สุขภาพตา

อาการ 10 ประการของโรคตาแดงจากไวรัส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 860,330 คน

อาการ 10 ประการของโรคตาแดงจากไวรัส

โรคตาแดงจากเชื้อไวรัสพบได้มากในประเทศอินเดีย ซึ่งมีไม่กี่คนที่ทราบถึงความรุนแรงที่แท้จริงของมัน

โรคตาแดง หรือก็คือการติดเชื้ออะดิโนไวรัสที่เยื่อบุตา (แต่ก็มีไวรัสอีกไม่กี่ตัวที่พบว่ามีผลทำให้ตาแดงเช่นกัน) โดยเยื่อบุตาคือเนื้อเยื่อชั้นบางใสที่อยู่บนพื้นผิวชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนสีขาวของลูกตามนุษย์ อาการของโรคนี้จะคงอยู่ประมาณ 10 ถึง 12 วัน และไม่ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพหากทำการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ตามปรกติแล้วการติดเชื้อชนิดนี้จากคนสู่คนเกิดขึ้นค่อนข้างง่าย อย่างการสัมผัสโดนฝอยละอองจากระบบหายใจ หรือการลงสระว่ายน้ำที่มีเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคดังกล่าว วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่นอย่างการจับมือ หรือใช้สิ่งของร่วมกัน เป็นต้น

ในบรรดาอะดิโนไวรัสที่มีมากมาย จะมีชนิด 8 และ 19 ที่ก่อให้เกิดโรคตาแดงขึ้นมา โดยการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศคือปัจจัยหลักที่ทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

อาการของการติดเชื้อโรคตาแดงมีดังนี้:

  • ตาแดง: ตาขาวจะแดงหรือมีสีออกชมพู และเป็นอาการแรกที่พบได้ทั่วไปที่สุด แม้จะไม่อันตราย แต่ภาวะนี้ก็อาจส่งผลเสียต่อดวงตาได้หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน
  • เปลือกตาบวม: การบวมออกของตาขาวหรือเปลือกตามักจะเกิดขึ้นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อนที่จะแพร่ไปสู่อีกข้าง
  • น้ำตาไหล: โรคตาแดงจะเร่งกระบวนการสร้างน้ำตามากขึ้น ซึ่งพบได้มากในกลุ่มโรคตาแดงจากอาการแพ้
  • ระคายเคือง: จะเกิดอาการระคายเคืองและคันตาขึ้นที่ดวงตาข้างที่แสดงอาการตาแดง
  • ตาปล่อยของเสีย: หากเป็นการติดเชื้อไวรัสจะทำให้ดวงตามีน้ำใส ๆ ไหลออกมา แต่หากเป็นตาแดงจากเชื้อแบคทีเรียจะทำให้มีขี้ตาหรือหนองสีเหลืองเขียวแทน
  • ลืมตาไม่ขึ้น: บางครั้งการติดเชื้อของดวงตาจะทำให้เปลือกตาติดกันจนลืมตาไม่ขึ้นเมื่อตื่นนอน ซึ่งเกิดมาจากการแห้งกรังของของเสียที่ปล่อยออกมาจากดวงตาในขณะที่หลับนั่นเอง
  • ดวงตามีความอ่อนไหวกว่าปรกติ: ผู้ที่เป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบมักมีความอ่อนไหวต่อแสงมากกว่าคนอื่น แม้จะต้องกับแสงระดับอ่อนก็ตาม ซึ่งหากพบว่าคุณมีความอ่อนไหวต่อแสงในระดับรุนแรงกว่าปกติ มีอาการปวดตา หรือสายตาเปลี่ยนแปลง สามารถคาดการณ์ได้ว่าการติดเชื้ออาจเข้าไปลึกกว่าชั้นเยื่อบุตา จึงควรเข้าพบการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เร็วที่สุด
  • รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งเข้าดวงตา: บางครั้งเชื้ออาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเข้าหรือติดที่ดวงตา ซึ่งกระตุ้นให้รู้สึกอยากเกาตา
  • ปุ่มน้ำเหลืองโต: มีกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนักที่ผู้ป่วยจะรู้สึกถึงการโตขึ้นของปุ่มน้ำเหลืองที่อยู่ภายในหู (ทำหน้าที่เป็นตัวกรองทำลายและชะล้างไวรัสออกจากร่างกาย)
  • เป็นหวัดหรือไข้: บางกรณีก็พบว่ามีไข้หวัดและการติดเชื้อในระบบหายใจอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นกัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่