การรักษาโรคไอกรน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 31, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

การให้ยาปฏิชีวนะเร็วมีความสำคัญในการรักษาโรคไอกรนและป้องกันการแพร่กระจายโรค

การรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการใหม่ๆนั้นสำคัญมากในโรคไอกรน(บางครั้งเรียกว่าโรคเพอร์ทัสซิส) ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อนั้นถ้าให้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการไอรุนแรงจะทำให้การติดเชื้อไม่รุนแรงและไม่แพร่กระจาย แต่ถ้าให้การรักษาหลังจากเริ่มมีอาการไปแล้วสามสัปดาห์จะไม่เกิดประโยชน์ เพราะแบคทีเรียได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายไปแล้วแม้ว่ายังมีอาการอยู่ และการใช้ยาที่ซื้อจากร้านขายยานั้นไม่สามารถบรรเทาอาการได้และไม่ควรซื้อมาใช้เอง

ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคไอกรน

มียาปฏิชีวนะหลายตัวที่ใช้ทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคไอกรนซึ่งช่วยให้หายกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น ตามข้อมูลจากกรมควบคุมและป้องกันโรค(Centers for Disease Control and Prevention) หรือซีดีซี(CDC) ได้แก่ยา

  • อิริโทรมัยซิน(Erythromycin)
  • คลาริโธรมัยซิน(Clarithromycin)
  • อะซิโธรมัยซิน(Azithromycin) หรือชื่อการค้าคือ ซิโทรแมกซ์(Zithromax)

ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรใช้ยาตัวใดจึงเหมาะสมมากที่สุด และคนในครอบครัวทุกคนต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อด้วย

ยาปฏิชีวนะสำหรับเด็กทารก

เด็กทารกตั้งแต่อายุหนึ่งเดือนขึ้นไปควรใช้ยาอิริโทรมัยซิน ยาคลาริโธรมัยซิน และยาอะซิโธรมัยซินในการรักษาไอกรน สำหรับเด็กทารกที่อายุต่ำกว่าหนึ่งเดือนควรใช้ยาอะซิโธรมัยซินเนื่องจากยายาอิริโทรมัยซินจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระเพาะอาหารส่วนปลายตีบในเด็กทารก(infantile hypertrophic pyloric stenosis) หรือไอเฮชพีเอส(IHPS) และในเด็กทารกที่อายุสองเดือนขึ้นไปสามารถใช้ยาแบคทริม(Bactrim)ในการรักษาไอกรนได้แต่เป็นยาทางเลือกรอง โดยเป็นยาผสมประกอบด้วยยาซัลฟาเมธอกซาโซล(Sulfamethoxazole)และยาไตรเมโทพริม(Trimethoprim)

การรักษาในโรงพยาบาลสำหรับเด็ก

เนื่องจากเด็กทารกและเด็กเล็กจะยังได้วัคซีนไอกรนไม่ครบทุกเข็มซึ่งทำให้มีการติดเชื่อรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตได้ จึงต้องนอนโรงพยาบาลเมื่อไอจนกินไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ หรือหายใจไม่สะดวก และตามรายงานจากซีดีซีพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของทารกที่เป็นไอกรนมีอาการตั้งแต่อายุน้อยกว่า 1 ปี

ขณะที่นอนโรงพยาบาลเด็กเหล่านั้นจะได้รับการดูแลรักษาดังนี้

  • ดูดเสมหะเหนียวในทางเดินหายใจเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งหายใจได้สะดวก
  • เฝ้าดูการหายใจและอาจให้ออกซิเจนถ้าจำเป็น
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำถ้ากินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้

และจะต้องแยกเด็กออกจากคนอื่นๆเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเนื่องจากเชื้อไอกรนแพร่กระจายได้ง่าย

การดูแลตนเองที่บ้านเมื่อเป็นไอกรน

นอกจากการใช้ยาและควรทำสิ่งต่อไปนี้เพื่อป้องกันตนเองและคนในครอบครัว

  • รักษาความสะอาดภายในบ้าน
  • รักษาร่างกายให้ชุ่มชื้น
  • กินอาหารมื้อเล็กๆแต่กินบ่อยๆ
  • นอนในห้องที่เย็น มืด และเงียบ
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • ทำให้บ้านปลอดบุหรี่ ฝุ่น และละอองสารเคมีที่จะทำให้ไอ ถ้าทำได้อาการไอก็จะลดลง นอกจากนั้นการใช้เครื่องทำไอน้ำเย็นที่สะอาดจะช่วยละลายเสมหะและบรรเทาอาการไอ การดื่มน้ำมากๆทั้งน้ำเปล่า น้ำผลไม้ และซุปรวมถึงการกินผลไม้จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำโดนอาการของการขาดน้ำคือ
  • ปากแห้งเหนียว
  • ง่วงนอน หรือ อ่อนเพลีย
  • กระหายน้ำ
  • ปัสสาวะลดลง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ปวดศีรษะ
  • มึนหรือเวียนศีรษะ

อาการขาดน้ำในเด็กได้แก่

  • ผ้าอ้อมแห้งบ่อยๆ
  • ร้องไห้แต่มีน้ำตาเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
  • ริมฝีปากแห้ง

การกินอาหารมื้อเล็กๆแต่บ่อยๆช่วยป้องกันไม่ให้อาเจียนซึ่งเป็นอาหารที่พบบ่อยของไอกรน การนอนในห้องที่เย็น เงียบ และมืดช่วยให้ผ่อนคลาย และการพักผ่อนจะช่วยบรรเทาอาการของไอกรน สุดท้ายการล้างมือบ่อยๆ ปิดปากหรือใส่ผ้าปิดจมูกจะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายสู่คนอื่น

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

วัคซีนทางเลือกจำเป็นสำหรับเด็กทุกึนหรือเปล่า
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่