ภาวะแทรกซ้อนจากถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 12, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

หากไม่ได้รับการรักษา ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) สามารถนำไปสู่ภาวะอันตรายถึงชีวิตได้

ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ป่วยถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) พบภาะวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและบางครั้งเป็นอันตรายถึงชีวิต หากคุณเป็นถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) และมีอาการเหล่านี้ คุณอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้

  • ไข้สูงกว่า 100 องศาฟาเรนไฮต์ (38 องศาเซลเซียส)
  • อาการปวดท้องรุนแรง หรือเป็นมากขึ้น
  • ดื่มน้ำได้น้อย
  • ความดันโลหิตต่ำ

ตัวอย่างภาวะแทรกซ้อนที่พบในถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) ได้แก่

  • ฝีหนอง
  • รูทะลุผ่าน/ฝีคัณฑสูตร (fistula)
  • เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis)
  •  เลือดออกทางทวารหนัก
  •  ภาวะลำไส้อุดกั้น

ผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) และฝีหนอง (Abscesses)

ฝีหนอง คือ บริเวณที่มีการสะสมของเซลล์เม็ดเลือดขาว และแบคทีเรีย ซึ่งสร้างอยู่ในร่างกาย เรียกโดยรวมว่าหนอง ฝีหนองมักจะมีอาการบวมและอักเสบร่วมด้วย ทำให้มีอาการไม่สบายท้อง หรือปวดท้องรุนแรงได้ ฝีหนองสามารถเกิดขึ้นที่บริเวณอื่นได้ มีต้นกำเนิดมาจากการติดเชื้อที่ถุงผนังลำไส้ใหญ่ลามลงไปที่บริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ช่วงเชิงกราน หรือเยื่อยึดติดลำไส้ซึ่งทำหน้าที่ยึดลำไส้กับบริเวณด้านหลังของช่องท้อง

มีผู้ป่วยถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) แค่ประมาณ 15% เท่านั้นที่กลายเป็นฝีหนอง ฝีหนองขนาดเล็กบางส่วน (เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2 เซนติเมตร) อาจหายเองได้ จากการได้รับยาฆ่าเชื้อ ฝีหนองที่มีขนาดใหญ่อาจต้องนำออกด้วยการใช้เครื่องมือท่อพลาสติกขนาดเล็กเจาะผ่านทางชั้นผิวหนัง แพทย์ของคุณอาจแนะนำการผ่าตัดเปิดรูที่บริเวณผิวหนัง เรียกว่า สโตมา (Stoma) ซึ่งจะใช้เป็นทางระบายหนองได้

ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) และเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis)

เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) คือ ภาวะที่มีการติดเชื้อของเยื่อบุช่องท้อง (Peritoneum) ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นบางคล้ายผ้าไหม วางตัวอยู่ในช่องท้อง เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) ที่พบร่วมกับถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) เกิดขึ้นเมื่อการติดเชื้อจากถุงผนังลำไส้ใหญ่ลุกลามออกไป ผ่านทางรูทะลุที่ผนังลำไส้ไปสู่ช่องท้อง

อาการที่พบได้แก่

  • ปวดท้องรุนแรง
  • ไข้หนาวสั่น
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • เรอ

เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) สามารถแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้ ภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) จึงเป็นอันตรายต่อชีวิต และต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วน ผู้ป่วยถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) ที่มีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) ร่วมด้วย จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร่งด่วน เพื่อนำลำไส้ใหญ่ส่วนที่ติดเชื้อออก ซึ่งอาจจำเป็นต้องผ่าตัดครั้งที่สอง เพื่อนำลำไส้ส่วนที่ยังดีอยู่มาเชื่อมต่อกัน

ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) และรูทะลุผ่าน (Fistula)

รูทะลุผ่าน (Fistula) เป็นทางผ่านผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างอวัยวะที่มีช่องว่างสองอวัยวะ เช่น ลำไส้ใหญ่ กับกระเพาะปัสสาวะ หรือระหว่างอวัยวะ กับผนังด้านในของร่างกาย รูทะลุผ่าน (Fistula) ที่พบในถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) เกิดในกรณีที่ถุงผนังลำไส้ใหญ่นั้นอยู่ใกล้ หรือสัมผัสกับอวัยวะข้างเคียง หากถุงผนังลำไส้ใหญ่แตกออก การติดเชื้อจะลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น ๆ เกิดเป็นทางผ่านเชื่อมต่อระหว่างสองอวัยวะ

รูทะลุผ่าน (Fistula) พบได้บ่อยในเพศชาย อย่างไรก็ตาม ในเพศหญิงที่เคยผ่าตัดตัดมดลูกออก จะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากมดลูกที่ทำหน้าที่กั้นอยู่ระหว่างลำไส้ใหญ่และกระเพาะปัสสาวะถูกนำออก รูทะลุผ่าน (Fistula) ที่พบในถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) มักเกิดระหว่างลำไส้ใหญ่และกระเพาะปัสสาวะ และสามารถนำไปสู่การติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะ หรือทางเดินปัสสาวะได้ 

รูทะลุผ่าน (Fistula) สามารถเกิดระหว่างอวัยวะอื่น ๆ ได้เช่น

เลือดออกที่ถุงผนังลำไส้ใหญ่ (Diverticular bleeding)

เลือดออกที่ถุงผนังลำไส้ใหญ่ (Diverticular bleeding) เกิดขึ้นเมื่อเส้นเลือดขนาดเล็กที่อยู่ภายในถุงผนังลำไส้ใหญ่เกิดการแตกออก ทำให้มีเลือดไหลซึมออกมาสู่ลำไส้ใหญ่ ผู้ป่วยที่มีเลือดออกที่ถุงผนังลำไส้ใหญ่จะสังเกตว่ามีเลือดสด หรือเลือดสีน้ำตาลอมแดงปนติดมากับอุจจาระ ในกรณีส่วนใหญ่ ภาวะนี้มักหายได้เอง อย่างไรก็ตาม

ภาวะเลือดออกทางทวารหนักสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น ดังนั้น หากคุณประสบกับภาวะแทรกซ้อนนี้ คุณควรรีบพบแพทย์ ในบางกรณีภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ยาก เช่น เลือดออกที่ถุงผนังลำไส้ใหญ่รุนแรง (Diverticular hemorrhaging) ที่มักพบในผู้สูงอายุ สามารถทำให้เกิดอาการอ่อนแรง หรือวิงเวียนศีรษะ และพบเลือดปริมาณมากในอุจจาระได้ ในบางกรณี ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องได้รับเลือด เช่นเดียวกับการผ่าตัดนำลำไส้ใหญ่ส่วนที่มีเลือดออกออก

ลำไส้อุดกั้น (Bowel obstruction) และถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)

การอักเสบของถุงผนังลำไส้ใหญ่สามารถทำให้ช่องว่างในลำไส้แคบลงได้ ทำให้สิ่งที่จะถูกกำจัดออกนอกร่างกายเคลื่อนที่ได้ยาก การแคบลงนี้ เรียกอีกอย่างว่า การตีบแคบ (stricture) หากการตีบแคบ (stricture) นี้ เป็นผลมาจากการอักเสบ การตีบแคบ (stricture) จะหายไปเองได้ เมื่อการอักเสบหายไป อย่างไรก็ตาม การตีบแคบ (stricture) อาจเป็นผลมาจากการเป็นถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบติดต่อกัน เมื่อเวลาผ่านไป

การอักเสบของถุงผนังลำไส้ใหญ่จะนำไปสู่การเกิดแผลเป็นในลำไส้ ทำให้ทางเดินอาหารแคบลง ผลที่ได้คือ จะเกิดการตีบแคบที่ไม่เกี่ยวกับการอักเสบได้ อาจต้องอาศัยการผ่าตัดเพื่อแก้ไข หากลำไส้มีการถูกกั้นโดยสมบูรณ์จากแผลเป็นที่เกิดขึ้น ภาวะนี้เรียกว่า ทางเดินอาหารหรือลำไส้อุดกั้น (intestinal blockage or bowel obstruction) ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นอันตรายถึงชีวิต และเช่นเดียวกัน สามารถนำไปสู่ภาวะลำไส้ฉีกขาดหรือเยื่อบุช่องท้องอักเสบได้ (Peritonitis) ภาวะที่ลำไส้อุดกั้นโดยสมบูรณ์ต้องอาศัยการผ่าตัดฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้จะมีอาการปวดท้องที่รุนแรงมาก มีอาการคลื่นไส้ และไม่สามารถผายลม หรือมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้

กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome; IBS) และถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)

มีรายงานการศึกษาในปี 2013 ถูกเผยแพร่ใน The Journal Clinical Gastroenterology and Hepatology มีสาระสำคัญว่า ผู้ป่วยถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis) อาจมีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) ได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่