกิดความเผ็ด ซึ่งความเผ็ดร้อนนี้ ทำให้ร่างกายขับเหงื่อ และขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ โดยสารแคปไซซิน ที่สกัดได้จากผลพริก จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาต่างๆ ทั้งชนิดรับประทาน และทาภายนอก เช่น ยาช่วยเจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ แก้หวัด ยาแก้ปวด เป็นต้น

พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า รับประทานแล้วช่วยแก้ไอได้จริงหรือไม่ ออกฤทธิ์อย่างไร? 

หากว่ามีอาการไอ สามารถแก้ด้วยการรับประทานพริก เพราะ สารแคปไซซิน ที่มีอยู่ในพริกนั้น ไปกระตุ้นให้ต่อมในหลอดลม หลั่งน้ำเมือก (mucin) ออกมา ช่วยลดความเหนียวของเสมหะที่เกาะภายในทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการไอขับเสมหะได้ง่าย 

จะสังเกตได้ว่าเวลารับประทานพริกเผ็ดก็จะมีน้ำมูก น้ำตาไหล ต้องสั่งน้ำมูกทำให้รู้สึกโล่ง และเมื่อไอ จะมีเสมหะหลุดออกได้ง่าย ซึ่งหากใครเป็นหวัด มื้อเย็นหรือก่อนนอนลองรับประทานอาหารจานพริกแบบเผ็ดๆ ดู ตื่นเช้ามาอาการหวัดจะทุเลา หากติดใจจะรับประทานเผ็ดเพื่อรักษาหวัดไปทุกมื้อจนกว่าจะหายก็ได้

โฆษณาจาก HonestDocs
ตรวจภาวะแพ้อาหารแฝง 222 ชนิดวันนี้ ลด 15%

เลือกกินอาหารที่เหมาะ ลดอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสียไม่รู้สาเหตุ

Istock 1037536402

และมีงานวิจัยที่บอกว่าสารแคปไซซินที่มีอยู่ในพริกนั้น ออกฤทธิ์เหมือนกับกรดซิสทีน ในยาแก้หวัด ซึ่งหากเป็นหวัดแล้ว และมีอาการไอร่วมด้วย พบว่าการรับประทานพริกจะแก้ไอได้ดีกว่ายาแก้ไอที่ผสมเมนทอล 

เนื่องจากยาแก้ไอที่ผสมเมนทอล นอกจากจะทำให้คอแห้งแล้วยังไปทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ ในกรณีที่มีอาการคออักเสบ หมอหลายคนก็ให้ยารักษาที่ผสมสารแคปไซซิน เพื่อลดอาการเจ็บคอและฆ่าเชื้อไปด้วย

วิธีรับประทานหรือใช้เพื่อคุณประโยชน์ ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?

การรับประทานอาหารใส่พริกหรืออาหารที่มีรสเผ็ด ไม่จำเป็นต้องบริโภคอย่างเคร่งครัดทุกมื้อ ควรรับประทานวันละ 1 - 2 มื้อ หรือวันเว้นวันได้ 

โดยในช่วงแรกในการรับประทานพริกหรืออาหารรสเผ็ด ควรรับประทานแต่น้อย และค่อยๆ เพิ่มขนาด เพราะจะทำให้ทางเดินอาหารค่อยๆ ปรับตัวรับความเผ็ดร้อนและความระคายเคืองของพริก  โดยการเพิ่มการหลั่งสารเมือก และสร้างเนื้อเยื่อบุผิวกระเพาะอาหาร และลำไส้เพิ่มขึ้น ซึ่งพริกจะช่วยลดการเกิดแก๊สที่เกิดจากการย่อยอาหาร และการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อท้องที่เกิดจากอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้


ที่มาของข้อมูล

ภญ. กฤติยา ไชยนอก สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สมุนไพรสู้ลมหนาว (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/)

รศ.สุพีชา วิทยเลิศปัญญา ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และคณะผู้วิจัย, เภสัชจลนศาสตร์ของสาร Capsaicin ในพริกขี้หนูสด และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพริกขี้หนูสดต่อน้ำตาลในเลือดในอาสาสมัครสุขภาพดี ( http://www.cuar.chula.ac.th/data/)

สำนักงานคณบดี คณะวิทยาศาสตร์, เม็ดพริกเป็นยา (http://www.uniserv.buu.ac.th)

Monica R. L., Alessandro P., Marco B., Francesco M. & Rosa T. (2015). Evaluation of chemical profile and antioxidant activity of twenty cultivars from Capsicum annuum, Capsicum baccatum, Capsicum chacoense and Capsicum chinense: A comparison between fresh and processed peppers. LWT - Food Science and Technology, 64(2): 623-631.




ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่