อาการปวดท้องแบบไหนที่เป็นไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 449,525 คน

อาการปวดท้องด้านขวาล่างเกิดได้จากหลายสาเหตุ

โรคไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) เกิดขึ้นจากการที่มีไส้ติ่ง (Appendix) อวัยวะซึ่งเป็นกระเปาะเล็กๆ ติดอยู่กับลำไส้ใหญ่เกิดการอักเสบขึ้น อาการนำที่สำคัญที่สุดที่บ่งบอกว่าคุณมีภาวะไส้ติ่งอักเสบ คือ มีอาการปวดท้องลักษณะ ปวดแปล้บ (Sharp pain) แต่ถ้าคุณมีอาการเพียงแค่ปวดบริเวณหน้าท้องก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคุณไม่ได้เป็นโรคนี้ คนส่วนใหญ่เกือบจะทุกคน มักเคยมีอาการปวดท้องอย่างน้อยสักครั้งหรือมากกว่านั้น เพราะอาการปวดท้องนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหากับคุณได้

อาการปวดท้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ

นอกจากโรคไส้ติ่งอักเสบแล้ว ยังพบว่ามีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดท้องได้เช่นกัน ดังนี้

  • นิ่วในถุงน้ำดี (gallstones)
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic pregnancy)
  • ถุงน้ำรังไข่ (Ovarian cysts)
  • โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome หรือ IBS)
  • โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infection)
  • โรคลำไส้อักเสบ (Crohn's disease)
  • อาหารไม่ย่อย (Indigestion)
  • แก้ส (gas)
  • โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic ulcers)
  • โรคติดเชื้อที่ไต (Kidney infection)
  • ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ (Lactose intolerance)
  • แพ้อาหาร (Food allergies)
  • ท้องผูก (Constipation)
  • ไส้เลื่อน (Hernia)

หากคุณรู้จักอาการปวดในลักษณะจำเพาะจะสามารถช่วยให้คุณทราบได้ว่าคุณเป็นโรคอะไรได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น มีอาการปวดท้องลักษณะบีบๆ มักจากการที่มีลมและท้องอืด ซึ่งมักจะไม่เกี่ยวกับสาเหตุที่รุนแรง เช่น โรคไส้ติ่งอักเสบ แต่อาจจะตามมาด้วยอาการท้องเสีย

อาการปวดบีบเป็นระยะ "Colicky pain" เป็นอาการปวดท้องที่มักจะรุนแรง เป็นๆ หายๆ ซึ่งมักจะเกิดจากการที่มีนิ่วในถุงน้ำดีหรือในไต แต่ถ้าคุณมีอาการปวดซึ่งไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจนแต่มีอาการปวดทั่วๆ ท้อง คุณอาจจะมีการติดเชื้อไวรัส อาหารไม่ย่อย หรือมีลมในทางเดินอาหารก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณมีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป นั่นอาจเป็นอาการแสดงจากการที่มีบางอย่างมาอุดกั้นหรือมาปิดกั้นทางเดินในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ หากคุณมีอาการปวดท้องในตำแหน่งเดียวที่ชัดเจนอาจเกิดจากพยาธิสภาพของอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง เช่น ถุงน้ำดี ตับอ่อน ไส้ติ่ง หรือกระเพาะอาหารก็ได้

อาการปวดท้องจากไส้ติ่งอักเสบ

อาการปวดท้องในภาวะไส้ติ่งอักเสบมักจะมีอาการปวดตื้อๆ รอบสะดือก่อนและจะย้ายตำแหน่งมาปวดบริเวณท้องทางด้านขวาล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ของไส้ติ่ง นอกจากนี้ อาการปวดของไส้ติ่งอักเสบที่สามารถพบได้ เช่น

  • อาการปวดเกิดขึ้นทันทีทันใด (มักทำให้ปวดจนตื่นขึ้นมากลางดึก)
  • อาการปวดจะปวดมากขึ้นชัดเจนมากขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
  • อาจมีอาการอื่นเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน
  • อาจเกี่ยวข้องกับอาการเบื่ออาหาร (anorexia)
  • อาการปวดจะเป็นมากขึ้นเมื่อมีการขยับตัว หายใจลึก ไอ และจาม
  • มีอาการปวดแบบเสียดแทงขึ้นมาทันใดเมื่อคุณขับรถเร่งความเร็วสูง

การวินิจฉัยภาวะไส้ติ่งอักเสบ

แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อตรวจหาตำแหน่งที่มีอาการปวดบริเวณหน้าท้อง หากคุณมีภาวะไส้ติ่งอักเสบ คุณอาจมีอาการ ดังนี้

  • เมื่อแพทย์ทำการตรวจท้องโดยการกดลงไปในตำแหน่งท้องด้านขวาล่างแล้วปล่อยจะมีอาการปวด (rebound tenderness)
  • มีอาการปวดเช่นเดียวกับ อาการปวด rebound tenderness เมื่อทำการกดและปล่อยเร็วๆ ที่ตำแหน่งด้านล่างซ้ายของหน้าท้อง
  • มีอาการเกร็งหน้าท้องด้านล่างขวาเกิดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัวเมื่อมีคนมาสัมผัส
  • ทำการตรวจโดยนอนราบกับพื้นแล้วยกหัวเข่าด้านขวาขึ้นตั้งฉากกับพื้นจะมีอาการเจ็บขึ้น
  • ขณะกำลังนอนราบหลังชิดพื้น เมื่อคุณขยับหัวเข่าที่กำลังงออยู่ไปด้านซ้ายและด้านขวา คุณจะมีอาการปวดที่ท้องขึ้น

สาเหตุอื่นที่ทำให้มีอาการปวดบริเวณท้องด้านขวาล่าง

จากบทความของวารสารศัลยศาสตร์ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2011 กล่าวว่า มีจำนวนกว่า 12% ของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดไส้ติ่งในช่วงปี ค.ศ. 1998-2007 ได้เข้ารับการผ่าตัด โดยที่แท้จิงแล้วผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคไส้ติ่งอักเสบทั้งนี้เป็นเพราะอาการปวดท้องด้านขวานั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งทำให้การวินิจฉัยโดยไม่มีการใช้ภาพทางรังสีวิทยาช่วยนั้นยากที่จะถูกต้องแม่นยำ

ตัวอย่างเช่น อาการปวดจากการตกไข่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ด้านซ้ายและด้านขวาของช่องท้อง ซึ่งมีอาการปวดแสบลักษณะคล้ายกับอาการปวดของไส้ติ่งอักเสบ แต่อาการปวดมักไม่ได้เริ่มจากอาการปวดบริเวณรอบสะดือและอาการปวดจะไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวร่างกาย

อาการท้องผูกอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องด้านขวาล่างและเกิดอาการปวดเมื่อกดและปล่อยเร็วๆ (rebound tenderness) ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาการท้องผูกมักจะมาก่อนอาการปวดท้อง ซึ่งไม่เหมือนอาการไส้ติ่งอักเสบ (อาการท้องผูกอาจเป็นอาการหนึ่งของไส้ติ่งอักเสบ)

การตั้งครรภ์นอกมดลูกและอาการปวดท้อง

การตั้งครรภ์นอกมดลูกเกิดจากการที่ไข่ที่ได้รับการปฎิสนธิแล้วนั้นฝังตัวนอกมดลูก ซึ่งมักจะทำใ้ห้เกิดอาการปวดท้องทางด้านขวา อาการของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกนั้นไม่เหมือนกับอาการของไส้ติ่งอักเสบเพราะมักจะมีอาการปวดบีบเป็นอย่างมาก และบางครั้งอาจมีปวดที่ ไหล่และคอร่วมด้วย นอกจากนี้การตั้งครรภ์นอกมดลูกอาจพบอาการเลือดออกจากช่องคลอดร่วมด้วย

การติดเชื้อที่ไตอาจะทำให้เกิดอาการปวดท้องบริเวณด้านขวาล่างได้หากมีการติดเชื้อที่ไตด้านขวา แต่มักจะทำให้เกิดอาการปวดบริเวณขาหนีบ ปวดหลัง และมีอาการปวดเมื่อถ่ายปัสสาวะ อาการปวดท้องจากมีนิ่วในไตนั้นสามารถทำให้เกิดอาการปวดบริเวณท้องด้านขวาล่าง อาการปวดจะไม่ได้เริ่มต้นจากบริเวณสะดือแต่มักจะเริ่มจากบริเวณใต้ซี่โครงด้านข้างและด้านหลังและมักจะปวดเป็นๆ หายๆ

ถุงน้ำในรังไข่มักจะไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ แต่บางครั้งสามารถทำให้เกิดอาการปวดท้องช่วงล่าง ซึ่งมักมีลักษณะปวดแบบตื้อๆ เป็นๆ หายๆ มากกว่าปวดแปล๊บและปวดอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากไส้ติ่งอักเสบ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่