Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

Divalproex (Depakote)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,276,451 คน

สรรพคุณของยา divalproex

ยา divalproex เป็นยาสำหรับรักษาอาการชัก, โรคทางจิตเวช (ช่วงที่มีอารมณ์ดีมากกว่าปกติของโรคไบโพล่าร์) และใช้ในการป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน ยาจะออกฤทธิ์ปรับสมดุลของสารเคมีตามธรรมชาติในสมอง (สารสื่อประสาท)

วิธีใช้ยา divalproex

อ่านคำแนะนำในการใช้ยาที่ได้รับจากเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ และในทุกครั้งที่มารับยาซ้ำ หากมีคำถามใดๆ ให้สอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกร

รับประทานยานี้ตามแพทย์สั่ง คุณอาจรับประทานยานี้หลังอาหารได้ถ้ามีอาการข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น ในการรับประทานยานี้ให้กลืนยาทั้งเม็ด ไม่บดหรือเคี้ยวเม็ดยา เพราะจะระคายเคืองช่องปากและลำคอได้

ขนาดยาที่คุณได้รับจะขึ้นกับอายุ, น้ำหนักตัว, สภาวะโรค, การตอบสนองต่อการรักษา รวมถึงยาอื่นๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่ ดังนั้นคุณต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรเกี่ยวกับรายการยา อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่

รับประทานยานี้เป็นประจำทุกวันเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด โดยให้รับประทานในเวลาเดียวกันของทุกวันเพื่อให้มีปริมาณยาในเลือดคงที่

หากคุณใช้ยา divalproex สำหรับรักษาอาการชัก ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะการหยุดยากะทันหันอาจทำให้อาการชักแย่ลงได้ ซึ่งแพทย์อาจค่อยๆ ปรับลดขนาดยาลงช้าๆ ก่อนหยุดยาให้กับคุณ

ยา divalproex ไม่ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนขณะที่กำลังมีอาการปวดอยู่ (acute migraine headaches) ดังนั้นในกรณีที่คุณมีอาการปวดศีรษะไมเกรน คุณต้องรับประทานยาอื่นตามที่แพทย์สั่ง

แจ้งแพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้น

ผลข้างเคียงของยา divalproex

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา divalproex เช่น ท้องเสีย, เวียนศีรษะ, ง่วงนอน, ผมร่วง, ตาพร่ามัว/มองเห็นภาพซ้อน, ประจำเดือนมาผิดปกติ, มีเสียงในหู, สั่น, ทรงตัวไม่ได้, มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว เป็นต้น ถ้าอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

คุณอาจพบเม็ดยาบางส่วนในอุจจาระได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในกรณีที่คุณเป็นโรคในลำไส้บางชนิด เช่น มีการผ่าตัดเปิดลำไส้ทางหน้าท้อง (ileostomy, colostomy) โดยถ้าพบเม็ดยาบางส่วนในอุจจาระ ให้แจ้งแพทย์ทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์สั่งยานี้ให้กับคุณ เพราะว่าแพทย์ได้ประเมินแล้วว่าคุณจะได้รับประโยชน์จากยานี้มากกว่าความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียง ผู้ป่วยหลายรายที่ใช้ยานี้ไม่เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงจากยา

มีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่รับประทานยากันชัก (anticonvulsants) สำหรับรักษาโรคต่างๆ (เช่น อาการชัก, โรคไบโพล่าร์, อาการปวด) อาจมีอาการซึมเศร้า, มีความคิดฆ่าตัวตาย/พยายามฆ่าตัวตาย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์/สภาพจิตใจเกิดขึ้นได้ ให้แจ้งแพทย์ทันทีถ้าคุณหรือคนที่ดูแลคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติเกี่ยวกับอารมณ์ ความคิด หรือพฤติกรรม ได้แก่ มีอาการของโรคซึมเศร้า มีความคิดฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง

อาจเกิดโรคทางสมองอย่างรุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) ระหว่างการใช้ยานี้ได้ (พบได้น้อย) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคทางเมตาบอลิกอยู่ก่อนแล้ว (โรค urea cycle disorders) โดยให้แจ้งแพทย์ทันทีถ้าคุณมีอาการอ่อนแรงผิดปกติ, อาเจียน หรือมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์/สภาพจิตใจอย่างกะทันหัน เช่น มีอาการสับสน

ไปพบแพทย์ทันทีถ้าคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก ได้แก่ เจ็บหน้าอก, เลือดออกง่าย/ฟกช้ำง่าย, หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นช้า หัวใจเต้นผิดจังหวะ, บวมที่มือ เท้า, ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตาได้ (อาการตากระตุก; nystagmus), รู้สึกหนาว/สั่นสะท้าน, หายใจเร็ว, หมดสติ

ปฏิกิริยาการแพ้ยานี้ เป็นเรื่องที่พบได้น้อย อย่างไรก็ตามถ้าเกิดอาการใดๆ ของการแพ้ยาให้รีบไปพบแพทย์ทันที ได้แก่ มีไข้, ต่อมน้ำเหลืองโต, ผื่น, คัน บวม (โดยเฉพาะที่หน้า ลิ้น คอ), เวียนศีรษะรุนแรง, หายใจลำบาก

อาการข้างเคียงที่กล่าวไว้ข้างต้นไม่ใช่อาการข้างเคียงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคุณมีอาการผิดปกติใดๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อควรระวังในการใช้ยา divalproex

ถ้าคุณแพ้ยา divalproex หรือยา valproic acid หรือ valproate sodium หรือแพ้สิ่งอื่นๆ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนได้รับยานี้ ผลิตภัณฑ์ยานี้อาจประกอบด้วยสารไม่ออกฤทธิ์อื่นซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแพ้หรือปัญหาอื่นได้ ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนการใช้ยา divalproex ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็น

  • โรคตับ
  • ตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis)
  • เป็นโรคทางเมตาบอลิก เช่น urea cycle disorders, Alpers-Huttenlocher syndrome
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • มีปัญหาเลือดออก
  • เป็นโรคทางสมอง (สมองเสื่อม (dementia))
  • เป็นโรคไต
  • ร่างกายขาดน้ำ (dehydration)
  • ขาดสารอาหาร

เพื่อลดโอกาสเป็นแผล, ฟกช้ำ หรือได้รับบาดเจ็บ คุณต้องระมัดระวังการใช้ของมีคม เช่น มีดโกน และกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกีฬาที่มีการกระทบกระทั่งกัน

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ให้แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับรายการยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่กำลังใช้อยู่

ยา divalproex อาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะ หรือง่วงนอน หรือตาพร่ามัว โดยแอลกอฮอล์จะทำให้อาการวิงเวียนศีรษะและอาการง่วงนอนเป็นมากขึ้น ห้ามขับรถ, ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องอาศัยการตื่นตัว หรือการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย แนะนำให้จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากยามากขึ้น โดยเฉพาะอาการง่วงนอน, เวียนศีรษะ, ทรงตัวไม่ได้ หรืออาการสั่น โดยอาการง่วงนอน, เวียนศีรษะ, ทรงตัวไม่ได้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มได้

ไม่แนะนำให้ใช้ยา divalproex ขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ อ่านเพิ่มเติมในส่วนของคำเตือนในการใช้ยา

ยา divalproex ผ่านไปยังน้ำนมได้ แม้ว่ายังไม่มีรายงานเกี่ยวกับอันตรายต่อทารกที่ดูดนม แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการให้นมบุตร

คำเตือนในการใช้ยา divalproex

ยา divalproex อาจทำให้เกิดปัญหาที่ตับอย่างร้ายแรงได้ (อาจถึงแก่ชีวิต) แม้ว่าจะพบได้น้อย แต่มักเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของการเริ่มใช้ยา ซึ่งผู้ป่วยต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งก่อนเริ่มยาและระหว่างใช้ยาเป็นระยะๆ เพื่อติดตามผลข้างเคียงจากยา โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก

ความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาที่ตับอย่างร้ายแรงจะเพิ่มขึ้นในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี โดยเฉพาะถ้าเด็กป่วยเป็นโรคทางเมตาบอลิกที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม (inherited metabolic disorder), เป็นโรคลมชักอย่างรุนแรงร่วมกับปัญญาอ่อน (severe seizure disorder with mental retardation), มีความผิดปกติทางจิตใจที่มีสาเหตุจากโรคทางกาย (organic brain disease) หรือเป็นผู้ที่ใช้ยากันชักมากกว่า 1 ชนิด ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา divalproex ในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี

ผู้ที่เป็นโรคทางเมตาบอลิกที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม (เช่น Alpers-Huttenlocher syndrome) ไม่ควรใช้ยา divalproex เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาที่ตับ และในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ที่อาจป่วยเป็นโรคนี้ก็ไม่ควรใช้ยา divalproex เช่นกัน ในกรณีที่เด็กอาจป่วยเป็นโรคนี้ แต่อายุมากกว่า 2 ปี ควรมีการติดตามอย่างใกล้ชิดระหว่างใช้ยา divalproex ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยา divalproex อาจทำให้เกิดตับอ่อนอักเสบอย่างรุนแรงได้ (อาจถึงแก่ชีวิต) แม้ว่าจะพบได้น้อย แต่อาจเกิดขึ้นระหว่างใช้ยาเมื่อใดก็ได้ซึ่งจะมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว

ให้แจ้งแพทย์ทันที หากคุณมีอาการของปัญหาที่ตับ หรือ ตับอ่อนอักเสบ เช่น อ่อนเพลียผิดปกติ, อ่อนแรง, บวมที่ใบหน้า, ปวดท้อง, เบื่ออาหาร, ปัสสาวะมีสีเข้ม, ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือ คลื่นไส้อาเจียนโดยที่ไม่ดีขึ้น

การใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุของความพิการของทารกแรกเกิดได้ และอาจลดระดับสติปัญญา (IQ) ของเด็กด้วย

  • ในผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยานี้, การรักษาทางเลือกอื่นๆ และวิธีคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ 
  • ถ้าคุณวางแผนจะตั้งครรภ์, กำลังตั้งครรภ์ หรือคิดว่าตนเองอาจจะตั้งครรภ์ ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที 
  • ถ้าคุณใช้ยา divalproex สำหรับป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนเท่านั้น คุณต้องหยุดใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ 
  • ถ้าคุณใช้ยา divalproex สำหรับรักษาอาการชัก หรือ โรคทางจิตเวช เช่น โรคไบโพล่าร์ อย่าหยุดยานี้เองโดยแพทย์ไม่ได้สั่ง เพราะอาการชัก และโรคทางจิตเวช เช่น โรคไบโพล่าร์ ที่ไม่ได้รับการรักษาถือเป็นภาวะร้ายแรงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวมารดาและทารกในครรภ์ 

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยา divalproex

สภาวะต่อไปนี้ถือเป็นข้อห้ามในการใช้ยา divalproex ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์ทราบหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้

  • มีปริมาณแอมโนเนียมในเลือดสูง
  • มีปริมาณโปรตีนอัลบูมิน (albumin) ในเลือดต่ำ 
  • เป็นโรค Hereditary Liver Metabolism Disorder
  • มีปริมาณเกร็ดเลือดลดลง
  • มีความคิดฆ่าตัวตาย
  • ซึมเศร้า
  • เป็นโรคทางจิตเวชที่มีสาเหตุจากโรคทางกาย (organic mental disorder)
  • เป็นโรคตับ มีปัญหาที่ตับ
  • ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
  • ตั้งครรภ์
  • เป็นโรคซิทรูลีนในเลือดสูง (Citrullinemia)
  • เป็นโรคพร่องเอนไซม์ Ornithine Carbamoyltransferase (Ornithine Carbamoyltransferase Deficiency)
  • เกิดพิษจากยา valproic acid
  • เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาท (Hereditary Disease Causing Neurologic Dysfunction)
  • เป็นโรค urea cycle disorder
  • แพ้ยาที่มีโครงสร้างคล้าย valproic acid
  • แพ้ยา divalproex

การใช้ยา divalproex ร่วมกับยาอื่น

การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (drug interactions) อาจเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง ข้อมูลที่ระบุนี้ไม่ได้ครอบคลุมการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรทราบทุกครั้งว่าคุณกำลังรับประทานยา อาหารเสริม สมุนไพร ใดอยู่ในขณะนี้ อย่าเริ่มยา หยุดยา หรือเปลี่ยนแปลงขนาดยาต่างๆ เอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

รายการยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยา divalproex:

  • ยาต้านเศร้าบางรายการ เช่น amitriptyline, nortriptyline, phenelzine, clomipramine
  • ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม carbapenems เช่น doripenem, imipenem
  • Mefloquine
  • Orlistat
  • ยากันชักรายการอื่น เช่น ethosuximide, lamotrigine, phenytoin, rufinamide, topiramate
  • Rifampicin
  • Warfarin
  • Vorinostat
  • Zidovudine
  • Carbamazepine
  • Pivmecillinam
  • Sodium oxybate
  • Nimodipine
  • Lorazepam
  • Felbamate

กรณีที่ผู้ป่วยได้รับยา aspirin ขนาดต่ำ (ขนาดยาโดยทั่วไปคือ 81-325 มิลลิกรัมต่อวัน) สำหรับเหตุผลเฉพาะทางการแพทย์ เช่น สำหรับป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (heart attack prevention) หรือเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (stroke prevention) คุณควรใช้ยา aspirin ต่อ โดยให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าคุณกำลังใช้ยา aspirin ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด

แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบถ้าคุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำให้มีอาการง่วงนอน ได้แก่

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ยาต้านฮีสตามีน เช่น cetirizine, diphenhydramine
  • ยาสำหรับช่วยให้นอนหลับ หรือสำหรับอาการวิตกกังวล เช่น alprazolam, zolpidem
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น cyclobenzaprine
  • ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีฤทธิ์เสพติด เช่น codeine, hydrocodone 

คุณต้องอ่านฉลากยาทุกชนิดที่จะใช้เสมอ เช่น ยาแก้แพ้ หรือยาแก้ไอ-แก้หวัด เพราะอาจมีส่วนประกอบของยาที่ทำให้ง่วงนอนได้ ให้ปรึกษาเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ยา divalproex อาจรบกวนผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการบางชนิด เช่น urine ketones จึงต้องแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้อยู่

การได้รับยา divalproex เกินขนาด

หากมีใครก็ตามที่ได้รับยา divalproex เกินขนาด จนทำให้เกิดอาการที่ร้ายแรง เช่น หมดสติ หรือหายใจลำบาก ให้รีบเรียกรถพยาบาลทันที โทร 1669

อาการของการได้รับยาเกินขนาดอาจได้แก่ ง่วงนอนมากผิดปกติ, โคม่า, หัวใจเต้นช้า หัวใจเต้นผิดจังหวะ

หมายเหตุ

ห้ามแบ่งยานี้ให้ผู้อื่นใช้

ควรมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ/หรือ การตรวจทางการแพทย์ เช่น ระดับยาในเลือด, ตรวจการทำงานของตับ, ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด, การตรวจการแข็งตัวของเลือด ซึ่งควรตรวจก่อนเริ่มการรักษา, ตรวจเป็นระยะเพื่อติดตามอาการและผลข้างเคียง โดยให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากลืมรับประทานยา divalproex

ถ้าคุณลืมรับประทานยานี้ ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ หากนึกได้เมื่อใกล้กับเวลาของมื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป และรับประทานมื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

การเก็บรักษายา divalproex

เก็บรักษายาที่อุณหภูมิห้อง ห่างจากแสงแดดและความชื้น ไม่เก็บยาในห้องอาบน้ำ เก็บยาทุกชนิดให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่เทยานี้ทิ้งในห้องน้ำหรือในท่อระบายน้ำ ให้ทิ้งผลิตภัณฑ์ยานี้อย่างเหมาะสมเมื่อยาหมดอายุหรือเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้ยานี้อีก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์