มะเร็งและโรคร้าย

โรคอีสุกอีใส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 489634516 %281%29

เกี่ยวกับโรคอีสุกอีใส

เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส แยกโรคโดย มีผื่นแดง คัน ร่วมกับมีไข้และไม่มีแรง พบได้บ่อยในฤดูร้อน เกิดบ่อยในเด็กและผู้ใหญ่ในบางราย โรคอีสุกอีใส หรือ chicken pox ชื่อภาษาอังกฤษนี้ได้มาจากลักษณะของรอยโรคที่คล้ายกับหนังไก่ที่ต้มแล้ว จะเป็นจุดขึ้นมาเช่นเดียวกับตุ่มอีสุกอีใส ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้แล้วจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกตราบชั่วชีวิตเนื่องจากร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านไวรัสจากครั้งแรกที่เป็นแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในบางรายเชื้อไวรัสในร่างกายอาจกลับมามีฤทธิ์อีกครั้ง ก่อให้เกิดโรคงูสวัดได้ ในปัจจุบันมีการให้วัคซีนป้องกันอีสุกอีใสทำให้การเกิดโรคลดลงอย่างมาก

เนื้อหา โรคอีสุกอีใส      

  • สาเหตุ
  • ปัจจุยเสี่ยง
  • อาการ
  • การวินิจฉัย
  • การรักษา
  • โรคแทรกซ้อน
  • การป้องกัน

สาเหตุ

เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ ( Varicella Zoster virus ,VZV) เป็นโรคติดต่อ ซึ่งติดได้หลายทาง เช่น

  • มีการสัมผัสกับการไอ จาม ของผู้ป่วย
  • ผู้ดูแลผู้ป่วยสัมผัสกับตุ่มน้ำ หรือของเหลวภายในตุ่มนั้น
  • สัมผัสกับสิ่งของที่ผู้ป่วยใช้ เช่น ผ้าเช็ดตัว
  • สัมผัสร่างกายกับผู้ป่วยโดยตรง

ส่วนมากพบได้ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่อาจพบได้ในผู้ใหญ่แต่อาการจะรุนแรงกว่าและเป็นนานกว่าเด็ก โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 14-24 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัสในการแสดงอาการของโรค หลังจากเกิดผื่นแล้วผู้ป่วยไม่ควรออกไปภายนอก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น เนื่องจากเป็นโรคที่ติดได้ง่าย จากนั้นประมาณ 7-10 วันผื่นจะแห้งและตกสะเก็ด หลังจากสะเก็ดหลุดหมดจะถือว่าเป็นภาวะที่ผู้ป่วยจะไม่แพร่โรคสู่ผู้อื่นแล้ว

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยหลักที่เพิ่มความเสี่ยงของการติดโรคอีสุกอีใสคือ

ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ: ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจะเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคสูงกว่าคนปกติ

ตั้งครรภ์: โอกาสที่จะติดโรคสูงในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 และ 2 และในช่วง สัปดาห์ที่ 13 และ 20 ของการตั้งครรภ์ด้วย ช่วง 5 วันก่อนคลอดและ 2 วันหลังคลอดอัตราเสี่ยงก็จะสูงขึ้นเช่นกันทั้งในแม่และลูก

อาการ

ปกติจะใช้เวลาประมาณ 15-16 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัสในการแสดงอาการของโรค อาการนำคือมีอาการคล้ายไข้หวัด ไข้สูง ปวดหัว ไอและจาม ซึ่งทำให้สับสนกับอาการไข้ที่เกิดจากไวรัสได้ทำให้วินิจฉัยผิดได้ หลังจาก 1-2 วันจะมีผื่นปรากฏขึ้นและค่อยๆลามทั่วร่างกาย ผื่นเป็นตุ่มน้ำและแตกออกในเวลา 2 วันและตกสะเก็ด หลังจากช่วงนี้ผู้ป่วยจะสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ

6 อาการหลักของโรคอีสุกอีใส ได้แก่

  • ไข้สูง
  • ปวดหัว
  • ผื่นแดงคันบริเวณผิวหนัง
  • ตุ่มน้ำซึ่งเป็นรอยโรคของอีสุกอีใส
  • เบื่ออาหาร
  • ร่างกายอ่อนแรง

ใช้เวลาประมาณ 10 วัน ร่างกายก็จะหายจากโรค และผู้ป่วยที่เป็นโรคควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ และแยกตัวออกจากผู้อื่นเพื่อลดการกระจายของโรค

การวินิจฉัย

ตรวจดูรอยโรคคือมีผื่นแดงและการซักประวัติโดยแพทย์ และมีอาการอื่นที่สอดคล้องกับโรคอีสุกอีใส ในบางรายแพทย์อาจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อให้แน่ใจในการวินิจฉัย

การรักษา

เป็นโรคที่หายเองได้ และแพทย์โดยมาก็จะให้ยาที่รักษาตามอาการ ได้แก่

ยาต้านไวรัสอะไซโคลเวีย (Aciclovir) จะให้เผื่อให้อาการหายเร็วขึ้น ในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะแนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ด้วย

ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamines): จะใช้ยาเพื่อลดอาการคัน และบวมแดงของผื่น และบางครั้งอาจให้ร่วมกับยาแก้ปวดในช่วงที่ตุ่มน้ำแตก

ยาปฏิชีวนะจะให้ในกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยเนื่องจากการเกา แต่จะเกิดขึ้นได้น้อยมาก

โรคแทรกซ้อน

อาการของโรคจะทุเลาลงภายใน 15 วัน และหลังจากเป็นโรคร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคขึ้นทำให้ไม่กลับมาเป็นอีก แต่อย่างไรก็ตามในบางราย ก็ยังมีโอกาสที่เชื้อไวรัสยังคงอยู่ในปลายประสาท ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเจ็บปวดและกลายเป็นโรคงูสวัดได้

การป้องกัน

วัคซีนสามารถใช้ไได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ช่วยป้องกันการเกิดโรคได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรักษา เช่น ฉายรังสี หรือเคมีบำบัด ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ควรได้รับวัคซีน นอกจากการใช้วัคซีนแล้วยังสามารถป้องกันได้ ได้แก่

  • ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ หลังจากออกไปพบปะผู้คนภายนอก
  • ผู้ที่เป็นโรคอีสุกอีใสควรถูกกักแยกตัวออกจากผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

นี่คือข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังเมื่อคุณเป็นโรคอีสุกอีใส

  • ไม่เกาบริเวณผื่น เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื่อบริเวณแผลที่เกาได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวจากโรคได้เร็วขึ้น เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น
  • บำรุงร่างกายด้วยครีมบำรุงผิว เพราะการทำให้ผิวชุ่มชื่นจะช่วยลดอาการคันได้
  • ใช้ใบสะเดาใส่ลงในน้ำอุ่นแล้วอาบ เพื่อช่วยลดความคันและช่วยลดการติดเชื่อได้
  • ซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนของผู้ป่วยด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรคในอนาคต

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
CPT codes คืออะไร?
CPT codes คืออะไร?

CPT codes มีผลต่อการดูแลสุขภาพของคุณได้อย่างไร