บกพร่องทางการเรียนรู้

อย่าให้ความบกพร่องในการเรียนขัดขวางการศึกษาในมหาวิทยาลัยของคุณ

เผยแพร่ครั้งแรก 7 ต.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 5 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
อย่าให้ความบกพร่องในการเรียนขัดขวางการศึกษาในมหาวิทยาลัยของคุณ

หากใครบอกคุณว่าคุณไม่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ เพราะคุณมีปัญหาด้านการเรียนรู้ ก็ได้เวลาพิสูจน์ว่าพวกเขาผิดแล้วล่ะ คุณไม่เพียงแต่จะเข้าเรียนได้ แต่ยังสามารถจบปริญญาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรสองปีหรือสี่ปี หากคุณสงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ก็อ่านต่อไป

  • สิ่งแรกที่คุณต้องทำหากคุณมีความบกพร่องในการเรียนรู้ คือแสดงให้เห็นว่าคุณมีภาวะนี้จริง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือเมื่อคุณอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย พูดคุยกับครูที่ปรึกษาของคุณว่าคุณจะสามารถเข้ารับการประเมินเพื่อตัดสินว่าคุณมีคุณสมบัติสำหรับการสนับสนุนเพิ่มเติมเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยหรือไม่
  • หากเกรดของคุณน้อย ให้มุ่งเป้าไปยังการทำคะแนน SAT หรือ ACT ให้ได้ดี ด้วยวิธีนี้คุณจะมีโอกาสในการขอทุนเรียนมหาวิทยาลัยได้ แต่หากคะแนน SAT/ACT ของคุณก็ต่ำเช่นกัน ให้เลือกมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้นำคะแนนเหล่านี้มาพิจารณาการรับเข้าเรียน ซึ่งมีมหาวิทยาลัยมากถึง 850 แห่งที่ไม่ได้ใช้คะแนนดังกล่าวเป็นเกณฑ์ และหากคุณต้องการเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี ก็ให้เลือกหนึ่งใน 20 อันดับแรกในรายชื่อนี้ แม้ว่าคะแนน SAT หรือเกรดของคุณอาจต่ำเนื่องจากภาวะของคุณ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสามารถปฏิเสธการรับสมัครได้ แต่หากคุณแสดงรายงานการประเมินความบกพร่องในการเรียนรู้และพิสูจน์ได้ว่าคุณมีภาวะนี้จริงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการได้เกรดดี หรือการได้คะแนน SAT สูง ๆ คุณก็อาจได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
  • ยื่นรายงานการประเมินสภาพจิตในการศึกษา (psychoeducational evaluation report  ซึ่งได้จากการทดสอบความบกพร่องในการเรียนรู้) ไปพร้อมกับเอกสารการสมัคร และขอให้ส่งเอกสารดังกล่าวไปยังสำนักงานสำหรับผู้บกพร่องของมหาวิทยาลัย พวกเขาเป็นผู้ที่เหมาะสมกว่าในการตัดสินเรื่องการเข้าเรียนของคุณ
  • ยื่นสมัครมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน หากคุณเพียงแค่ต้องการลองดูก่อน คุณจะไม่ต้องเสียเงินค่าเรียนจำนวนมาก และห้องเรียนก็จะเล็กพอที่อาจารย์จะให้ความสนใจคุณเป็นพิเศษได้หากคุณต้องการ แต่หากคุณต้องการเข้ามหาวิทยาลัยปกติ เลือกที่ที่เหมาะกับภาวะของคุณ และจัดหาสิ่งแวดล้อมและการบริการที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ให้กับคุณ เพื่อที่คุณจะได้เรียนจบโดยไม่มีปัญหามากนัก
  • เป็นเรื่องดีที่สุดที่จะกล่าวถึงความบกพร่องในการเรียนรู้ของคุณอย่างเปิดเผยในกระบวนการสมัคร ด้วยวิธีนี้ คุณจะได้รับประกันว่าจะได้ความช่วยเหลือหากคุณได้เข้าเรียน ตามกฎหมายแล้ว สถาบันการศึกษาต้องจัดหาตัวช่วย เช่นคอมพิวเตอร์สำหรับข้อสอบเขียน เวลาทำข้อสอบพิเศษ และการจดบันทึกระหว่างคาบเรียนสำหรับผู้มีความบกพร่องในการเรียนรู้ อ้างอิงจาก Association on higher education and disability มีนักเรียนแค่ 28% ที่มีภาวะนี้เท่านั้นที่เรียนจบ แต่สาเหตุที่ตัวเลขดังกล่าวต่ำเป็นเพราะมีนักเรียนเพียง 25% ที่ใช้ประโยชน์จากบริการที่จัดไว้ให้พวกเขาในมหาวิทยาลัย
  • หากความบกพร่องในการเรียนรู้ของคุณเกี่ยวข้องกับโรค เช่น autism หรือ Asperger’s syndrome หรือหากคุณต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม คุณอาจติดต่อกับ College Living Experience (CLE) ซึ่งทำงานช่วยนักเรียนที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ในการเรียน และในแง่มุมอื่น เช่น การเติบโตทางอารมณ์ ทักษะทางสังคม และความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตนเอง CLE ทำงานในหกเมืองที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมกับ CLE และมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ศูนย์ และอาจารย์จะให้ความช่วยเหลือตามที่พวกเขาต้องการ
  • หลักการในการเข้ามหาวิทยาลัยและสำเร็จการศึกษาคือต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และแน่วแน่ที่จะจบการศึกษาให้ได้ ความสำเร็จจะยิ่งหอมหวานหากคุณได้เอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่มาก่อน คุณจะได้รับความพึงพอใจในการเอาชนะหนทางที่เต็มไปด้วยความยากลำบากมากกว่าผู้ที่หนทางราบรื่น และชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบากก็มีค่ามากกว่าชัยชนะที่ได้มาโดยไม่ต้องแข่งขันอะไรการศึกษาก็เช่นกัน เมื่อคุณรู้ว่าคุณได้เอาชนะความท้าทาย ซึ่งอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความบกพร่องในการเรียนรู้ที่หลอกหลอนคุณมาตั้งแต่คุณยังอยู่ในโรงเรียนจนถึงวันที่คุณได้รับปริญญา ค่าของชัยชนะก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ดังนั้น ไม่ว่าจะมีใครทำให้คุณเสียกำลังใจมากแค่ไหน ไม่ว่าใครจะบอกปฏิเสธ จำไว้ว่าคุณสามารถผ่านการรับเข้าศึกษาต่อและเรียนจบปริญญาได้ สิ่งที่ต้องใช้คือความตั้งใจที่จะทำ และความรู้เกี่ยวกับกระบวนการที่ต้องทำ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
8 Steps for Learning Disabled Students Who Want to Go to College. U.S. News & World Report. (https://www.usnews.com/education/articles/2010/12/02/8-steps-for-learning-disabled-students-who-want-to-go-to-college)
Overview of Basic Writing Disabilities. Verywell Family. (https://www.verywellfamily.com/what-are-basic-writing-disabilities-2162445)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม