ความรู้สุขภาพ

ทำไมกรดไหลย้อนถึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Heartburn?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 178,172 คน

ทำไมกรดไหลย้อนถึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Heartburn?

หลาย ๆ คนมักจะต้องเคยมีอาการแสบร้อนกลางหน้าอกกันมาบ้าง มันเป็นอาการที่รู้สึกแสบร้อนบริเวณใต้ลิ้นปี่ หลังหน้าอก และทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกไฟไหม้ ความรู้สึกนี้อาจเดินทางจากกระบังลมขึ้นมายังคอหอย ทำให้รู้สึกเปรี้ยวในปาก หรืออาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ ความรู้สึกแสบนี้เกิดขึ้นเมื่อกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้าสู่หลอดอาหารทำให้เกิดการระคายเคือง

แต่ทำไมถึงเรียกอาการนี้ว่า Heartburn?

มันอาจฟังดูประหลาดที่เรียกอาการนี้ว่า Heartburn ในเมื่อไม่ได้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจแต่อย่างใด คำอธิบายก็คืออาการนี้มักเกิดขึ้นกลางหน้าอกค่อนไปข้างล่าง ดังนั้นจึงเรียกว่า Heartburn เพราะรู้สึกว่ารอบ ๆ หัวใจมีอาการแสบร้อน เหมือนไหม้

อาการนี้ถือเป็นอาการหนึ่งในหลาย ๆ อาการของความผิดปกติ แต่ไม่ใช่โรค สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยแต่พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน สาเหตุอื่นที่สามารถทำให้เกิดอาการนี้ได้ประกอบด้วย

  • อาหารบางชนิด เช่นอาหารทอดและอาหารมัน เปปเปอร์มิ้นท์ กาแฟ และแอลกอฮอล์ สามารถทำใหกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวได้
  • รับประทานอาหารมื้อใหญ่หรือรับประทานอาหารก่อนนอน
  • เป็นไส้เลื่อนที่กระบังลม
  • มีแรงดันเกิดในท้องเช่นการก้มตัว การใส่เสื้อผ้ารัดรูป การยก ภาวะอ้วน
  • ยาบางชนิด
  • การสูบบุหรี่

อาการแสบร้อนกลางหน้าอกเป็นภาวะที่รุนแรงหรือไม่?

ผู้ที่มีอาการในระดับไม่รุนแรงอาจเพียงแค่รู้สึกรำคาญมากกว่าจะรู้สึกว่าเป็นอาการที่รุนแรง แต่ในผู้ที่มีอาการเรื้อรัง และเป็นหลายครั้งในหนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งวัน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หากไม่ได้รักษา

ในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน อาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเรื้อรัง ทำให้เกิดแผลขึ้นในหลอดอาหาร ทำให้หลอดอาหารตีบแคบลงจนอาจทำให้เกิดอาการกลืนลำบาก หรืออาจนำไปสู่โรค Barrett’s esophagus ซึ่งเป็นภาวะที่มีเซลล์ลักษณะเหมือนเยื่อบุกระเพาะอาหารมาเจริญที่หลอดอาหารส่วนปลาย การทำลายหลอดอาหารอย่างรุนแรงจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร

วิธีการจัดการกับอาการแสบร้อนกลางหน้าอก

คุณสามารถบรรเทาอาการดังกล่าวได้ด้วยตนเอง เช่นการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและอาหารที่รับประทาน

นี่คือบางตัวอย่างที่เราอยากแนะนำ

  • รับประทานอาหารมื้อเล็กบ่อย ๆ  แทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ 3 มื้อ จะช่วยป้องกันไม่ให้ผลิดกรดในกระเพาะอาหารออกมามากเกินไป
  • รับประทานช้า ๆ หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้คุณทานอาหารช้าลงก็คือการวางช้อนหรือส้อมลงระหว่างคำ
  • อย่าเข้านอนในขณะที่ท้องยังอิ่ม  ควรรออย่างน้อย 3 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารหรือขนมมื้อสุดท้ายก่อนที่จะเข้านอน เพราะจะช่วยให้ระดับของกรดลดลงก่อนที่ร่างกายจะอยู่ในท่าที่เกิดอาการแสบร้อนกลางหน้าอกขึ้นมาได้ง่าย
  • นอนหัวสูงขึ้น การนอนหัวสูงจะช่วยป้องกันการเกิดกรดไหลย้อนระหว่างคืน
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นการเกิดอาการแสบร้อนกลางหน้าอก ตัวอย่างอาหารและเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการนี้เช่นกาแฟ (รวมถึงกาแฟชนิด decaf) แอลกอฮอล์ อาหารมัน เครื่องดื่มและอาหารที่มีคาเฟอีน หัวหอม เปปเปอร์มิ้นท์ ช็อกโกแลต ผลไม้หรือน้ำผลไม้ในตระกูลส้ม และมะเขือเทศ หากคุณไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คุณเกิดอาการ ควรลองจดบันทึกรายการอาหารที่รับประทานประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • เลิกบุหรี่ สารนิโคตินสามารถทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหาร และป้องกันอาหารที่มีสภาพเป็นกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหาร อ่อนแอลง
  • ใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว การใส่เสื้อผ้ารัดรูปจะบีบร่างกายส่วนกลาง และทำให้สารในกระเพาะไหลขึ้นด้านบน
  • ลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักสามารถช่วยลดอาการได้ หากคุณมีน้ำหนักเกินเกณฑ์
  • เคี้ยวหากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยลดอาการแสบร้อนได้ชั่วคราวจากการกระตุ้นการสร้างน้ำลายซึ่งจะช่วยเจือจางและล้างกรดจากกระเพาะออก
  • ดื่มน้ำอุ่น การดื่มน้ำอุ่นหรือชาสมุนไพรหลังอาหารสามารถช่วยเจือจางและล้างกรดจากกระเพาะอาหารออกไปได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่