เบาหวาน

การติดเชื้อราหรือยีสต์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

การติดเชื้อราหรือยีสต์เกิดขึ้นได้อย่างไร
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
การติดเชื้อราหรือยีสต์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

เชื้อรา Candida หรือยีสต์ มักอาศัยอยู่บนร่างกายของมนุษย์โดยทั่วไป ซึ่งมากมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เช่นร่างกายเป็นกรดมากขึ้นจากการติดเชื้อ มีการใช้ถุงยาง มีการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือเป็นเบาหวานจะทำให้สมดุลระหว่างเชื้อเหล่านี้ผิดปกติไปเชื้อ Candida จะเกิดการแบ่งตัวมากขึ้นโดยไม่มีคู่แข่ง ทำให้เกิดเป็นการติดเชื้อขึ้น

ทำไมผู้หญิงที่เป็นเบาหวานจึงมีแนวโน้มที่จะเกิดการติดเชื้อราที่ช่องคลอด

ถึงแม้ว่าผู้หญิงส่วนมากโดยทั่วไปมักจะมีการติดเชื้อราได้อย่างน้อย 1 ครั้งตลอดชีวิต แต่พบว่าผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้น ยีสต์ซึ่งมักอาศัยอยู่ภายในช่องคลอด จะถูกควบคุมจำนวนโดยปริมาณสารอาหารภายใต้ความเป็นกรดของช่องคลอด ในผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวาน สารคัดหลั่งในช่องคลอดจะมีน้ำตาลกลูโคสมากกว่าปกติจากการที่มีน้ำตาลสูงในกระแสเลือด ทำให้ยีสต์เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำตาลมาก จนกลายเป็นการติดเชื้อ นอกจากนั้นการมีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงยังขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ช่วยป้องกันการ ติดเชื้อยีสต์ การที่มีการติดเชื้อยีสต์ในผู้หญิงที่เป็นเบาหวานจึงอาจแปลความได้ว่ายังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ หรือแสดงถึงการติดเชื้อในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

อาการของการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดคืออะไร?

การติดเชื้อยีสต์มักทำให้มีอาการคัน และรู้สึกไม่สบายบริเวณช่องคลอด มีตกขาวเป็นมูกข้นเหมือนชีส มีกลิ่นเห็น และเจ็บระหว่างการปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ แต่ในผู้หญิงบางคนอาจไม่มีอาการแสดงของการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดเลยก็ได้ การติดเชื้อยีสต์นี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในบริเวณอื่นของร่างกาย เช่นบริเวณที่ชุ่มชื้นตามเท้าหรือข้อพับ บริเวณที่ใช้ฟอกไต หรือในปาก การติดเชื้อยีสต์จะทำให้มีอาการไม่สบายตัว และอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงกว่าได้

จะสามารถวินิจฉัยการติดเชื้อยีสต์ได้อย่างไร?

หากมีอาการที่สงสัยว่าเกิดจากการติดเชื้อยีสต์ ไม่ใช่จากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะทำการตรวจโดยใช้การส่องใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อดูว่ามียีสต์หรือไม่ และในบางครั้งอาจต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค

การติดเชื้อยีสต์ส่งผลต่อโรคเบาหวานอย่างไร?

การมีเชื้อยีสต์อยู่ภายในช่องคลอด หรือบริเวณอื่นๆ ของร่างกายทำให้กลไกการป้องกันการติดเชื้อของร่างกายเสียไป โดยในผู้หญิงที่เป็นเบาหวาน และมีการติดเชื้อยีสต์ จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆ เช่นกัน เนื่องจากการที่มียีสต์ และระดับน้ำตาลในเลือดสูงนั้นจะยับยั้งความสามารถในการต่อสู่กับแบคทีเรีย และไวรัสชนิดอื่น ซึ่งการติดเชื้อไม่ว่าประเภทใดในผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงมากขึ้นเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือด จะมีโอกาสสูง หรือต่ำกว่าปกติระหว่างที่ร่างกายมีการพยายามต่อสู้กับการติดเชื้อ

ทางเลือกในการรักษามีอะไรบ้าง?

การใช้ยาฆ่าเชื้อราซึ่งสามารถซื้อได้ทั้งตามร้านขายยยา และจากแพทย์สั่ง สามารถใช้รักษาการติดเชื้อยีสต์ในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ผลดี โดยควรปรึกษาทีมแพทย์ผู้ดูแลก่อนการเริ่มใช้ยาประเภทใหม่ทุกชนิดเนื่องจากยาฆ่าเชื้อราชนิดกิน สามารถส่งผลต่อยาที่ใช้เป็นประจำได้ ผู้ป่วยบางคนอาจอยากใช้การรักษาด้วยยาในช่องคลอด โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าผู้หญิงที่มีการติดเชื้อยีสต์อาจต้องการการรักษาต่อเนื่องนานถึง 2 สัปดาห์ ยาฆ่าเชื้อราชนิดทา หรือชนิดกินอื่นๆ เช่น nystatin สามารถใช้รักษาการติดเชื้อยีสต์ในบริเวณอื่นนอกจากช่องคลอดได้เช่นกัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการรักษาการติดเชื้อยีสต์ โดยฉพาะในผู้ที่เป็นเบาหวานก็คือการรับประทานยาที่แพทย์ให้จนหมด เนื่องจากหากหยุดยาก่อนในช่วงที่เริ่มรู้สึกดีขึ้น อาจทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นซ้ำ และอาจรุนแรงกว่าเดิมได้

ผู้ป่วยควรถามเรื่องอะไรบ้าง?

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อแล้ว ผู้ป่วยควรสอบถามทีมแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการรักษาที่แนะนำ เช่นควรใช้ครีมทาที่ช่องคลอด หรือใช้ยารูปแบบกินหรือไม่ ผู้ที่มีการติดเชื้อยีสต์มากกว่า 4 ครั้งต่อปีควรถามทีมแพทย์เพื่อให้ทำการตรวจระดับน้ำตาลว่าคุมได้ดี หรือไม่และสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อไม่ได้เกิดจากการที่มีน้ำตาลในเลือดสูง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่