เทคโนโลยีด้านความงาม

ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร เหมาะสำหรับฉีดบริเวณไหน ราคาเท่าไร?

ฟิลเลอร์ Juvederm ยี่ห้อสารเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอย ทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง
เผยแพร่ครั้งแรก 8 ม.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร เหมาะสำหรับฉีดบริเวณไหน ราคาเท่าไร?

Juvederm เป็นยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผลิตโดยบริษัท Allergan ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ผลิต Botox

ฟิลเลอร์คือกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic acid) สังเคราะห์จากแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส (Streptococcus) และผ่านกระบวนการให้อยู่ในรูปแบบเจลใส มีส่วนผสมของยาชาเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดขณะฉีด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดฟิลเลอร์วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 5660 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

218

ประโยชน์ของฟิลเลอร์คือช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอย ยกผิวที่เหี่ยวแห้งตามวัยให้ดูอิ่มฟูขึ้น รวมถึงช่วยปรับเค้าโครงรูปหน้า

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมาตรฐานและคุณภาพ

อีกทั้งยังมีการพัฒนาฟิลเลอร์รุ่นใหม่ๆ ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่อายุ 21 ปีขึ้นไป

จุดเด่นของฟิลเลอร์ Juvederm

มีประสบการณ์ด้านการผลิตมากกว่า 36 ปี ด้วยมาตรฐานคุณภาพที่สูงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีเฉพาะของ Allergan ทำให้ตัวฟิลเลอร์แต่ละชนิดถูกออกแบบให้สามารถอยู่ได้นาน โดยมีเทคโนโลยีสำคัญ 2 แบบ คือ Hylacross และ VYCROSS ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้

1. เทคโนโลยี VYCROSS

เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำให้สารเติมเต็มสามารถยกกระชับได้ดี มีโมเลกุลยึดเกาะที่เหนียวแน่นขึ้น อัตราการบวมน้ำน้อยมากเมื่อเทียบกับ HA ตัวอื่นๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดฟิลเลอร์วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 5660 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

218

ที่สำคัญยังทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดเรียบเนียน ออกมาดูเป็นธรรมชาติ และได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ว่าเป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลนานถึง 1 ปี

ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ได้แก่ รุ่น Voluma, Volift, Vobella และ Volite

2. เทคโนโลยี Hylacross

เป็นเทคโนโลยีที่คุณสมบัติค่าความอุ้มน้ำได้มาก ฉีดแล้วฟู ตัวเนื้อเจลมีความเนียนละเอียด ทนต่อการขยับ เหมาะกับการฉีดเพื่อเติมเนื้อในบริเวณที่ผิวมีการขยับบ่อยๆ เช่น ร่องแก้ม มุมปาก แก้มตอบ

แต่การยึดเกาะไม่ดีเท่าฟิลเลอร์รุ่นที่ใช้เทคโนโลยี VYCROSS ผลลัพธ์จะอยู่ได้ไม่นานเท่า

ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Hylacross ได้แก่ รุ่น Ultra XC และ Ultra Plus XC

ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่รุ่น?

ปัจจุบัน (มกราคม พ.ศ. 2563) มีฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ทั้งหมด 6 รุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่น ผลข้างเคียง และวัตถุประสงค์การนำไปใช้แตกต่างกัน ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดฟิลเลอร์วันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 5605 บาท ลดสูงสุด 5660 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

218

1. Juvederm Voluma XC

ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma XC มีส่วนผสมของยาชา ใช้เทคโนโลยี VYCROSS ออกแบบมาเพื่อเพิ่มเนื้อเยื่อบริเวณแก้ม แก้ปัญหาผิวแก้มเหี่ยวแห้งหย่อนคล้อยตามวัย

เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่น คงตัว เรียบเนียน ช่วยเสริมเติมเต็มชั้นใต้ผิว หากดูแลดีๆ ผลของฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี นานกว่าฟิลเลอร์ Juvederm XC

2. Juvederm Volift

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา และเป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี VYCROSS เนื้อฟิลเลอร์มีลักษณะนิ่มปานกลาง ใช้สำหรับรักษารอยย่นหรือร่องลึกอันเนื่องมาจากสภาวะต่างๆ ช่วยแก้ไขใบหน้าให้ได้รูป และเติมเต็มร่องลึกเพื่อแก้ไขความบกพร่องของโครงสร้างใบหน้า เช่น รูปหน้าไม่สมส่วน

รวมถึงใช้เดิมร่องลึกบริเวณริมฝีปาก แก้ม คาง และ ใบหน้าส่วนล่าง

ฟิลเลอร์รุ่นนี้อาจใช้ในการยกพยุงหน้าได้ แต่เห็นผลน้อยกว่าฟิลเลอร์ Juvederm Voluma

ฟิลเลอร์ Juvederm Volift สามารถอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน (1 ปีครึ่ง)

3. Juvederm Volite

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา เป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี VYCROSS ให้เนื้อฟิลเลอร์มีลักษณะบางเบา สามารถฉีดเข้าไปยังชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้เรียบเนียน เป็นธรรมชาติ

เหมาะสำหรับเติมเต็มรอยที่ผิวหนัง เช่น ริ้วรอยเส้นเล็กๆ และเพื่อแก้ไขลักษณะของผิวหนัง เช่น ผิวเหี่ยวแห้ง ไม่อิ่มน้ำ ขาดความยืดหยุ่น มองเห็นรูขุมขนชัดเจน

ตำแหน่งที่เหมาะจะใช้ฟิลเลอร์รุ่นนี้ ได้แก่ บริเวณผิวหน้า ลำคอ เนินอก และหลังมือ

ฟิลเลอร์ Juvederm Volite สามารถอยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน

4. Juvederm Volbella XC

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา และใช้เทคโนโลยี VYCROSS ให้เนื้อเจลที่ฉีดเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย ในขณะที่โมเลกุล HA จับตัวกันหนาแน่น ทำให้ผลการฉีดฟิลเลอร์คงทน เน้นฉีดปากเพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม เติมเต็มรอยย่นและร่องลึกรอบบริเวณอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella XC ให้ผลอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี

5. Juvederm Ultra XC

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา และเป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Hylacross ให้เนื้อฟิลเลอร์มีลักษณะนิ่ม เรียบเนียน เน้นการเติมเต็มบริเวณฉีดรีมฝีปากและพื้นที่โดยรอบ เพื่อเพิ่มเนื้อเยื่อให้ปากดูอวบอิ่มขึ้น

รุ่นนี้มีโมเลกุลเนื้อเจลหนาแน่นขึ้นเพื่อยกผิวได้มากกว่ารุ่น Juvederm Volbella และมุ่งแก้ปัญหาริ้วรอยลึก

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra XC สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน (1 ปี)

6. Juvederm Ultra Plus XC

ฟิลเลอร์รุ่นนี้มีส่วนผสมของยาชา ใช้เทคโนโลยี Hylacross ให้เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่น คงตัว เรียบเนียน เน้นการเติมเต็มในบริเวณร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับ

เป็นการเติมเต็มและปรับแต่งรูปหน้าให้ได้ตามต้องการ เช่น การฉีดเสริมจมูก หรือเสริมคาง

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus XC สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน (1 ปี)

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ Juvederm

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ คุณควรเตรียมตัวดังนี้ เพื่อให้การฉีดได้ผลดี และมีอาการค้างเคียงน้อยที่สุด

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินเสริมที่ส่งผลให้เลือดหยุดยาก เช่น ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAID แอสไพริน (Aspirin) วิตามินอี (Vitamin E) สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) น้ำมันปลา (Fish oil omega-3) เพราะหลังฉีดอาจทำให้เกิดอาการจ้ำเขียวช้ำบวมนานได้
  • ควรงดการแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว การดึงขนหรือโกนขนในบริเวณนั้นๆ เป็นเวลา 3 วันก่อนทำหัตถการ เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • หากกำลังรับประทานยา หรือมีประวัติการแพ้ยาใดๆ ก็ตาม จะต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า

วิธีการฉีดฟิลเลอร์ Juvederm

การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลดริ้วรอยหรือปรับแต่งรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์นั้น โดยทั่วไปแพทย์ใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15-60 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์

ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ประมาณ 30 นาทีแพทย์อาจพิจารณาให้กินยาห้ามเลือด ฉีดยาลดบวม และกินยาปฎิชีวนะในบางเคส

เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ และลดความเสี่ยงในการอักเสบติดเชื้อ

หรือในกรณีที่ผู้รับบริการกลัวเจ็บมากๆ แพทย์อาจจะพิจารณาให้กินยาแก้ปวดเพิ่มก่อนทำหัตถการ แต่การกินยาแก้ปวดก่อนทำหัตถการอาจจะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น

เมื่อถึงขั้นฉีดฟิลเลอร์ Juvederm จะมีวิธีดังนี้

  1. แพทย์ทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์และแปะยาชาทิ้งไว้ 45-60 นาที หรือบางคนที่แพ้ระคายเคืองยาชาแบบทา หรือไม่อยากจะเสียเวลาแปะยาชา ก็สามารถเลือกฉีดยาชาอย่างเดียวได้
  2. เช็ดยาชาออก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มลงไปในตำแหน่งที่เลือกไว้ ผู้เข้ารับการฉีดจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในขณะฉีด หรืออาจมีอาการบวมแดง แพทย์จะใช้การประคบเย็นช่วยระงับอาการ

ขณะฉีดฟิลเลอร์ ผู้รับการฉีดควรอยู่ในท่านั่งหรือนอนเอียงที่ระดับหัวอยู่สูงกว่าหัวใจ ไม่ควรนอนราบ เพราะจะทำให้เลือดออกมากขึ้นและควรทำหัตถการในห้องแอร์ที่อุณหภูมิต่ำๆ

หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที นอกจากนี้อาจรับประทานยาแก้ปวดเพื่อลดอาการบวมด้วย

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ 1 ชั่วโมงสามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้

ฟิลเลอร์ Juvederm เห็นผลเมื่อไร?

ตามปกติจะเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด และผลนั้นจะคงทนอยู่ประมาณ 6 เดือน-2 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ Juvederm ที่คุณเลือก

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm

แม้จะฉีดฟิลเลอร์กับผู้เชี่ยวชาญ ในสถานพยาบาลที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน แต่หลังฉีดฟิลเลอร์คุณยังอาจพบผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ได้

  • เกิดรอยช้ำบวม
  • เกิดรอยแดง
  • กดเจ็บ
  • คลำรู้สึกเป็นก้อนๆ หรือขรุขระ
  • เจ็บปวดเล็กน้อย
  • คัน

อย่างไรก็ตาม อาการข้างเคียงเหล่านี้มักจะหายไปเองภายใน 2-4 สัปดาห์

วิธีการดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่ดีที่สุด ควรมีวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

  • ควรเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทําการ ฉีดฟิลเลอร์ หรือทําการขัดถู รวมถึงงดการสครับผิว และลอกใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและการสัมผัสความร้อนต่างๆ เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม รวมไปถึงการอาบน้ําอุ่น
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ทุกประเภท หรือทรีทเมนต์ต่างๆ หลังจากฉีดเป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ทำให้เลือดออกมาก เช่น แอสไพริน, วิตามินอี รวมไปถึงอาหารเสริมอย่างใบแปะก๊วย
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ประมาณ 2-3 วันหลังจากฉีดเพื่อลดอาการบวมช้ำ และลดรอยแดงบริเวณที่ฉีด
  • งดออกกำลังกายหนักๆ หลังจากฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์ เพราะการออกกำลังกายอย่างหนักจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนมากขึ้น ส่งผลเสียต่อรูปทรงของฟิลเลอร์ที่ฉีดได้
  • ห้ามนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3-4 ชั่วโมง เพราะอาจจะทำให้ฟิลเลอร์ไหลไปยังส่วนอื่นๆ ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  • ควรดื่มน้ำเยอะๆ หลังจากฉีดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยเฉพาะใน 4 วันแรกหลังจากฉีดฟิลเลอร์ เพราะการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ดูเต็มเป็นธรรมชาติ
  • สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังจากฉีดฟิลเลอร์ แต่ควรระวังในการเลือกใช้ครีมและเครื่องสำอาง โดยช่วงหลังจากฉีดฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และ Retinoid เพราะอาจไปรบกวนการทำงานของฟิลเลอร์ที่อยู่ภายใต้ชั้นผิวได้

ราคาของฟิลเลอร์ Juvederm

ราคาของการฉีดฟิลเลอร์นั้นแตกต่างกันไปตามชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้และบริเวณที่ต้องการฉีด

โดยทั่วไปแล้วฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานกว่าก็จะมีราคาแพงกว่า โดยราคาการฉีดในแต่ละครั้งจะคิดจากปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการฉีด มีหน่วยวัดคือ cc

ตัวอย่างราคาฟิลเลอร์ Juvederm ชนิด Ultra XC 1 cc. ราคา 14,000-16,000 บาท

ทั้งนี้ การเลือกฉีดฟิลเลอร์ราคาถูกเกินไปเสี่ยงต่อการถูกหลอกฉีดสารสังเคราะห์บางชนิดให้แทน เช่น ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงที่อันตรายและไม่ปลอดภัยในระยะยาว


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
โรงพยาบาลบางปะกอก9, การปรับรูปหน้า ด้วยสารเติมเต็ม (Filler Injection) (https://www.bangpakokhospital.com/procedure/content/การปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็มFillerInjection).
พญ. ปิยะมาศ สิงห์วาหะนนท์ คลินิกรักษาความงาม ศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 2, หมดกังวลเรื่องริ้วรอยและร่องลึก ด้วยฟิลเลอร์ Juvederm volift (https://www.phyathai.com/article_detail/2661/th/หมดกังวลเรื่องริ้วรอยและร่องลึก_ด้วยฟิลเลอร์_Juvederm_volift), 16 กรกฎาคม 2561.
นพ. วรพล สุขีวัฒนา Medical Director Doctor Tony Beauty Clinic, ฟิลเลอร์ JUVEDERM แต่ละรุ่น เหมาะกับบริเวณไหน และต่างกันอย่างไร (https://www.doctortonyclinic.com/ฟิลเลอร์-juvederm-แต่ละรุ่น-เหมา/).

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม