เซ็กส์อย่างถูกวิธี

ยาคุมแผงแรก มีผลเมื่อไหร่

ใช้ยาคุมนานแค่ไหน จึงจะมีผลคุมกำเนิดได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ยาคุมแผงแรก มีผลเมื่อไหร่

 ต้องใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดไปนานแค่ไหน กว่าที่จะมีผลคุมกำเนิดได้?

  • ครบ 1 แผง
  • ครบ 15 วัน
  • ครบ 7 วัน
  • ครบ 2 วัน
  • คุมได้ตั้งแต่เม็ดแรกที่รับประทาน

 

 

เริ่มต้นบทความ ด้วยปัญหาที่ยังคาใจใครหลายคน เพราะอาจเคยได้ยินคำตอบมาหลากหลาย เดี๋ยวคนนั้นก็ว่าอย่างนี้ แต่คนนี้กลับว่าไปอีกอย่าง ไม่รู้ว่าใครชัวร์ ใครมั่วนิ่ม แล้วสรุปว่าคำตอบที่ถูกต้องคืออะไรกันแน่

ถึงเวลาที่คุณผู้อ่านจะร่วมทดสอบความรู้ เฟ้นหาความเป็น “กูรูด้านยาคุม” ในตัวเองออกมาแล้วค่ะ (ฮ่า...) เลือกคำตอบไว้ในใจ แล้วไปค้นหาความจริงกันเลยนะคะ

 

 

จากคำถามข้างต้น น่าจะมีหลายท่านที่ตอบถูกค่ะ เพราะคำตอบที่ถูกต้องมีอยู่หลายข้อ (ฮ่า...)

 

 

 อ้าว... ไหงเป็นงั้น!?!?!

 นั่นก็เพราะ ผลในการคุมกำเนิด อาจแตกต่างกันไปในแต่ละสถานการณ์ค่ะ เช่น ใช้ยาคุมยี่ห้อเดียวกันแต่ต่างช่วงเวลา ก็อาจให้ผลไม่เหมือนกัน หรือหากเริ่มใช้ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ต่างยี่ห้อ ก็อาจให้ผลที่ต่างกันได้

 แล้วเราจะทราบได้อย่างไร ว่ายาคุมที่เราใช้ จะให้ผลเมื่อไหร่???

 

 

ผลในการคุมกำเนิดจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สามารถพิจารณาได้จาก...

  1. เวลาที่เริ่มใช้
  2. ชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิด

 

ซึ่งสรุปได้ ดังนี้ค่ะ

ชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิด

เวลาที่เริ่มใช้
เริ่มใช้ภายใน 5 วันแรก ของรอบเดือน เริ่มใช้หลังจากนั้น
ยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว เช่น เอ็กซ์ลูตอน, เดลิตอน และซีราเซท มีผลคุมกำเนิดได้ทันที ตั้งแต่เม็ดแรกที่รับประทาน มีผลคุมกำเนิดเมื่อรับประทานติดต่อกัน ครบ 2 วัน
ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (ส่วนใหญ่) มีผลคุมกำเนิดได้ทันที ตั้งแต่เม็ดแรกที่รับประทาน มีผลคุมกำเนิดเมื่อรับประทานติดต่อกัน ครบ 7 วัน
ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ที่ระบุ “ให้เริ่มรับประทานจากส่วนที่เป็นแถบสีแดงของแผงก่อนเสมอ” เช่น ไมโครไกนอน 30 อีดี, ไกเนรา อีดี และไตรควิล่าร์ อีดี มีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่  “เม็ดยาฮอร์โมน” เม็ดแรก ที่รับประทานในช่วงเวลานี้ มีผลคุมกำเนิดเมื่อรับประทาน “เม็ดยาฮอร์โมน” ติดต่อกัน ครบ 7 วัน

 

 

อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นยาคุมชนิดใดก็ล้วนแต่ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันค่ะ คือพิจารณาที่การใช้ “เม็ดยาฮอร์โมน” เป็นหลัก แต่เนื่องจากยาคุมส่วนใหญ่ จะให้ผู้ใช้เริ่มต้นรับประทาน “เม็ดยาฮอร์โมน” ก่อนอยู่แล้ว จึงเข้าใจได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องระบุให้ละเอียด

ต่างจากผู้ที่ใช้ยาคุมยี่ห้อไมโครไกนอน 30 อีดี, ไกเนรา อีดี และไตรควิล่าร์ อีดี ซึ่งเม็ดยาแรก ๆ ที่รับประทาน อาจเป็น “เม็ดยาหลอก” ทำให้ยังไม่มีผลในการคุมกำเนิดนะคะ

 

ยาคุมยี่ห้อไมโครไกนอน 30 อีดี, ไกเนรา อีดี และไตรควิล่าร์ อีดี จะมีแถบสีแดงบนแผง และมีคำแนะนำที่ระบุ “ให้เริ่มต้นจากส่วนสีแดงของแผงก่อนเสมอ” ซึ่งนอกจากจะทำให้สังเกตได้ง่ายว่า ประจำเดือนจะมาในช่วงที่เป็นแถบสีแดงของแผงต่อไปแล้ว ก็ยังเป็นการบังคับให้ประจำเดือนมาไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์อีกด้วยค่ะ

               เม็ดยาที่อยู่ในแถบสีแดง มีทั้ง “เม็ดยาฮอร์โมน” และ “เม็ดยาหลอก” (ลองพิจารณาจากภาพประกอบนะคะ)  หากผู้ใช้เริ่มใช้ในวันจันทร์-ศุกร์ ก็จะได้รับประทานยาเม็ดสีขาวซึ่งเป็น “เม็ดยาหลอก” และเนื่องจากไม่มีตัวยาฮอร์โมน ผลในการคุมกำเนิดจึงยังไม่เกิดขึ้นนั่นเองค่ะ

 

 

ขอยกตัวอย่างเป็น 3 กรณีนะคะ

  • กรณีที่ 1 ประจำเดือนมาในวันจันทร์ แม้จะเริ่มรับประทานยาคุมในวันนั้น แต่เนื่องจาก 5 เม็ดแรกที่รับประทานเป็น “เม็ดยาหลอก” ทั้งหมด และกว่าจะได้รับประทาน “เม็ดยาฮอร์โมน” ก็เป็นวันที่ 6 แล้ว จึงทำให้ใช้ “เม็ดยาฮอร์โมน” ไม่ทัน 5 วันแรกของรอบเดือน ดังนั้น ผลในการคุมกำเนิดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้ “เม็ดยาฮอร์โมน” ติดต่อกันครบ 7 วันแล้ว

 

  • กรณีที่ 2 ประจำเดือนมาในวันพุธและเริ่มใช้ยาเลย แต่ใน 3 วันแรกที่รับประทานยา ได้แก่ วันพุธ, พฤหัสบดี และศุกร์ จะยังไม่มีผลในการคุมกำเนิด เพราะยาที่ใช้เป็น “เม็ดยาหลอก” อย่างไรก็ตาม “เม็ดยาฮอร์โมน” เม็ดแรกที่ใช้ในวันเสาร์ ยังอยู่ในช่วง 5 วันแรกของรอบเดือน ดังนั้น ผลในการคุมกำเนิดจึงเกิดขึ้นเมื่อรับประทานยาในวันเสาร์ค่ะ

 

  • กรณีที่ 3 ประจำเดือนมาในวันเสาร์และเริ่มใช้ยาเลย เนื่องจากยาเม็ดแรกที่รับประทานเป็น “เม็ดยาฮอร์โมน” จึงให้ผลการคุมกำเนิดได้ทันทีค่ะ

 

 

                ยาคุมแผงแรก หากเริ่มใช้ไม่ทันวันที่ 1 – 5 ที่มีประจำเดือน ก็ยังสามารถใช้ได้นะคะ เพียงแต่ต้องมั่นใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์อยู่ มิฉะนั้น อาจเสี่ยงต่อความพิการของทารกในครรภ์ได้ค่ะ

และเนื่องจากผลในการคุมกำเนิดจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีการใช้ “เม็ดยาฮอร์โมน” ติดต่อกันระยะหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่ใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว ได้แก่ เอ็กซ์ลูตอน, เดลิตอน และซีราเซท จึงต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยหากมีเพศสัมพันธ์ ใน 2 วันแรกที่เริ่มรับประทานยา

ส่วนผู้ที่ใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยหากมีเพศสัมพันธ์ ใน 7 วันแรกที่เริ่มรับประทานยาค่ะ

 

 

 สรุปว่าคำตอบข้อไหนถูกบ้างคะ

 ถามอย่างนี้... ต้องกลับไปอ่านใหม่อีกซักรอบนะคะ ฮ่า...

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่