Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การสร้างวินัยให้เด็ก

5 สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังกดดันลูกมากเกินไป

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,356,993 คน

5 สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังกดดันลูกมากเกินไป

ถึงแม้ว่าการตั้งความคาดหวังสูง ๆ จากลูกของคุณนั้นอาจจะช่วยได้ แต่การให้พวกเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันมากเกินไปอาจเป็นอันตราย ต่อไปนี้เป็นสัญญาณ 5 อย่างที่แสดงว่าคุณอาจจะกดดันพวกเขามากเกินไป

1. คุณติมากกว่าชม

การให้ความสนใจกับทุกสิ่งที่ลูกของคุณทำผิดพลาดนั้นหมายความว่าคุณมองข้ามสิ่งที่พวกเขาทำดีแล้ว พ่อแม่บางคนอาจไม่สนใจพฤติกรรมด้านดีเนื่องจากพวกเขาคิดว่าเด็กไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับคำชมเมื่อพวกเขาทำดี แต่พวกเขาต้องการแรงกดดันเพื่อให้กลายเป็นคนที่ดีมาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ราคาพิเศษได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 940 บาท เท่านั้น

Retainerinternal ad

การเผชิญกับคำติที่มากเกินไปนั้นอาจกลายเป็นเรื่องที่เลวร้าย ไม่มีใครชอบที่จะได้ยินในทุกเรื่องที่เคยทำผิด ควรพยายามมองหาเรื่องที่ลูกของคุณทำดีแล้วและแสดงความชื่นชมมากกว่าคำติเตียนในทุกด้านของชีวิตของลูกคุณ

2. คุณจัดการกับทุกรายละเอียดในกิจกรรมของลูก

พ่อแม่ที่กดดันลูกสูงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นพวกชื่นชอบการควบคุม หากคุณควบคุมในทุกเรื่องของชีวิตประจำวันของลูกตั้งแต่การบ้าน งานบ้าน และการเล่นเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาทำทุกอย่างได้ถูกต้อง แสดงว่าคุณกำลังกดดันพวกเขามากเกินไป แม้ว่าการมีส่วนร่วมในชีวิตของพวกเขานั้นจะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่การจัดการแม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจกลายเป็นผลเสียได้

หากคุณต้องการให้ลูกของคุณทำได้ดี ควรให้พวกเขาทำผิดพลาดและเผชิญกับผลที่ตามมาด้วยตนเอง ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะมองดูลูกของคุณทำข้อสอบได้แย่เมื่อพวกเขาไม่อ่านหนังสือ หรือเสียโอกาสบางอย่างเนื่องจากพวกเขาไม่พยายามอย่างเต็มที่ แต่บทเรียนเหล่านี้จะกลายเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับพวกเขา

3. คุณเชื่อว่าทุกสถานกาณ์สามารถเปลี่ยนชีวิตได้

หากคุณพบว่าคุณกำลังบอกลูกของคุณว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ต้องทำหรือไม่งั้นจะต้องตาย แสดงว่าคุณกำลังกดดันพวกเขามากเกินไปอย่างแน่นอน การพูดว่า “หากลูกไม่ทำแต้มให้ได้มากที่สุดในเกม ผู้ฝึกสอนของลูกก็จะไม่ให้ลูกเล่นอีกครั้ง” หรือ “ลูกต้องสอบให้ได้ A ในครั้งนี้หรือไม่งั้นลูกจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มนักเรียนดีเด่น” ล้วนแต่เป็นการส่งสารว่าพวกเขามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในการทำให้ได้

และแม้ว่ามันอาจจะมีหลายสถานการณ์ในชีวิตที่เป็นแบบนี้ เช่น เมื่อวัยรุ่นสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่สถานการณ์เหล่านี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่พ่อแม่บางคนกลับทำให้ทุกการทดสอบ การแข่งขัน หรือการแสดงนั้นกลายเป็นเรื่องที่สำคัญทุกครั้ง ควรเตือนตัวเองและลูกของคุณว่ามันมีอีกหลายโอกาสที่จะสามารถแสดงออกได้และเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาไปเสียทีเดียว

4. คุณเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น

การตอกย้ำพวกเขาในบางเรื่องเช่น “น้องสาวของลูกผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่ง spelling bee เพราะเธอฝึกฝนตลอดเวลา” หรือ “ลูกได้สังเกตรึเปล่าว่าวันนี้ Johnny ทำคะแนนได้กี่แต้ม ? แม่คิดว่าลูกควรจะทำคะแนนให้ได้มากกว่าเขาหากลูกซ้อมมากขึ้น” การเปรียบเทียบลูกของคุณกับเด็กคนอื่นตลอดเวลานั้นจะทำให้พวกเขาอยู่ในการแข่งขันกับทุกคนที่อยู่รอบด้านตลอดเวลา และไม่ได้คิดถึงแต่ตัวพวกเขาเพียงคนเดียว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ราคาพิเศษได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 940 บาท เท่านั้น

Retainerinternal ad

เมื่อเด็กถูกกดดันจากการเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น มันจะทำให้ความอยากของพวกเขาในการทำเรื่องที่พวกเขาทำได้ไม่ดีนั้นลดลง พวกเขาอาจเลิกเล่นฟุตบอลหากพวกเขาไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุดหรืออาจไม่เข้าร่วมทีมคณิตศาสตร์หากพวกเขาไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในทีม คุณควรส่งเสริมให้พวกเขาทำให้ได้ดีขึ้นโดยการแข่งกับตัวเอง การพูดคุยเกี่ยวกับความสำคัญของการเรียนรู้และการฝึกนั้นจะช่วยให้พวกเขาทำได้ดีขึ้นมากกว่าเมื่อวาน ไม่ว่าคนรอบข้างพวกเขาจะทำได้เท่าไรก็ตาม

5. คุณอารมณ์เสียบ่อยเกินไป

การกดดันลูกนั้นหมายความว่าพ่อแม่มักจะรู้สึกกดดันเช่นเดียวกัน และเมื่อลูกทำไม่ได้ตามความคาดหวังของพ่อแม่ ก็จะทำให้พ่อแม่รู้สึกหงุดหงิดได้อย่างรวดเร็ว หากคุณอารมณ์เสียเนื่องจากลูกของคุณทำได้ไม่ดีเท่าที่คุณต้องการ แสดงว่าคุณกำลังกดดันลูกของคุณมากเกินไป

ลูกของคุณอาจจะไม่เคยเป็นที่หนึ่งและอาจจะไม่ได้เป็นนักเรียนดีเด่นในห้องเรียน แต่การกดดันให้พวกเขาเป็นในสิ่งที่พวกเขาไม่สนใจนั้นจะทำให้ทุกคนเกิดความเครียดเพิ่มมากขึ้น ควรมองหาสมดุลที่เหมาะสมที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกของคุณทำได้ดีที่สุดสำหรับตัวเขาโดยไม่กดดันให้พวกเขาต้องทำให้ได้ตามความคาดหวังที่ไม่เป็นจริง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป